test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 105 สาเหตุที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้




  ณ จวนเจ้าเมือง

หลังจากเนี้ยหลี่กลับมาอย่างปลอดภัย เข้าก็เริ่มฝึกฝนต่อ

หุ่นเชิดวิญญาณที่มีวิญญาณ(ผี)บรรพชนผู้ก่อตั้งผนึกอยู่ภายในกำลังบินไปรอบๆ หลังจากที่ต้องทนจับเจ่าอยู่ในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มานาน ขอเพียงเป็นภายนอกเขตแดนไม่ว่าที่ใดก็สามารถทำให้เอียหยานสดชื่นขึ้นได้


  "ข้าไม่นึกเลยว่าหลังจากผ่านไปนับพันปี นครเรืองโรจน์จะยังคงอยู่ ข้าไม่ค่อยอยากจะรื้อฟื้นความหลังสักเท่าไหร่"

เอียหยานถอนหายใจอย่างโศกเศร้า


"ข้าได้ยินว่าเจ้าเมืองคนปัจจุบันเป็นคนตระกูลเอีย นั่นใช่ทายาทตระกูลอัสนีบาตของข้าหรือเปล่า?"

เนี้ยหลี่ลืมตาขึ้นกล่าวว่า


"บรรพชนก่อตั้งเอียหยาน เลิกคิดได้เลย ตระกูลอัสนีบาต น่ะล้วนจากไปหมดแล้ว เจ้าเมืองคนปัจจุบันเป็นคนตระกูลวายุเหมันต์ต่างหาก"


เอียหยานแค่นเสียงอย่างภาคภูมิกล่าวว่า


     "เด็กเอ๋ย พนันได้ว่าเจ้าไม่รู้เรื่องนี้ ความจริงแล้วตระกูลวายุเหมันต์ก็มาจากตระกูลอัสนีบาตนั่นแหละ เป็นหนึ่งในตระกูลสาขาของตระกูลอัสนีบาต ต่อให้เจ้าเมืองของเจ้าเห็นข้า มันก็ยังต้องเรียกข้าเป็นบรรพบุรุษต้นตระกูล จนป่านนี้เจ้ายังไม่เคารพข้า..."


  "เจ้าเมือง? ท่านคิดว่าข้าเห็นเจ้าเมืองอยู่ในสายตาหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นพ่อตาข้า ข้าจะบังคับให้เขามอบตำแหน่งเจ้าเมืองให้ข้านานแล้ว"

เนี้ยหลี่รู้สึกสมเพชกับคำพูดของเอียหยานก่อนจะพูดต่อว่า

"เก่งสุดที่พวกท่านเคยเจอก็แข็งแกร่งได้แค่ชั้นตำนานเท่านั้นเอง"

"ไอ้หนู ระวังน้ำเสียงหน่อย เจ้าเคยเจอใครแข็งแกร่งกว่าชั้นตำนานหรือไง?"

เนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า


"แน่นอนว่าข้าเคยพบ ชั้นตำนานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนเท่านั้น ท่านทราบหรือไม่ว่าเหตุใดพวกสัตว์อสูรถึงก่อความวุ่นวายขึ้นมา?"


"ข้าจะไปรู้เหรอ? บางทีพวกสัตว์อสูรนั่นคงโดนบางอย่างยั่วยุล่ะมั้ง"

เอียหยานพูด ยังคงฝืนยอมรับว่าตนผิด

เนี้ยหลี่พูดอย่างเอื่อยๆ ว่า


        "ไม่ได้ถูกยั่วยุ มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งได้รับปัญญาแห่งฟ้าและได้รับที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับตำนาน ยอดฝีมือระดับตำนานมากกว่าสามร้อยคนในทวีปเทพรู้สึกถึงสัตว์อสูรนี้และตัดสินใจฆ่ามันทิ้ง อย่างไรก็ตาม พวกเขาทำให้สัตว์อสูรนั้นโกรธ และผลที่ได้รับมาก็คือ พวกเขาถูกกำจัดหมด ด้วยความกราดเกรี้ยว สัตว์อสูรนั้นสั่งให้สัตว์อสูรทั้งหมดในทวีปเทพ  ล่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ จักรวรรดิหลายแห่งล่มสลายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน และปีนั้น เป็นปีเริ่มต้นของยุคมืด!!"


"อย่างนี้นี่เอง"



    เอียหยานเข้าใจทันที ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมก่อนที่ฝูงสัตว์อสูรจะเข้าถล่ม ยอดฝีมือในจักรวรรดิหลายแห่งถึงหายตัวไปและไม่มีใครพบอีกเลย


    "ในสายตาของท่าน คงเห็นว่าสัตว์อสูรที่ก้าวข้ามชั้นตำนานนั้นเป็นที่สุดของโลกแล้ว แต่ความจริงก็คือ ในขอบเขตขั้นถัดไป สัตว์อสูรนั่นก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตพื้นๆ เท่านั้น ถ้าพลังของข้าไปถึงจุดสูงสุดเมื่อไหร่ ข้าก็สามารถฆ่ามันได้เพียงแค่คิดเท่านั้น"

สายตาเนี้ยหลี่ทอดยาวออกไปข้างหน้า ท่านั่งขัดสมาธิดูหนักแน่นราวกับขุนเขาไม่สั่นคลอน

ในพริบตานั้น เอียหยานรู้สึกถึงคลื่นพลังวิญญาณที่ทรงพลานุภาพพัดผ่านไป


     คลื่นพลังที่เก่าแก่ผ่านพ้นวันเวลานานนับปียังถูกปรามาสว่ายังอ่อนแอ แต่กลับให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก พลังระดับนี้ผู้ที่สามารถรับรู้ได้มีเพียงบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยานซึ่งอยู่ในรูปของวิญญาณเท่านั้น หากเป็นคนอื่น คงได้แค่ยืนสั่นกลัวอย่างไม่รู้สาเหตุเท่านั้น


เจ้าเด็กนี่เป็นใครกันแน่


       ถึงแม้ระดับของเนี้ยหลี่เป็นเพียงร่างทรงอสูรระดับเงิน เอียหยานกลับรู้สึกราวกับตนอยู่ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองทีเดียว  แม้แต่ชั้นตำนานยังไม่สามารถทำให้เอียหยานสะท้านกลัวได้ถึงเพียงนี้


เนี้ยหลี่ดึงสายตากลับ เบนสายตามองไปยังเอียหยาน ยิ้มแล้วพูดว่า

"เอียหยาน ท่านต้องการคืนร่างแล้วได้รับรู้ถึงขอบเขตขั้นลี้ลับหรือเปล่า?"


        บรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยานถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ คลื่นพลังวิญญาณน่าหวาดหวั่นนั่นสลายไปในชั่วพริบตาราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่ามองอย่างไร เนี้ยหลี่ก็เป็นเพียงไอ้หนูอายุสิบสามทั่วไป แต่ทำไมจึงทำให้เขารู้สึกหวั่นเกรงได้ถึงขนาดนี้


    พอเห็นเนี้ยหลี่ยิ้มอย่างสบายๆ เอียหยานกลับรู้สึกว่าความปรารถนาและความหวังในใจเริ่มผลิดอกอย่างไม่สามารถควบคุม ขอบเขตขั้นที่เนี้ยหลี่พูดถึงนั้นจริงๆ แล้วเป็นอย่างไรกันแน่?


"ข้าต้องการ"


   แรงปรารถนาปรากฏชัดในสายตาของเอียหยาน เขาใช้น้ำเสียงเคารพนบนอบเวลาพูดกับเนี้ยหลี่อย่างไม่รู้ตัว


    แม้ว่าเอียหยานจะไม่รู้ว่าเหตุใดรูปลักษณ์ภายนอกของเนี้ยหลี่ถึงเป็นเด็กอายุสิบสามทั่วไป แต่เขาค่อนข้างแน่ใจทีเดียวว่า วิญญาณที่หลับอยู่ในร่างนั้นจะต้องเป็นยอดฝีมือระดับสูงมากๆ แน่


   มีเพียงเขาที่อยู่ในรูปของวิญญาณแล้วเท่านั้น ที่สามารถรับรู้ได้ในช่วงเวลานั้น


        ในพริบตาที่วิญญาณของเอียหยานถูกผนึกลงในหุ่นเชิดวิญญาณ วิญญาณของเขาก็ตกอยู่ในความควบคุมของเนี้ยหลี่ แต่เพิ่งจะเมื่อครู่นี้เอง ที่เอียหยานรู้สึกว่าตนยอมแพ้ต่อเนี้ยหลี่โดยสมบูรณ์จริงๆ  ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เนี้ยหลี่ก็เข้าสู่ภวังค์ฝึกตน เตรียมการทะลวงไปสู่ความเป็นร่างทรงอสูรระดับทอง

หลังจากฝึกที่ลานในส่วนที่พักของเนี้ยหลี่ไปได้ช่วงหนึ่ง ตู่ซือ หลู่เพียว และพรรคพวกออกจากจวนเจ้าเมืองกลับไปยังบ้านของตน


ตระกูลตู่


       ตู่ซือและครอบครัว อาศัยอยู่ในหมู่บ้านทรุดโทรมแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านมีราวสามร้อยหลังคาเรือน และชาวบ้านทุกๆ ครัวเรือน ต่างก็เป็นคนตระกูลตู่ทั้งสิ้น

ตู่ซือเดินไปตามเส้นทางเล็กๆ ตามรายทางต่างก็มีคนในตระกูลตู่ทักทายตู่ซืออย่างยินดี รอยยิ้มพาดผ่านใบหน้าเมื่อเห็นเขากลับมา


"ตู่ซือ กลับมาแล้วหรือ?"


"ขอรับ ท่านลุง!!"


     ตู่ซือรับคำด้วยรอยยิ้ม แม้ตระกูลตู่จะยากจนแต่ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวกลับแน่นแฟ้นยิ่ง

เมื่อพวกเขาเห็นตู่ซือ พวกเขาก็ยิ้มให้แล้วเล่าว่า

"ครอบครัวของตู่เมิ่งโชคดีมากที่มีเด็กอย่างตู่ซือ"

"ใช่ เขาเป็นร่างทรงอสูรระดับเงินแล้วทั้งที่อายุยังน้อยขนาดนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเชียวล่ะ ทุกๆ คนในตระกูลตู่ภาคภูมิใจในตัวเขามาก"

"ถ้าลูกข้ามีพรสวรรค์ได้สักครึ่งหนึ่งของตู่ซือล่ะก็ ต่อให้ข้าตาย ข้าก็ยังหัวเราะได้" พวกลุงๆ ต่างก็พูดคุยโม้ ยกยอเกินจริง ตู่ซือที่ได้ยินระหว่างเดินกลับบ้านถึงกับหน้าแดงนิดหน่อยด้วยความอาย


    วันนี้ทุกๆ คนในตระกูลตู่ภาคภูมิใจในตัวเขามาก สำหรับตระกูลเขากลายเป็นตัวตนที่ไม่มีใครแทนที่ได้ไปแล้ว

 ณ  ห้องโถงบรรพชนตระกูลตู่


    "ตู่ซือ นี่คือสัญลักษณ์ของตระกูลตู่เรา จี้กิเลนเพลิงกายหยก มีเพียงเจ้าตระกูลเท่านั้นที่สวมจี้นี้ได้ ตอนนี้ ข้าส่งต่อมันให้เจ้า เมื่ออายุเจ้าครบเกณฑ์ ก็จะได้เป็นเจ้าตระกูลตู่ต่อไป"


       ชายชราสวมชุดคลุม หนวดเคราขาวหลังโก่ง เขาโค้งตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยขณะยัดจี้หยกที่สะท้อนประกายไปที่มือของตู่ซือ


ชายชราคนนี้คือเจ้าตระกูลตู่คนปัจจุบัน ตู่หร่ง


"ท่านเจ้าตระกูล ตู่ซือไม่อาจรับของล้ำค่าเช่นนี้ได้"


       ตู่ซือพูดด้วยความตื่นตระหนก เขาสามารถรับรู้ถึงพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากจี้กิเลนเพลิงกายหยกนี้ได้


      "ตระกูลตู่ตกต่ำมาเป็นเวลานานมากแล้ว ในฐานะเจ้าตระกูล ข้ากลับทำให้บรรพชนผิดหวัง ตอนนี้ มีเพียงเจ้า ที่สามารถนำพาตระกูลให้กลับมารุ่งเรืองได้ เจ้าสมควรได้รับมัน"

ตู่หร่งพูดอย่างจริงจัง เทียบกับลูกหลานของเขาแล้ว ตู่ซือมีภาษีดีกว่ามาก ดังนั้นเขาจึงยกจี้กิเลนเพลิงกายหยกให้ตู่ซือสืบทอด ตู่ซือลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนจะรับจี้กิเลนเพลิงกายหยกมาจากตู่หร่ง เขาแทบไม่อาจกลั้นความรู้สึกที่ท่วมท้นขึ้นมาได้



ภาพในอดีตแว่บเข้ามาในสายตาของตู้เจ๋อ


       ตระกูลของตู่ซือนั้นยากจนมาก ทั้งตระกูลมีแปลงเกษตรเพียงไม่กี่สิบแปลง การออกล่าเนื้อในภูเขาทำให้พวกเขาสามารถอยู่พ้นไปวันๆ เท่านั้น ตู่ซือมีพี่สาวสองคน เพื่อให้ตู่ซือสามารถเข้าเรียนที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้ พวกนางต้องแต่งให้กับชายพิการจากหมู่บ้านข้าง ๆ


   ตูซือเก็บงำความรู้สึกอันใหญ่หลวงนี้ไว้ในใจ มีเพียงคืนที่อยู่คนเดียวเท่านั้น ที่เขาสามารถร้องไห้ออกมาดังๆ ได้ เขารู้สึกผิดต่อพี่สาวทั้งสองมาก


      เมื่อได้เข้าเรียนที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าตู่ซือจะมิได้มีพรสวรรค์อันโดดเด่น แต่เขาก็ใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการฝึกฝนตัวเอง หากเขาขยัน เขาสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของครอบครัวและวงศ์ตระกูลได้


ซึ่งจริงๆ แล้วนั่นนับว่าเป็นเป้าหมายที่ห่างไกลมาก จนกระทั่งเขาได้พบเนี้ยหลี่


        เนี้ยหลี่เปลี่ยนโชคชะตาของเขาอย่างสิ้นเชิง เนี้ยหลี่ทำให้เขากลายเป็นร่างทรงอสูรระดับเงิน!! และยังทำให้ครอบครัวของเขาพ้นจากสถานภาพยากจนข้นแค้นมาได้

ตู่ซือกำจี้กิเลนเพลิงกายหยกไว้แน่น น้ำตาเริ่มล้นเอ่อคลอเบ้า


"เนี้ยหลี่ จากนี้ไป ชีวิตข้าเป็นของเจ้า!!"


ตู่ซือสาบานกับตัวเองในใจ ด้วยแววตามุ่งมั่น


       เพราะเนี้ยหลี่ ตู่ซือจึงสามารถเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเอง และโชคชะตาของตระกูลได้


"ตู่ซือ ตระกูลเฉินของเป่ยเจิ้น หลินเจียของจินเจิ้นและตระกูลยู่ ทั้งหมดนี้ส่งคนมาคุยเรื่องแต่งงาน"


     
       มือของตู่หร่งสั่นเทา หลายปีมานี้ มีหญิงสาวที่ยินดีแต่งเข้าตระกูลตู่น้อยมาก แต่ตอนนี้ ตระกูลเหล่านี้กลับพากันต้องการแต่งเข้าตระกูลตู่ นับว่าเป็นเวลารุ่งเรืองของตระกูลจริงๆ


ตู่ซือเงยหน้าขึ้น ส่ายหัวอย่างหนักแน่นแล้วกล่าวว่า


       "ท่านเจ้าตระกูล ข้าจะไม่แต่งงานกับสตรีพวกนั้นหรอก เมื่อยามที่ตระกูลตู่ตกต่ำ พวกเขารังเกียจเรา แต่ตอนนี้ ต่างก็พากันมาประจบประแจง ข้าชังพวกมันยิ่ง"


    ตู่หร่งนิ่งคิดครู่หนึ่ง เขาเห็นด้วยกับคำพูดของตู้ตู่ซือ ตอนนี้ตู่ซือเป็นร่างทรงอสูรระดับเงินแล้ว เขาจะเอาตระกูลเล็กๆ มาอยู่ในสายตาทำไม

ตู่หร่งยิ้มพลางกล่าวว่า

"ดูเหมือนเสี่ยวซือมีความคิดอ่านเองแล้ว ข้าจะไม่พูดมากก็แล้วกัน"


ในเวลาเดียวกัน ณ ตระกูลหลู่


      ตระกูลหลู่เป็นตระกูลขุนนางขนาดเล็กมาก หลู่หนิง เจ้าตระกูลหลู่ ผู้เป็นบิดาของหลู่เพียวเป็นร่างทรงอสูรชั้นทองระดับสามดาว เขาย่อมไม่สามารถเทียบได้กับเหล่าอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ๆ แต่เขาก็มีอิทธิพลพอสมควรในพื้นที่เล็กๆ ทางตอนเหนือของนครเรืองโรจน์ ภายใต้การดูแลของเขา ธุรกิจด้านสมุนไพรค่อนข้างไปได้สวยทีเดียว

หลู่หนิงเดินเข้าไปในห้องรับแขกด้วยฝีเท้าหนักแน่น

เมื่อหลู่หนิงเข้ามาในห้องรับแขก เขาก็พบหลู่เพียวนั่งพาดขาบนโต๊ะปากกำลังเคี้ยวผลไม้สีม่วงเข้ม ดูสบายอารมณ์มาก


      เมื่อเห็นภาพนี้ หางตาของหลู่หนิงเริ่มกระตุก ถ้าเป็นเมื่อก่อน หากหลู่เพียวขวัญกล้าบังอาจทำเสียงเบาๆ ต่อหน้าเขา เขาต้องจับมันตีก้นแน่ๆ จนถึงตอนนี้ หลู่เพียวเป็นหนึ่งในคนที่น่าผิดหวังที่สุดในเด็กรุ่นเดียวกัน เขาขี้เกียจมากจนหลู่หนิงเห็นทีไรต้องรู้สึกคันไม้คันมือหากไม่ได้เพ่นกบาลลูกชายสักที


       แต่เจ้าตัวขี้เกียจหลู่เพียวไม่รู้ไปทำอะไรมา ในการทดสอบของตระกูลครั้งก่อน กลับกลายเป็นว่าพลังของมันไปถึงระดับทองแดงขั้นห้าดาว เขี่ยเด็กรุ่นใกล้เคียงกันตกไปอย่างรวดเร็ว

แทบไม่อยากจะเชื่อเลย


      แม้แต่ตัวหลู่หนิงเอง ตอนที่อายุเท่ากันเขาทำได้เพียงระดับทองแดงขั้นหนึ่งดาวเท่านั้น ความเร็วในการฝึกพลังของหลู่เพียวสูงจนน่าหวาดกลัว ตอนนี้หลู่เพียวอยู่ระดับทองแดงขั้นห้าดาวแล้ว


         ถ้าลู่เปียวฝึกหนักทุกๆ วัน ยังพอเข้าใจได้ แต่เขาไม่เห็นหลู่เพียวนั่งฝึกพลังเลยสักครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ยังใช้เวลาไปกับการพักผ่อนเที่ยวเล่น อย่างเมื่อวาน ก็เพิ่งไปแอบถ้ำมองผู้หญิงอาบน้ำที่ตระกูลเซี่ยวอยู่ถัดไป นี่มันอาชญากรรมชัดๆ 


   ทีแรกหลู่หนิงคิดว่าเรื่องนี้คงกลายเป็นปัญหา ตระกูลเซี่ยวต้องไม่ปล่อยเรื่องนี้ง่ายๆ แน่ สุดท้าย เช้าวันถัดมาตระกูลเซี่ยวค่อยส่งจดหมายมาถึง เนื้อหาคือการหารือทาบทามให้เด็กหญิงของตระกูลเซี่ยวแต่งให้กับหลู่เพียว หลู่หนิงเข้าใจได้ว่าตระกูลเซี่ยวหมายตาศักยภาพของหลู่เพียว


จากความเร็วในการฝึกของหลู่เพียว สักวันมันต้องกลายเป็นร่างทรงอสูรระดับทองคำดำได้แน่



   
    ถึงมันจะเป็นเด็กที่ขี้เกียจที่สุดที่เขาเคยพบ ความเร็วในการฝึกพลังของมันต้องนับว่าน่าตระหนก และดันไปแอบดูสาวข้างบ้านอาบน้ำจนได้สะใภ้มาเสียด้วย


แปลโดย  [Moonstruckman]





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง