test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

6 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 102 หุ่นปักษาสถิตวิญญาณระดับตำนาน


     

    หลังจากที่ร่างทรงอสูรระดับตำนาน เซิ่นมัว ได้ฝึกฝนวิทยายุทธ์อัสนีบาตเขาได้เปลี่ยนร่างกายของเขาเข้ารวมร่างกับอัสนี ดังนั้นเขาจึงสามารถปราบดาบเทพอัสนีดาวตกได้ โดยไม่ต้องพึ่งวิธีการอันทรงพลังมาก หลังจากนั้นมิมีผู้ใดสามารถปราบดาบเทพอัสนีดาวตกลงได้ 



          อย่างไรก็ตามในขณะเดียวกันมันยังมีข้อบกพร่องอย่างมาก มันก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงกลับไปยังขอบเขตพลังวิญญาณของเซิ่นมัว ซึ่งเป็นเหตุผลให้เซิ่นมัวล่วงลับไปในวัยเพียง 39 ปี


จริง ๆ แล้ว วัยเพียง 39 ปี อยู่บนจุดสูงสุดของร่างทรงอสูร ดังนั้นเซิ่นมัวที่จากไปก่อนวัยอันควรคนอื่นๆ จึงรู้สึกสงสารเขา


      หลังจากนั้นไม่มีใครที่สามารถปราบดาบเทพอัสนีดาวตกได้ เพื่อหลีกเลี่ยงจากออร่าแห่งความตายที่รั่วไหลออกมาจากดาบเทพอัสนีดาวตก พวกร่างทรงอสูรระดับตำนานทั้งหมดจึงสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาที่เขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์และปิดผนึกดาบเทพอัสนีดาวตกที่นี่


        แตกต่างจากเซิ่นมัว เนี้ยหลี่ไม่ได้ใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงร่างกายเพื่อปราบดาบเทพอัสนีดาวตก แต่เขาเปลี่ยนพลังจิตวิญญาณในดาบเทพอัสนีดาวตกเป็นของเขาเองและควบคุมพลังของเหล่าจิตวิญญาณอสูรเพื่อที่จะปราบดาบเทพอัสนีดาวตก




       เนี้ยหลี่ทำให้เรื่องที่ใหญ่กลายเป็นเรื่องที่เล็ก แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่เพียงแค่ในระดับเงิน เขาใช้วิธีการที่แม้แต่ร่างทรงอสูรระดับตำนานก็ไม่สามารถที่จะกระทำได้



         "ถ้าข้ารู้ว่าวิธีการนี้จะสามารถปราบดาบเทพอัสนีดาวตกได้ ข้าจะได้รับความสามารถที่จะควบคุมดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ตั้งแต่เมื่อตอนนั้นแล้ว" เอียเหยียนรู้สึกเศร้าใจ ถ้าเขารู้วิธีการที่จะควบคุมดาบเทพอัสนีดาวตก บรรดาร่างทรงอสูรระดับตำนานก็จะไม่ต้องมีใครตายในสนามรบ เมืองกลอรี่จะมีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่า ณ ตอนนี้แน่นอน



ตูม! ตูม! ตูม!




ประกายสายฟ้าระเบิดออกมาจากดาบเทพอัสนีดาวตก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนั้น สายฟ้าก็ค่อยๆจางหายลงไป


          เนี้ยหลี่ค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ บริเวณโดยรอบถูกกวาดล้างด้วยแรงพลังวิญญาณและได้ก้าวเข้าไปยังดาบเทพอัสนีดาวตกที่ละก้าว ที่ละก้าว

      ด้านหน้าของสายฟ้าแรงพลังวิญญาณเป็นเหมือนงูที่ล้อมรอบดาบเทพอัสนีดาวตก มันยังคงต่อต้านอยู่ แต่มันก็ค่อยๆที่จะสงบลง



เนี่ยหลี่มั่นใจแล้วจึงคว้าไปที่ด้ามจับ



วู้มม


เกิดเสียงที่ดังสนั่น "วู้มม" เสียงมันมาจากดาบเทพอัสนีดาวตก

เสียง "วู้มม" ที่ดังสนั่นหวั่นไหวได้แพร่กระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ

มันยังคงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณาบริเวณและดังจนผ่านเมืองกลอรี่ออกไป


      คลื่นเสียงที่มองไม่เห็นนั่น คนธรรมดาไม่สามารถที่จะได้ยินมัน เพียงแค่ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์  และสูงกว่าเท่านั้นที่จะรู้สึกถึงอานุภาพของคลื่นเสียงมันราวกับว่ามันสามารถแทงเข้าไปยังขอบเขตพลังวิญญาณ



ตระกูลศักดิ์สิทธิ์


       เกิดอะไรขึ้น?" ผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของเสิ่นฮองนั้นกับบูดเบี้ยว เขาโดนถล่มโดยคลื่นเสียงทำให้ขอบเขตพลังวิญญาณของเขาเกิดสั่นไหว เขาเกือบจะอาเจียนเป็นเลือดเพราะมัน การบ่มเพาะพลังของเขาหลายชั่วยามนั้นถูกลบล้างไปในทันทีเป็นพลังที่มีอำนาจที่น่ากลัวมาก!
เสิ่นฮองไม่สามารถคิดได้ว่าคลื่นเสียงนี้มาจากที่ใด



ตำหนักของท่านเจ้าเมือง

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนในปัจจุบันกำลังพูดคุยกัน เรื่องการเคลื่อนที่ของเสียงจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

"คลื่นเสียงมันมาจากที่ใดกัน?" เอียเซิ่งถามโดยขมวดคิ้วของเขา

   

  "ด้วยความเคารพท่านเจ้าเมือง คลื่นเสียงนี้มองไม่เห็นและติดตามได้ยาก เราจึงไม่สามารถที่จะติดตามไปถึงตำแหน่งของมันได้" ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ตอบ


         คลื่นเสียงที่มองไม่เห็นเคลื่อนที่โดยไร้รูปแบบไปมา เอียเซิ่งคิดกังวลว่าอาจจะมีสัตว์อสูรระดับตำนานอยู่รอบเมืองกลอรี่จึงได้เรียกร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์และสูงกว่าเพื่อหารือเกี่ยวกับการตอบโต้


       ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงอีกหลายคน ตระกูลใหญ่อื่นๆอีกมากมายนอกจากนี้ ยังพบสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แต่นักสู้และอสูรวิญญาณไม่ได้รับผลกระทบจากมัน


เป็นพลังที่น่ากลัวมาก!


ณ ใจกลาง เขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์



    เนี้ยหลี่กุมดาบเทพอัสนีดาวตกไว้อย่างแน่นหนา พร้อมขยับไปมา ดาบอัสนีเล่มนี้เป็นของที่มีค่าคู่ควรยิ่งนัก   เป็นถึงระดับพระเจ้าในตำนาน  พละกำลังของมันช่างอยู่เหนือจินตนาการ  ความแข็งแกร่งของมันเหนือกว่าดาบหมอกม่วงที่เขาใช้ในชาติที่แล้วเสียอีก



        เมื่อเขาดึงดาบเทพอัสนีดาวตกออกมากะทันหัน ประกายแสงจากดาบพวยพุ่งผ่านไปมาทั่วท้องฟ้า สายฟ้านับไม่ถ้วนพุ่งตรงมารวมกันยังดาบเทพอัสนีดาวตกในมือเนี้ยหลี่แล้วประกายแสงก็ค่อยๆจางลงไป



         ดาบเทพอัสนีสายฟ้านั้นล้อมรอบไปด้วยประกายแสงพุ่งไปมาอย่างรวดเร็วและเริ่มจางลงกลายเป็นดาบโบราณขนาดใหญ่มีคราบสนิมบางส่วนเกาะติดอยู่กับมัน ใครจักรู้ว่าดาบใหญ่เล่มนี้เล่มนี้คือดาบเทพอัสนีดาวตก ที่มีอำนาจผสานลำแสงสายฟ้าได้อย่างยอดเยี่ยม



ในตอนนี้ ดาบเทพอัสนีดาวตกได้รับรู้แล้วว่ามันต้องกลายเป็นทาสรับใช้ของเนี่หลี่



โดยปติดาบเทพอัสนีดาวตกจะมองไม่แตกต่างจากดาบเหล็กทั่วไป แต่เมื่อเนี้ยหลี่ใส่พลังวิญญาณของเขาเข้าไปภายใน ดาบเทพอัสนีดาวตกจะปล่อยพลังอันน่ากลัวออกมา



      เนี้ยหลี่วางดาบเทพอัสนีดาวตกไว้ที่ด้านหลังของเขา แล้วมองไปที่บรรพชนผู้ก่อตั้ง เอียหยาน  ซึ่งตอนนี้ลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่าดังนั้น? ท่านบรรพชนเอียหยาน  ดาบเทพอัสนีสายฟ้าเล่มนี้ถูกสยบโดยข้า


        หลังจากตกตะลึงไปสักครู่บรรพชนผู้ก่อตั้ง เอียหยานก็กล่าวว่า ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะสามารถสยบดาบเทพอัสนีดาวตกได้จริง ข้าจะทำตามสัญญา  อย่างไรก็ตามดาบเทพอัสนีดาวตกถึงทำให้อ่อนกำลังลงโดยเจ้า  และกลายเป็นดาบที่มีเจ้าของ พลังวิญญาณของข้าไม่สามารถเชื่อมต่อกับมันได้  ข้าจะหายไปในไม่กี่วัน  ดังนั้นข้าคงจะปฏิบัติตามสัญญาได้เพียงไม่กี่วัน.................



 “ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง เอียหยาน ไม่ได้คิดโกหกใช่ไหม?” เนี้ยหลี่มองไปยังเอียเหยียนด้วยสายตาดูถูก



 “เจ้า......ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ก่อตั้งเมืองกลอลี่ ทำไมข้าต้องโกหก!เอียหยานปล่อยลมหายใจอันหนาวเหน็บออกมา



 “มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากในการที่จะให้วิญญาณให้สถิตอยู่ในสิ่งของเนี้ยหลี่     รีดดวงตาลงพร้อมยักไหล่  ตามข้ามา



      หาสิ่งของสำหรับให้วิญญาณเข้าไปสถิตอยู่ได้ง่ายเลยเหรอ? ภายใต้ผืนฟ้ายังมีสิ่งของที่มีพลังวิญญาณที่ไม่มีเจ้าของเหมือนกับดาบเทพอัสนีดาวตก  สิ่งของธรรมดาไม่สามารถที่จะให้วิญญาณสถิตอยู่ได้



แต่เมื่อมองมาที่เนี้ยหลี่  นั้นดูมีความมั่นใจมาก  เอียหยานลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเขาไป



ก่อนที่ดวงวิญญาณของเขาจะหายไป  เขาจะยึดถือคำสัญญาอย่างแน่นอน



เมื่อปราศจากดาบเทพอัสนีดาวตก เขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่สามารถที่จะอยู่ได้ยืนยาวอีกต่อไป



เนี้ยหลี่มองไปที่ เสี่ยวหนิงเอ๋อ  ที่กำลังมุ่งมั่นในการฝึกอยู่ และกล่าวว่า  หนิงเอ๋อ  ไปกันเถอะ!?”



 “อือ”  เสี่ยวหนิงเอ๋อพยัคหน้า





บริเวณ นอกเขตชายแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์



หลังจากก้าวออกจากเขตชายแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์  เนี้ยหลี่และเสี่ยวหนิงเอ๋อพบกับตู้ซื่อ และหลู่เพลี่ยว ที่อยู่ด้านนอก



        “พวกเจ้าผ่านการทดสอบจากชายแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ได้จริงด้วย!เอียเชิงมองมาที่เนี่ยหลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อ ด้วยความรู้สึกตะลึง  เขามีมุมมองที่ค่อนข้างดีต่อพวกเขาอยู่แล้ว ถ้ามีการจัดการที่ดีก็ผ่านการทดสอบได้



เนี้ยหลี่ป้องมือคำนับพร้อมทั้งกล่าว ท่านรองอาจารย์ใหญ่ โปรดเก็บเรื่องที่ข้าผ่านชายแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้เป็นความลับด้วย



    เมื่อได้ยินเนี้ยหลี่กล่าว  เอียเชิง ขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากคิดสักครู่ เขาก็พยักหน้า เนี้ยหลี่ตัดสินใจถูกต้องแล้ว ความสามารถพิเศษของเนี้ยหลี่ตอนนี้นั้นได้แสดงออกมาจนทำให้น่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก  ถ้ามีเรื่องน่าประหลาดใจอื่นเข้าไปอีก จะไม่ใช่ผลดีแน่ และอาจจะถูกสมาคมทมิฬลงมือบางอย่างเป็นแน่



         เสี่ยวหนิงเอ๋อ ยังตื่นเต้นมากกับการผ่านการทดสอบจากชายแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์  ในตอนนี้นางได้เพิ่มความสามารถจนถึง ระดับซิลเวอร์ ขั้นห้าดาว  เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด้วยความสามารถเป็นพิเศษของนาง  จะต้องได้รับการปกป้องจากเจ้าเมืองในระดับสูง ในอนาคตจะไม่มีใครบังคับเธอให้แต่งงานกับ เสิ่นเฟยได้อีกครั้ง



       เอียเชิง รีบรายงานข่าวของเนี้ยหลี่และเซียวหนิงเอ๋อ  ได้ผ่านการทดสอบชายแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์  ให้แก่เจ้าเมือง  หลังจากที่ได้รับรายงานเจ้าเมืองก็สั่งการในทันทีให้เสี่ยวหนิงเอ๋อ  ย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักเจ้าเมืองทันที



        เนี้ยหลี่ในตอนนี้ยังไม่กลับไปยังตำหนักเจ้าเมืองในทันทีแต่กลับซื้อวัสดุต่างๆ บริเวณรอบเมืองกลอลี่ หลังจากซื้อวัสดุจำนวนมาก  เนี้ยหลี่ก็เริ่มประดิษฐ์  หุ่นปักษาสถิตวิญญาณ ตามพิมพ์เขียวที่ได้มา



เขาผ่านการฝึกประสบการณ์ช่างตีเล็กจากผู้เชี่ยวชาญของเมืองกลอลี่ เพื่อสร้างงานฝีมือนี้ด้วยตอนเอง  เขาได้แกะสลักตามรูปแบบในจารึก



เมื่อเห็นสิ่งที่เนี้ยหลี่กำลังสร้าง เอียหยานก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก  พร้อมกล่าว นี่คือที่สถิตวิญญาณใช่ไหม?”



 “ถูกต้องเนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าของเขา



 “เจ้ากำลังทำสิ่งที่ชั่วร้ายหรือ?”  บรรพชนผู้ก่อตั้ง เอียหยาน เข้าใจว่าเนี้ยหลี่เตรียมที่จะผนึกวิญญาณลงในหุ่นกระบอกนี้



 “มิใช่สิ่งชั่วร้ายหรอก  ในโลกนี้มีเพียงคนชั่วเท่านั้นเนี้ยหลี่ส่ายหน้าของเขา



เอียหยานเริ่มลังเล  เขานั้นได้ตกลงสัญญากับเนี้ยหลี่เรียบร้อย เขาต้องรักษาสัญญาอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามเขาไม่มีความสุขนักที่วิญญาณของเขาจะต้องเข้าไปสถิตอยู่ภายในหุ่นกระบอกวิญญาณ  แต่ก็ยังดีกว่าดวงวิญญาณของเขาต้องสลายไป อะไรที่ทำให้บรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยาน ต้องตกต่ำ ถึงกับต้องเป็นวิญญาณภายใต้การควบคุมของเนี้ยหลี่



แม้วาเขาจะรันทด  แต่เขายังสามารถรักษาสิ่งที่เขาพูดได้



   วัสดุที่เขาใช้ทำหุ่นกระบอกวิญญาณนั้น เนี้ยหลี่ คัดมาเป็นพิเศษ มีความแข็งแกร่งในตัวเองโดยธรรมชาติ  มันเป็นสิ่งที่จะพูดได้เลยว่า แม้แต่ร่างทรงอสูรระดับตำนาน ยังไม่สามารถทำลายมันลงได้ ยิ่งเพิ่มบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยาน ซึ่งเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานเข้าไปจึงไม่ต้องสงสัยเกี่ยวกับ   พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งของเขา



แม้ว่าพลังโจมตีของหุ่นกระบอกวิญาณ จะไม่มากนัก  แต่มันก็แข็งแกร่งไม่แพ้ร่างทรงอสูรระดับโกลด์ หลังจากบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยาน ค่อยผสานกับหุ่นกระบอกวิญญาณ  ความแข็งแกร่งของเขาจะค่อยๆคืนกลับมาเหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่



มันจะกลายเป็นหุ่นกระบอกวิญญาณระดับตำนาน!



แม้จะมีผู้คนจำนวนมากสร้างหุ่นกระบอกวิญญาณมาก่อนยุดของอาณาจักรมืด  แต่หุ่นกระบอกวิญญาณระดับตำนานนั้นยังมิค่อยได้ถูกพบเห็นนัก



หลังจากผนึก เอียหยาน ลงภายในหุ่นปักษาสถิตวิญาณ  เอียหยานขยับปีกใหม่เล็กน้อย  เขาบินวนไปรอบๆบนท้องฟ้าสักครู่



 “บรรพชนผู้ก่อตั้ง เอียหยาน  มันเป็นอย่างไรบ้าง?” เนี้ยหลี่เอ่ยถาม พร้อมยิ้มเล็กน้อย



 “ ยังใช้ได้”  เอียหยาน รันทดเล็กน้อย  เมื่อตอนที่เขายังมีชีวิตเขาเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับตำนาน  และตอนนี้เขากลายเป็นหุ่นกระบอกวิญญาณ เขาก็มีความรู้สึกซึมเศร้าอยู่ในใจอย่างเลี่ยงไม่ได้  อย่างไรก็ตามการทีเขาต้องอยู่แต่ภายในชายแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มาเป็นระยะเวลายาวนาน  ตอนนี้นั้นเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่อโลกภายนอก  แม้ว่าเขาจะกลายมาเป็นหุ่นกระบอกวิญญาณในตอนนี้  เขายังสามารถบินและมองดูโลกปัจจุบันได้



มีแน่นอนกำไรและขาดทุนในชีวิต  เอียหยาน ยังเป็นผู้ที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ดังนั้นเขาจึงไม่รันทดเท่าใดนัก



 “นับจากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่า เสี่ยว เฟย เฟยเนี้ยหลี่กล่าว



    เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เดิมทีเอียหยาน เดิมก็รันทดอยู่แล้ว ก็รู้สึกเหมือนถูกซ้ำขึ้นมาในทันที  เหมือนมีปืนมายิงตรงหัวให้ตายเสียให้ได้  เขานั้นเป็นถึงผู้ก่อตั้งของเมืองกลอรี่และ  นามปัจจุบันถูกเรียกขานว่า เสี่ยว เฟย เฟย สิ่งนี้มันช่างเหมือนลักษณะการดูถูกกันยิ่งนัก





เมื่อเอียหยานแสดงความโกรธที่เขามีอยู่ภายใน เขาเห็น  เสี่ยวหนิงเอ๋อพยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างจริงจัง เสี่ยว เฟย เฟย  เป็นชื่อที่ดี



เอียหยาน คำรามออกมาอย่างเรียบๆ  ชื่อนี้มันดีอย่างไร?”



เขาได้ยินเนี้ยหลี่พูดว่า  เสี่ยวหนิงเอ๋อชอบมัน  นับจากนี้ต่อไปเจ้าจะถูกเรียกว่า เสี่ยว เฟย เฟย !



มิยอมให้เอียหยาน ได้มีโอกาสพูดคุยใดๆ  หุ่นกระบอกวิญญาณที่เกิดใหม่ตัวนี้ก็ได้ชื่อเสี่ยว  เฟย  เฟย  เรียบร้อยแล้ว



หลังเสร็จสิ้นทุกอย่าง เนี้ยหลี่  เสี่ยวหนิงเอ๋อ  ตู่ซื่อ  และหลู่เพลี่ยว ได้เดินทางตรงไปยังตำหนักเจ้าเมือง



ผ่านป่าอันเงียบสงบ  สายลมเย็นพัดผ่านมาบ้างเป็นครั้งคราว  กลิ่นอายอันตรายสามารถรู้สึกได้  เนี้ยหลี่ก็ดำเนินการตามขั้นตอนของเขา



 “เนี้ยหลี่  เกิดสิ่งใดผิดปกติหรือ?” หลู่เพลี่ยว และ ตู่ซื่อ เอ่ยถาม



เสี่วยหนิงเอ๋อ  กวาดสายตาของนางมายังเนี้ยหลี่อย่างสงสัย



 “ เนี้ยหลี่ เพ่งมองไปที่ตรงหน้า แล้วปล่อยลมหายใจอันเย็นเยือกพร้อมทั่งเปล่งวาจา ไหนๆพวกเจ้าก็มาแล้ว ทำไมจึงหลบซ่อนตัวอยู่อีกน่ารำคาญ?”


     เมื่อเสียงของเนี้ยหลี่เงียบลง  ผู้คนนับสิบก็ออกมาจากป่า มาล้อมรอบเนี้ยหลี่และพวกของเขาเอาไว้  ผู้คนเหล่านี้ปกปิดใบหน้า ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นใบหน้าของพวกเขา....จบตอน


แปลโดย  [นักอ่านไร้นาม]







เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง