test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 108 สิ่งแลกเปลี่ยนของข้าคือลูกสาวของท่าน


  

       ยาเม็ดบำรุงวิญญาณ, ยาเม็ดรวมวิญญาณ หรือแม้แต่ยาเม็ดในตำนานอย่าง ยาเม็ดเคลิ้มวิญญาณ ยาเม็ดเสริมกำลังกายสีชาด และยาเก้าแปลงด้วย เราสามารถมอบยาเหล่านี้ให้เจ้าได้เท่าที่ต้องการ ไม่ว่าวิชาฝึกพลังวิญญาณแขนงใด ตราบเท่าที่เจ้าต้องการ พวกเราก็สามารถมอบให้ได้....."


   เอียซิ่วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ ในนครเรืองโรจน์ ด้วยขุมกำลังของจวนเจ้าเมือง มีสิ่งใดบ้างที่กระทำไมได้  พอได้ฟังที่เอียซิวพูด หุ่นเชิดวิญญาณกลับมองเอียซิ่วราวกับเป็นตัวตลก


      

      ในฐานะบรรพชนผู้ก่อตั้งนครเรืองโรจน์ มันครอบครองวิชาฝึกพลังวิญญาณหลายแขนงที่คนทั่วไปไม่กล้าฝันถึง มันยังโดนเนี้ยหลี่ล้อเลียนจนเสียผู้เสียคน วิชาขยะที่หลงอยู่ในจวนเจ้าเมืองพรรณนั้นจะสามารถเทียบชั้นกับวิชาที่เนี้ยหลี่ใช้ได้อย่างไร? เอียซิ่วคิดจริงๆ หรือว่าสามารถมอบวิชาฝึกพลังวิญญาณที่เนี้ยหลี่ต้องการได้?



      ผู้อาวุโสเอียซิ่ว ตอนที่ท่านกลับมาถึงท่านเจ้านครไม่ได้บอกท่านเหรอ ว่าข้าเป็นผู้ส่งมอบสูตรยาทั้งหมดที่ท่านว่ามานั้นออกไป หากท่านต้องการยาเม็ดเคลิ้มวิญญาณหรือยาใดก็ตามเพียงแค่ท่านบอกข้า ข้าสามารถจัดหาให้ได้ สามพันถึงห้าพันเม็ดได้ในทันที ถือเป็นของขวัญให้ผู้อาวุโสเอียซิ่ว"


   
     เนี้ยหลี่พูดพลางสะบัดมือไปมา


    สูตรยาทิพย์ในนครเรืองโรจน์เหล่านั้น เนี้ยหลี่เป็นผู้ส่งมอบออกไป?



      เนื่องด้วยเรื่องนี้ มีเพียงประธานสมาคมปรุงยา เจ้านครเอียเซิ่ง และบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่กี่คนเท่านั้นที่รับทราบ เอียซิ่วรีบเร่งกลับมาด้วยเรื่องของหนังสือลึกลับ ย่อมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน


      "นี่...." เอียซิ่วได้แต่อึกอักด้วยความอับอาย



     "โปรดแจ้งต่อท่านเจ้าเอียเซิ่งว่า ข้าจะช่วยจัดตั้งค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายก็ได้ อย่างไรก็ตาม ข้ามีเงื่อนไข"


   เนี้ยหลี่พูดพร้อมกับยิ้มบาง


  "เงื่อนไขอันใด?" เอียซิ่วได้ยินก็เงยหน้าขึ้นรับฟัง



      ข้าต้องการให้ข้าและน้องสาวย้ายไปอยู่ในส่วนที่พักของเอียจืออวิน และพักอาศัยด้วยกันกับนาง เงื่อนไขอื่นนอกจากนั้น ข้าไม่มีความสนใจ"



เนี้ยหลี่พูดพร้อมด้วยมุมปากยกขึ้นสูง


    "ว่ากระไร?"



 เอียซิ่วเบิกตาจนกลมกว้าง มันคาดไม่ถึงว่าเนี้ยหลี่มีความต้องการเช่นนี้ ได้แต่เหม่อมองเนี้ยหลี่อย่างยาวนาน สรุปว่าเนี้ยหลี่เล็งธิดาเจ้านครเอาไว้สินะ ไม่แปลกใจเลยเหตุใดเจ้านครเอียเซิ่งถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ  มื่อได้ยินชื่อเนี้ยหลี่ เอียซิวใบหน้าหม่นหมองลง


       เนี้ยหลี่อายุเท่าใดแล้ว? อาจบางทีมันเติบโตเร็วกว่ากว่าผู้อื่น? มันเข้าใจเรื่องราวระหว่างบุรุษสตรีหรือแล้วยิ่งคำขอของมันไม่ใช่เรื่องแปลกเกินไปหรือ?


      เอียซิ่วกลืนน้ำลายลงคอ หากมีคนอื่นได้ยินเงื่อนไขนี้ เอียเซิ่งต้องฆ่ามันทิ้งแน่

เอียซิวเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า


    ข้าไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ ข้าคงต้องไปขออนุญาตจากท่านเจ้าเอียเซิ่งก่อน"


    หัวใจของเอียซิวราวกับพันอาชาห้อตะบึง มันจะกล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเอียเซิ่งได้อย่างไร? มันจะบอกเอียเซิ่งอย่างไรว่า ให้มันแลกธิดารักกับค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกาย? อี้ซิวสามารถบอกได้เลยว่าเอียเซิ่งจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากได้ยินเรื่องนี้


หากไม่ยินยอม.....แต่ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายมีความสำคัญมากเกินไป


หากยินยอมก็ไม่ต่างกับส่งจืออวินถึงหน้าห้องหอ?



     ไอ้หนุ่มนี่โผล่มาจากไหน


   ด้วยอารมณ์หัวเราะมิออกหรือร้องไห้มิได้ อี้ซิวได้แต่จากที่พักของเนี้ยหลี่มาในลักษณะนี้


ณ ห้องโถงหลัก จวนเจ้าเมือง


   ว่ากระไร? เลวมาก!! ข้าจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ!! อย่าหวังว่ามันจะมีชีวิตผ่านพ้นคืนนี้ไปได้เลย"


       ฟังคำพูดของเอียซิ่ว เอียเซิ่งพลันเกิดโทสะพลุ่งขึ้น มือบีบเท้าแขนเก้าอี้แหลกสลายไป เส้นเลือดปูดโปนออกจากแขนของเอียเซิ่ง หากมันรู้ว่าเนี้ยหลี่จะเป็นคนได้คืบจะเอาศอกเช่นนี้ มันคงจะฟาดเนี้ยหลี่ให้ตายตั้งแต่ตอนอยู่ที่พักของจืออวิ้นแล้ว


     ท่านเจ้านครโปรดระงับโทสะ เรื่องราวมีความสำคัญ เกี่ยวพันกับความปลอดภัยของประชาชนของนครเรืองโรจน์นับล้าน โปรดทบทวนด้วย"


    เอียซิ่วรีบกล่าวปลอบ เพราะคาดไว้แล้วว่าเอียเซิ่งต้องมีปติกิริยาเช่นนี้



      ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายนี่อะไร? มันก็แค่เรื่องที่ไอ้เด็กนั่นแต่งขึ้น! ไอ้หนูนั่นหยอดคำหวานเพื่อหลอกลวงลูกสาวข้า แล้วคราวนี้ยังหลอกข้าด้วยสิ่งที่ไม่มีจริง คิดง่ายไปหรือเปล่า!"


      โทสะเอียเซิ่งพลุ่งพล่านจนถึงจุดสูงสุด


เอียซิ่วส่ายศีรษะก่อนจะพูดว่า



     ท่านเจ้านคร ข้าคิดว่าเด็กเนี้ยหลี่นั่นมิได้โกหก หากมันต้องการโกหก มันควรจะบอกเวลาที่ใช้ในการตั้งค่ายกลนานกว่านี้ ไม่ใช่เพียงสองเดือน นั่นมันเร็วไปเกินไปมาก หากมันไม่สามารถตั้งค่ายกลได้ มันสมควรยืดเวลาออกไป จากสองเดือนเป็นสามปี ห้าปี หรือนานกว่านั้น"


   ในหัวของเอียเซิ่งถูกความโกรธบดบังสติสัมปชัญญะ ในทางตรงข้าม เอียซิวกลับเยือกเย็นจนน่ากลัว


      ต่อให้มันสามารถตั้งค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายได้ ก็ไม่มีทางที่ข้าจะยกลูกสาวให้!! รู้วิธีจัดตั้งค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายแต่กลับมีเงื่อนไขกับข้างั้นหรือ ฝันไปเถอะ!! ข้าจะไปหามันที่ที่พัก หากมันไม่ยอมจัดวางค่ายกล อย่าได้โทษว่าข้าไม่เกรงใจ"


เอียเซิ่งตบโต๊ะคราหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องโถงหลักไป

       

       เมื่อเห็นการกระทำของเอียเซิ่ง อี้ซิวได้แต่ตื่นตระหนก รีบไล่ตามไปกล่าวว่า


  
       ท่านเจ้านครโปรดทบทวนด้วย! ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายต้องใช้วิญญาณอสูรระดับทองคำดำกว่าหมื่นตัว ค่ายกลนี้ต้องอาศัยฝีมือกันปรานีตอย่างยิ่ง หากผู้ตั้งค่ายกลเล่นตุกติกวางค่ายกลไม่สมบูรณ์จนส่งผลขึ้นระหว่างต่อสู้ ผลสุดท้ายคงเลวร้ายสุดคาดคิด"


   "เอียซิ่ว เจ้าหมายความว่าข้าควรส่งลูกสาวให้มันอย่างนั้นหรือ?"


    เอียเซิ่งยามนี้ราวกับราชสีห์คลั่ง

เอียซิ่วพลันกล่าวว่า


       "ย่อมมิใช่เช่นนั้น ข้าได้ยินว่าเนี้ยหลี่หมายตาหวินเอ๋อ ด้วยอายุของหวินเอ๋อขณะนี้ หากเป็นตระกูลอื่นคงแต่งออกไปแล้ว ถึงแม้ว่าเนี้ยหลี่จะไร้เส้นสายใด แต่ด้วยพรสวรรค์ของมันสามารถคาดหวังความสำเร็จได้ นับว่าเหมาะสมกับหวินเอ๋อ ผู้ใดจะทราบ อาจะบางทีหลายปีให้หลัง มันอาจกลายเป็นร่างทรงอสูรชั้นตำนานอีกคน เด็กนี้นับว่าเหมาะสมจะเคียงคู่หวินเอ๋อแล้ว"


        เหมาะสม? น่าขำ! ด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับรู้จักหลอกลวงผู้คน ใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับหวินเอ๋อหากแต่งกับมันไป? ยิ่งไปกว่านั้น ข้ารู้นะว่าไอ้หนูนี่มันเสือผู้หญิง ข้างนอกนั่นยังมีมังกรเหินเซียวหนิงเอ๋อ กับ ฮู่หยานหลานโรว จากตระกูลฮู่หยานอีก ฮึ่ม.."



   เอียเซิ่งมองอี้ซิวอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะพูดด้วยความจริงจังว่า "หากเจ้าพูดเรื่องนี้อีก อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ"


    
     เอียซิ่วอ้าปากค้าง กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา มันได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วปิดปากลง ดูเหมือนเอียเซิ่งจะมีอคติกับเนี้ยหลี่ไปแล้ว ในสายตาของเอียซิ่ว เนี้ยหลี่นับว่าไม่เลว ต่อให้มันเป็นเสือผู้หญิง แล้วอย่างไรเล่า? ชายใดบ้างไม่เจ้าชู้ ในหมู่ชนชั้นสูงของนครเรืองโรจน์ ผู้ใดบ้างไม่มีสามภรรยาสี่นางบำเรอ? นี่เป็นเรื่องธรรมดามาก แม้แต่เอียเซิ่งเองยังมีภรรยาสองคน


  อย่างไรก็ตาม เอียเซิ่งมีเอียจืออวิ้นเป็นบุตรสาวคนเดียว จะเกลี้ยกล่อมมันย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย


  ณ ที่พักของเนี้ยหลี่


  ทันที่เอียเซิ่งก้าวเข้าไปในสวน ก็ได้ยินเสียงทักทายจากด้านในสวนว่า


    "โอ้ ท่านพ่อตา ลมอะไรพัดท่านมาถึงที่นี่ได้?"


ได้ยินประโยคนี้ เอียเซิ่งถึงกับเสียศูนย์ แทบสะดุดธรณีประตู ตัวสั่นเทิ้มไปทั่วสรรพางกายด้วยความขุ่นเคือง


     ปกติแล้ว ยอดฝีมือระดับทองคำดำ อย่างเช่นเอียเซิ่ง มีขีดความสามารถในการป่นหินยักษ์เป็นผุยผงด้วยการเตะครั้งเดียว ไม่ต้องพูดถึงเพียงธรณีประตูเล็กๆ นี้ เพียงแต่ยามนี้เอียเซิ่งถูกเนี่ยหลี่ยั่วโทสะจริตจนบดบังสติไปหมด กลับลืมเลือนใช้พลังออก


      ได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่และสีหน้าของเอียเซิ่ง เอียซิวได้แต่กลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างยากเย็น นอกจากเนี้ยหลี่แล้ว ไม่ว่าผู้ใดได้พบเจ้านครเรืองโรจน์ ต้องไม่กล้าแม้แต่ส่งเสียงสักคำ ด้วยฝีปากของเนี้ยหลี่ยังสามารถมีชีวิตมาจนบัดนี้ได้นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว


    ตูม!!


    เอียเซิ่งพลันระเบิดพลังวิญญาณออกมา ใบหน้าหมองคล้ำจนน่าตระหนก ทุกๆ ก้าวย่างของมันสร้างรอยเท้าลึกไว้บนพื้น ราวกับรอยเท้าปิศาจจากขุมนรก


     แม้แต่เอียซิ่วยังรู้สึกตื่นตระหนกต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเอียเซิ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดในหมู่ลูกหน้ารุ่นที่ห้าของตระกุลวายุเหมันต์ เพียงไม่กี่ปีก็ฝึกฝนตัวไปจนถึงจุดสูงสุดของระดับทองคำดำได้   แม้แต่เอียซิ่วเองยังทำได้แค่มอง


     "ท่านเจ้านคร...." เอียซิ่วร้องขึ้นอย่างรีบเร่ง มันเป็นห่วงว่าเอียเซิ่งจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์พลั้งมือฆ่าเนี้ยหลี่ไป นั่นนับว่าสร้างความเสียหายให้กับนครเรืองโรจน์อย่างใหญ่หลวง


    เอียเซิ่งเพียงก้าวเท้าออกไปสองก้าว เนี่ยหลี่ก็รู้สึกนราวกับอยู่ท่ามกลางคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้ามาแล้ว


    พริบตาก่อนที่พลังกดดันของเอียเซิ่งจะถึงตัวเนี่ยหลี่ พลันได้ยินคนผู้หนึ่งแค่นเสียงอย่างเย็นชา หุ่นเชิดวิญญาณที่เกาะอยู่บนไหล่ของเนี้ยหลี่ ส่งเสียเป็นภาษามนุษย์ว่า


      ไอ้หนูเอียเซิ่ง ข้าคือบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยาน จงหยุดการกระทำของเจ้าเดี๋ยวนี้!!"


   ได้ยินคำเหล่านี้ พลังวิญญาณของเอียเซิ่งก็หยุดชะงัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสนเมื่อได้ยินเสียงคุ้นๆ


     ไอ้หนูเอียเซิ่ง เจ้าลืมข้าแล้วหรือ? จะให้ข้าติดสินว่าเจ้าล่วงเกินบรรพชนตัวเองก่อนหรือ?"


เสียงแค่นอันเย็นชาดังมาจากหุ่นเชิดวิญญาณ


       หากข้าไม่สอนวิชาเจ็ดหฤทัยให้ในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ วันนี้เจ้าจะมาถึงจุดนี้ได้เหรอ?"

"ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง เอียหยานหรือ?"

สายตาเอียเซิ่งตกอยู่ที่หุ่นเชิดวิญญาณบนไหล่เนี้ยหลี่ ยามนี้ใบหน้าของเนี้ยหลี่ปรากฏรอยยิ้มเหลวไหลขึ้น สร้างความขุ่นเคืองให้กับเอียเซิ่ง

ได้ยินเสียงบรรพชนก่อตั้งเอียหยานพูด "ถูกแล้ว ข้าเอง"

ใบหน้าเอียเซิ่งหมองคล้ำกว่าเดิม หมองคล้ำจนน่ากลัว



    เนี้ยหลี่ เจ้าขวัญกล้ามากเกินไปแล้ว!! บังอาจผนึกวิญญาณท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยานไว้ในหุ่นเชิดวิญญาณ!!! เรื่องนี้อภัยไม่ได้!! หากวันนี้ไม่ฆ่าเจ้าทิ้งข้าไม่ขอใช้แซ่เอีย!!"


  "เหลวไหล!! หากเจ้าไม่แซ่เอียแล้วจะใช้แซ่อะไร!!"


เอียหยานแค่นเสียด้วยความขุ่นเคือง



   "ข้ายอมให้มันผนึกข้าไว้ในหุ่นเชิดวิญญาณเอง"


   ท่านพ่อตาช่างจริงจังเหลือเกิน ข้าไม่รู้ว่าข้าทำอะไรให้ท่านพ่อตามีโทสะ หากข้าทำอะไรเช่นนั้นข้าก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย"

เห็นเหตุการณ์กลับกลาย เอียซิ่วถึงกับสับสนมึนงงไปหลายวินาที ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยาน?


    เอียซิ่วย่อมมิใช่ไม่รู้จักบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยาน นี่เป็นความลับอันยิ่งใหญ่ของนครเรืองโรจน์ มีเพียงมันและผู้ที่ผ่านการทดสอบในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ทราบ ว่ามีวิญญาณนิรันด์อยู่ในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งนครเอียหยาน เรียกได้ว่าในบรรดายอดฝีมือระดับทองคำดำนั้น ส่วนใหญ่ได้รับการชี้แนะจากท่าน




      แต่ยามนี้บรรพชนผู้ก่อตั้งนครเอียหยานกลับออกมาจากแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์และถูกผนึกอยู่ในหุ่นเชิดวิญญาณ นี่มันเรื่องอะไรกัน?..จบตอน...


แปลโดย [Moonstruckman]





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง