test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

6 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 101 กลืนกินจิตวิญญาณอสูร


          เนียลี่พร้อมกับเซี่ยวหนิงเอ๋อ ลุกขึ้นยืนขึ้นภายใต้การดูแล ของบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียเหยียน เนียลี่และซี่ยวหนิงเอ๋อ ตรงเข้าไปยังส่วนลึกของรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์
          

         ในขณะที่ทั้งสองเดินไปยังส่วนลึกของ พรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์อยู่นั้น จู่ ๆ ในหัวของพวกเขาก็ปรากฏเป็นภาพลวงตามากมายหลายประเภท ทำให้เห็นเป็นภาพลวงตา ราวกับว่ามีสัตว์อสูรนานับพันตัวเข้ามาโจมตีเข้ามาจากทุกทิศทาง
          


         อย่างไรก็ตาม ภาพลวงตาระดับต่ำพวกนี้ ไม่สามารถทำให้เนียลี่ได้รับผลกระทบใดๆเลย เพราะจิตใจของเนี่ยลี่แข็งแกร่งมากกว่า
          


         ใบหน้าของเซี่ยวหนิงเอ๋อซีดลงเล็กน้อยหลังจากต่อสู้กับภาพลวงตาพวกนั้น เสื้อผ้าของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ซึมออกมา เหลผู้มีพรสวรรค์ที่เข้ามายังพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ก่อนหน้านี้ ไม่กล้าที่จะเข้ามายังส่วนลึกของพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แม้แต่น้อย สาเหตุเพราะว่ายิ่งลึกเข้าไปในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มากเท่าไหร่ยิ่งทวีความอันตรายมากขึ้นนั่นเอง
          


เนียลี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่รุนแรงแผ่ออกมาจากที่ ที่อยู่ไกลออกไป
          

มันเป็นกลิ่นอายของ กระบี่เทพอัสนีดาวตก !
          


      ช่างเป็นกลิ่นอายที่รุนแรงจริงเพียงแค่สิ่งที่มันปล่อยออกมา ก็สร้างความกดดันแก่ผู้ที่พบเจอมัน!
          


          เมื่อเห็นว่ากลิ่นอายของกระบีเทพอัสนีดาวตกมีกำลังเหนือกว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อและเกือบจะกลืนกินนาง สีหน้าของเนียลี่ดูจริงจังขึ้น  เนียลี่รีบจัดการกับจิตวิญญาณของเซี่ยวหนิงเอ๋อ รวดเร็วราวกับฟ้าผ่า ร่างกายของนางสั่นสะท้านไปทั้งตัว จิตใจของนางเองก็ถูกชำระล้างไปด้วย
          



   “หนิงเอ๋อ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?” เนียลี่มองไปยังเซี่ยวหนิงเอ๋อ เซี่ยวหนิงเอ๋อยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า
          



       “อืมม..ขอบใจเจ้ามากนะเนียลี่”เซี่ยวหนิงเอ๋อ ขอบคุณ เนียลี่ด้วยใจจริง นางมองกลับไปยัง เนียลี่ ถ้า เนียลี่ไม่ช่วยนางแล้ว นางจักต้องถูกกลิ่นอายเหล่านั้นกลืนกินจิตใจนางไปแล้วอย่างแน่นอน
          


         เนื่องจากเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวของนาง เสื้อผ้าที่แสนบางที่เซี่ยวหนิงเอ๋อได้สวมใส่อยู่ได้แนบชิดกับตัวนางเผยให้เห็นเรือนร่างที่งดงามชวนหลงใหลมากยิ่งขึ้น ยอดดอกที่ชันขึ้นของนางช่างดูสง่างามยิ่งนัก
          
   

          เซี่ยวหนิงเอ๋อนางกำลังจะกลายเป็นสาวงามและเสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นของนางเมื่อนางได้โตเป็นสาวนั้นยังชวนให้หลงใหลอย่างมากมันช่วยไม่ได้เลยที่เนี่ยลี่จะแสดงสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้เห็นเรือนร่างของเซี่ยวหนิงเอ๋อ 


     สร้างความว้าวุ่นในใจให้เนียลี่ไม่น้อย(กำหนัดไง) ใบหน้าของ เนียลี่เริ่มแดงระเรื่อขึ้นด้วยความเขินอาย เขาทำได้เพียงเกาจมูกพร้อมเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแก้ความเขินอายเท่านั้น  (รู้นะ ว่าในใจเอ็งไปถึงไหน เด็ก 13-14 แก่แดดด !!!)
          


       ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งเอียเหยียน เมื่อข้ากำราบกระบี่เทพอัสนีดาวตกได้ ท่านมาติดตามข้า ท่านยังไม่ลืมเรื่องนี้ใช่หรือไม่?” เนียลี่เปลี่ยนเรื่องหันหน้าไปคุยกับเอียเหยียนทันที
          


         ได้สิ!”เอียหยานกล่าว 

         ข้ารับปาก!หากเจ้าสามารถที่จะปราบ ดาบกระบี่อัสนีดาวตกได้จริงอย่างที่เจ้าว่า ข้าก็ไม่อาจที่จะอยู่ในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อีกต่อไป จิตวิญญาณของข้าผูกติดอยู่กับ กระบี่เทพอัสนีดาวตกมันจึงเป็นสาเหตุที่ดวงวิญญาณของข้าข้ายังไม่กระจายออกไปไหน แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าเด็กเหลือขอ ข้าขอแนะนำเจ้าไว้อย่างหนึ่งว่า การที่จะนำกระบี่เทพอัสนีดาวตกออกมาใช้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นึกอยากจะทำก็ทำได้!
          

“ถ้ามันเป็นเรื่องง่าย มันก็คงจะไม่มีค่าพอให้สนใจ!”เนี่ยลี่กล่าวตอบพร้อมยิ้ม อย่างไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมันสักเท่าไร
          

เอียเหยียนรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก ทำไมเนียลี่ถึงได้มั่นใจนัก ?
          

    หากเนียลี่สามารถดึงกระบี่เทพอัสนีดาวตกออกมาได้ มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายอะไร และเขายังจะได้ออกไปจากพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ และได้มองดูโลกภายนอกด้วย !
          

        เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็ได้เข้าใกล้กับ แกนกลางของพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ แท่นบูชาโบราณที่อยู่ไกลออกไปปรากฏท่ามกลางสายตาของเนียลี่ กระบี่นี้ถูกปกคลุมด้วยสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงเสียงลมเสียงฟ้าผ่าที่ส่งมาจากมันด้วย
          

และยังมีกลิ่นอายที่แผ่จิตสังหารออกมาตลอดเวลา
          


          กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นี้มีจิตวิญญาณสิงอยู่ แม้ว่าพวกเนียลี่จะอยู่ไกลออกไป กว่าร้อยเมตรพวกเขายังรู้สึกได้ถึงความเย็นที่ทะลุทะลวงเข้ามาถึงกระดูกเลยทีเดียว
          

         นั่นนะหรือ กระบี่เทพอัสนีดาวตก ?” เซี่ยวหนิงเอ๋ออุทานออกมา แม้ว่าจะอยู่ไกลจากมันมากนางก็ยังรู้สึกถึงแรกกดดันวิญญาณที่แข็งแกร่ง แม้แต่การก้าวเท้าไปข้างหน้ายังเป็นเรื่องที่ยากจะทำได้ยิ่ง
          

         ในขณะที่นางรับแรงกดดันวิญญาณที่แผ่ออกมานั้น ภายในจิตวิญญาณของเซี่ยวหนิงเอ๋อ ก็เพิ่มความแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลัง[ปีกมังกรวายุอัสนี] ของนางถูกหมุนเวียนอย่างรวดเร็วภายในร่างของนาง จิตวิญญาณภายในของนางราวกับมีมังกรทะยานอยู่ภายใน
          
        หลังจากนั้นไม่นานนัก จิตวิญญาณของเซี่ยวหนิงเอ๋อระเบิดออก แรงจิตวิญญาณของนางวิ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
          

ตูม!!!!
          

ประสบความสำเร็จ!!!
          

ระดับซิลเวอร์ห้าดาว !!
          


             เทคนิคการบ่มเพาะพลัง[ปีกมังกรวายุอัสนี] เป็นเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มี ความเร็วและความคืบหน้ามีประสิทธิภาพมากกว่า [พลังเทพวิถีฟ้า] ของเนียหลี่อยู่มาก ภายใต้แรงกดดันของ กระบี่เทพอัสนีดาวตก ความสามารถในการบ่มเพาะพลังของเซี่ยวหนิงเอ๋อก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น
          


อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นก็จะถึง ระดับโกลด์!
          


       แม้ว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อ จะยังไปไม่ถึงระดับโหลลด์ แต่นางก็แข็งแกร่งมาก แม้ต่ยอดฝีมือระดับ โหลดหนึ่งหรือสองดาวย่อมมิใช่คู่มือนาง
          


          เมื่อได้เห็นระดับการบ่มเพาะพลังของเซี่ยวหนิงเอ๋อ พุ่งทะยานและดึขึ้นมาก ช่วยไม่ได้ที่เนียลี่จะยิ้มออกมาด้วยความชื่นชม ความแข็งแกร่งของเซี่ยวหนิงเอ๋อในปัจจุบันเพียงพอแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของนางในอดีตของนาง
          


    “หนิงเอ๋อ เจ้าจงผสานรวมกับจิตอสูรนี้”เนียลี่มองไปยังซี่ยวหนิงเอ๋อ พร้อมกับหยิบผลึกบางอย่างออกมา
          


        “นั่นมันคืออะไรกัน?”เซี่ยวหนิงเอ๋อมองไปยังผลึกจิตอสูรที่เนี่ยลี่หยิบมาด้วยความสงสัย
          

        “วิหคอัสนี มีคุณสมบัติวายุอัสนี จิตอสูรปีศาจที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า!”เนียลี่กล่าว แล้วนำมันวางบนมือของเซี่ยวหนิงเอ๋อ
          


          “เนียหลี่ ข้า....”เซี่ยวหนิงเอ๋อเงยหน้านางขึ้น น้ำในตาของนางปริ่มล้นออกมา เนียลี่ช่างปฏิบัติดีต่อนางยิ่งนัก นางไม่รู้เลยว่าจะตอบแทนเยี่ยงไรจึงจะสามารถตอบแทนเนียลี่ได้
          



         เนียลี่ตบไหล่เซี่ยวหนิงเอ๋อเบา ๆ แล้วยิ้มพร้อมกล่าว เจ้ารีบรวมร่างกับจิตอสูรตนนี้โดยเร็ว ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าหากเจ้ามี วิหคอัสนีเป็นจิตอสูรแล้วละก็ แม้จะเป็นข้าก็มิอาจเป็นคู่มือเจ้า!
          


    เพื่อที่จะได้ไล่ตามเนียหลี่ และได้ยืนเคียงข้างเนียหลี่ในสักวันซี่ยวหนิงเอ๋อ รีบผสานร่างกับวิหคอัสนีทันที
          



    “เจ้าเด็กน้อย มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าจิตอสูรนั้นคือ วิหคอัสนี แต่ที่เจ้าบอกว่าการมีระดับเติบโตระดับพระเจ้านี่มันหมายความว่าเช่นไรกัน ?”บรรพชนผู้ก่อตั้งขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
          


   “ข้าไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องนี้กับท่าน?”เนียหลี่กล่าวพร้อมกับปัดมือไปมา (ส่งเนียลี่อบรมมารยาทแม่ม)
          


       “นี่เจ้า.....เฮอะ ลืมมันไปซะเถอะ ถ้าเจ้าไม่ต้องการจะบอกข้า!”บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียเหยียน ถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
          


          เนียหลี่เหลือบมองมายังเซี่ยวหนิงเอ๋อที่กำลังผสานร่างกับจิตอสูรอยู่เพียงครู่เดียวเท่านั้น จากนั้นก็เงยหน้าและก้าวเดินต่อไปยังกระบี่เทพอัสนีดาวตก
          


     เมื่อเห็นว่าเนียหลี่เดินเข้าไปใกล้กระบี่เทพอัสนีดาวตก เอียเหยียนนิ่งเงียบและจับจ้องดูที่เนี่ยลี่
          


เนียลี่จะสามารถดึงดาบกระบี่อัสนีดาวตกได้จริงหรือนี่ ?
          


         ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเนียลี่เป็นเพียงร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์เท่านั้นยังไม่ถึงระดับโกลด์เสียด้วยซ้ำ ทำอย่างไรเนียลี่จึงจะดึงกระบี่เทพอัสนีดาวตกขึ้นมาได้กัน? อย่างน้อยต้องมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าร่างทรงอสูรระดับตำนานเสียก่อนจึงจะควบคุมกระบี่เทพอัสนีดาวตกได้!
          


เพราะเหตุนั้น แม้แต่เอียเหยียนก็ไม่มั่นใจเลยว่าเนี่ยลี่จะสามารถทำมันได้สำเร็จ
          

         ความสามารถของเนียลี่นั้นเก่งกาจเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มี ทักษะต่างๆหรือความรอบรู้ที่มากมายเกินจะหยั่งถึงเกินกว่าที่ผู้อื่นจะจินตนาการได้ แม้แต่เอียเหยียนเองก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า เนียหลี่อาจจะเป็นอสูรที่อยู่มาแล้วหลายร้อยปี
          

         เมื่อระยะห่างจากกระบี่เทพอัสนีดาวตก ร่นมาถึงระยะห้าสิบเมตร แรงกดดันยิ่งทวีความรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา
          


         กระบี่เทพอัสนีดาวตกได้สังหารเหล่าอสูรนับไม่ถ้วน หลังจากกระบี่ได้ดื่มเลือดของเหลอสูรอานุภาพของมันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หากใช่แต่เลือดเท่านั้นที่มันดื่มกินมันยังกลืนกินเหล่าวิญญาณที่มันสังหารไปด้วย เป็นเหตุให้กระบี่เล่มนี้มีกลิ่นอายที่แผ่จิตสังหารแผ่ออกมาอย่างรุนแรงนั่นเอง
          


          กลิ่นอายที่แผ่จิตสังหารนั้นเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ราวกับเป็นคลื่นแห่งการสังหารที่จะกวาดล้างทุกอย่างด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้า
          เป็นกระบี่โบราณที่ล้ำค่ามากอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
          


       หากแม้ว่าร่างทรงอสูรธรรมดา ต่อให้พวกเขามีความแข็งแกร่งถึงระดับแบล็คโกลด์ ก็ยังน่าสะพรึงอยู่ดีหากต้องเผชิญหน้ากับกลิ่นอายที่แผ่จิตสังหารของกระบี่เล่มนี้
          


          ในขณะที่กลิ่นอายที่แผ่จิตสังหารส่งผลมายังเนียลี่ เนี่ยลี่ไม่รอช้ารีบรวมร่างผสานกับจิตอสูรเงาพรายทันที แล้วรีบใช้ความสามารถเร้นกายทำให้เข้าสู่สถานะล่องหนอย่างรวดเร็ว
          

      ร่างกายของเนียหลี่ค่อยๆเลือนรางและจางหายไป  จึงทำให้จิตสังหารนั้นทะลุผ่านเนียหลี่ไปซึ่งจิตสังหารนั้นไม่อาจก่ออันตรายใดๆให้เนียหลี่เลยแม้แต่น้อย (ขี้โกงเอ้ย)
          

       เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า สายตาของเอียเหยียนหรี่ลงเล็กน้อย เอียเหยียนสามารถรับรู้ได้ว่าภายในร่างของเนียหลี่นั้นมีจิตอสูรอยู่ถึงสองตนด้วยกัน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเอียเหยียนไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียวจนกระทั่งได้เห็นเนียลี่ใช้ความสามารถให้เห็นเมื่อครู่นี้ เอียเหยียนถึงกับต้องสูดอากาศเข้าปอดไปเต็มๆ (อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ซี้ดดดดด  เพลงมา...)
          


          “เจ้าหนูนี่มีจิตอสูรปีศาจอยู่ถึงสองตน!”เมื่อคิดถึงชื่อของจิตอสูรเงาพราย เอียเหยียนถึงกับมีความรู้สึกเสียวสันหลังไม่น้อย (ผีมันมีความรู้สึกนั้นด้วย)
          


        ในอดีตกาลที่ผ่านมานั้น จิตอสูรเงาพรายนับว่าเป็นจิตอสูรที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก ผู้ใดก็ตามที่ผสานรวมร่างกับจิตอสูรเงาพรายจักเป็นมือสังหารที่แข็งแกร่งมาก แม้นว่าร่างทรงอสูรระดับตำนานจะมีความแข็งแกร่งในการป้องกันมาก จิตอสูรเงาพรายก็สามารถจบชีวิตของเขาได้เช่นกัน..
          


      หลังจากนั้นอสูรเงาพรายก็เริ่มสูญพันธ์ไป ร่างทรงอสูรที่รวมร่างกับมันก็มีจำนวนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
          

      เอียเหยียนไม่คาดคิดเลยว่า จะได้เห็นใครรวมร่างกับจิตอสูรเงาพรายในวันนี้
          


    ‘ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าเด็กเหลือขอนี่มั่นใจนักหนาว่าจะสามารถกำราบกระบี่เทพอัสนีดาวตกออกมาใช้ได้ เอียเหยียนแอบถอนหายใจ
          


        หลังจากที่เดินเข้าไปในสถานะล่องหน เนียลี่ได้เข้าใกล้กับกระบี่เทพอัสนีดาวตกอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าวขึ้นไปยังแท่นบูชา เมื่อระยะห่างจากกระบี่ถึงตัวเนี่ยลี่เหลือเพียงสองเมตร เนี่ยลี่ได้ปรากฏตัวออกมาด้านบนของแท่นบูชาซึ่งจิตสังหารไม่อาจทันรู้สึกได้
          


            เนียลี่ไม่ได้เข้าไปใกล้กระบี่เทพอัสนีดาวตกในทันที เขาหยุดแล้วนั่งขัดสมาธิ เนียลี่ปล่อยพลังวิญญาณออกมาจากร่างเข้าสู่กระบี่เทพอัสนีดาวตก
          

ปริซึมๆ ๆ ๆ (เอฟเฟคแล้วแต่จินตนาการ)
          

     เสียงระเบิดที่กระบี่เทพอัสนีดาวตกปล่อยออกมาดังสนั่นลั่นไปทั่วทุกพื้นที่ ช่างเป็นเสียงที่น่าหวั่นกลัวเสียยิ่งนัก
          


          จิตอสูรนับสิบล้านตัวแปรสภาพกลายเป็นสายฟ้า กระหน่ำมาใส่เนี่ยลี่แบบไม่ยั้งมือ
          


            “มา! “พลังวิญญาณของเนี่ยลี่ค่อยๆเพิ่มขึ้น เป็นจิตอสูรแพนด้าเขี้ยวอสูรนั้นเองที่ทำการปกป้องเนี่ยลี่จากการกระหน่ำยิงจากจิตอสูรเหล่านั้น
          

  หนึ่งในจิตอสูรเหล่านั้นได้พุ่งเข้าไปในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนียลี่
          

     ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนียลี่ก็กลายเป็นดังวาฬที่อ้าปากรอรับเหยื่อที่เข้ามายังภายในห้วงขอบเขตวิญญาณ 

     ราวกับว่าเป็นจุดหมายของเหล่าอสูรจู่โจมจะเป็นของปลอมที่เนียลี่ทำการหลอกล่อเข้ามา จิตอสูรที่เข้ามายังภายในเนี่ยลี่บดแตกละเอียดกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย จิตอสูรที่แตกละเอียดนั้นถูกเนี่ยลี่ดูดซับเข้าไปเป็น พลังจิตวิญญาณของตัวเนี่ยลี่เองโดยปริยาย
          


       หลังจากนั้นไม่นานนัก จิตอสูรตัวอื่นก็พุ่งตามตัวแรกไปตามๆกัน  (โหดูดเวลใหญ่เลย)
          



       แพนด้าเขี้ยวอสูรเปรียบได้ดั่งยามที่คอยเฝ้าประตูนรกภายในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนียลี่ ที่คอยป้องกันไม่ให้จิตอสูรอื่นเข้าไปได้
          


           เนียลี่นั้นกลืนกินเหล่าจิตอสูรอย่างไม่หยุดพัก ทำให้การบ่มเพาะพลังของเนี่ยลี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องระดับซิลเวอร์สี่ดาว ระดับซิลเวอร์ห้าดาว ขยับเข้ามาใกล้ระดับยศลด์ทีละนิด
          


           กองกำลังอสูรจำนวนนับไม่ถ้วนถูกบดขยี้ให้กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเรียงตัวกันเป็นเชือกโดยเนี่ยลี่เดินเข้าไปหากระบี่เทพอัสนีดาวตก
          ตูม   ตูมมมม ตูมมมมมม   (ตุมตุมตุมตะดุ่มตุมตุม)
          


         พลังวิญญาณของเนียลี่โจมตีต่อต้านกระบี่เทพอัสนีดาวตกทำให้เกิดเสียงระเบิดของฟ้าที่ผ่าลงมาตามมามากมาย
          


        ทันทีที่ได้เห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เอียเหยียนก็เข้าใจได้ในทันทีว่า เนียลี่สามารถที่จะใช้กระบี่เทพอัสนีดาวตกได้จริงๆ !   
          

     จบตอน.............   (จากใจผู้แปลมันจะยาวไปไหนไอ้ตอน101 เนี่ย โอยยย ยยยย ย ยย ย ย ย ย ย )




แปลโดย [สินธ์นวล]




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง