test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

27 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 93 การเผชิญหน้าระหว่างพ่อตากับลูกเขย




        ในชาติพบที่แล้วตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ 

เนี้ยหลี่มิได้รู้จักติดต่อกับบิดาของเอียจื้ออวิ้น มากซักเท่าไร  อย่างไรก็ตามเขานั้นรู้ว่า บิดาของนางนั้นเป็นคน ใจแข็งและมีบุคลิกลักษณะท่าทางที่แข็งกร้าวทำให้เขาเป็นผู้ที่จัดการได้ยากมากเนี้ยหลี่นั้นได้ยินมาจาก เอียจื้ออวิ้นว่า บิดาของนางเป็นคนที่เข้มงวดมากนับตั้งแต่ยังเป็นเด็กความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับนางจึงมิค่อยจะราบรื่นเท่าไรนัก    

ถ้าเนี้ยหลี่ถูกพ่อตาพบในขณะที่ เนี้ยหลี่ มีสัมพันธ์กับลูกสาวของเขาตอนที่เนี้ยหลี่นั้นกำลังเปลือยกายอยู่  ใครบ้างจะรู้ว่าเขาจักทำเช่นไร

เนี้ยหลี่ครุ่นคิดอย่างสงบว่ามีเรื่องที่น่ากังวลใดหรือไม่ก็พบว่ามีเรื่องที่ขว้างกางเกงออกไปเขาตกใจจึงเรียกจิตอสูรปิศาจเงาพร้อมใช้ ความสามารถล่องหนซ่อนตัวจากการต่อสู้  และรีบรุดออกไปในเร็วพลัน

เขาจักต้องรีบออกไปจากที่นี่ในทันที มิเช่นนั้นจะมิมีโอกาสอีกแล้วทุกๆคนต่างรู้ว่า เจ้าเมือง นั้นเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับ แบล๊คโกลด์  และมีขั้นสูงมาก จนใกล้เคียงกับระดับตำนานเลยทีเดียว

ณ  ขณะนี้ที่บริเวณลานหน้าตึก 

ชายผู้แข็งแกร่งจนน่าเกรงขามกำลังก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้ามาภายในเขาสวมใส่ชุดคลุมสีเทา และผูกมัดผมซึ่งยาวจนถึงแผ่นหลังใบหน้าแลดูเคร่งครึม แผ่กลิ่นอายอันเย็นเยือกจนจับใจออกมาจากร่างกายขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกบ่งบอกให้ทราบถึงความสูงศักดิ์ในเวลาเดียวกันแผ่พุ่งออกมาจากรอบตัวเขา   

เอียจื้ออวิ้น กลัวจนยืนแข็งทื่อ  นางมิเคยคาดคิดเลยว่าบิดาของนางนั้นจักเข้ามาในเวลานี้ดังนั้นนางจึงอยู่ในอาการตะลึงมึนงงไปชั่วขณะถ้าบิดาของนางรู้ว่าเนี้ยหลี่กำลังอาบน้ำในห้องของนาง ใครก็รู้ว่า  เขาอาจจะต้องทำอะไรบางสิ่งเป็นแน่

"จื้ออวิ้น  เจ้าแลดูสีหน้ามิค่อยดีเลยนี่  เจ้าเจ็บป่วยประการใดหรือไม่?”  เอียเซิ่ง  ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเอ่ยวาจาถาม

      “มะ.........ไม่มี” เอียจื้ออวิ้น รีบส่ายหน้าของนาง หัวใจนางตอนนี้นั้นสั่นระรัวจนมิสามารถห้ามปรามได้  ถ้าเนี้ยหลี่รู้ว่าบิดาของนางกำลังเข้ามาในห้องเขาจักต้องซ่อนตัวเพื่อมิให้ถูกพบ ถ้าเขาถูกพบบิดาของนางจะโกรธแล้วเขาจักต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน

ณ เวลานี้  เอียจืออวิ้นกำลังกังวล  เป็นห่วงความปลอดภัยของเนี้ยหลี่

ทันใดนั้น  เอียเซิ่ง  รู้สึกเหมือนว่ามีบางสิ่งผิดปกติไป  เขาพบว่า “ทำไมจึงมีกลิ่นอายของบุคคลอื่นอยู่ในสถานที่เช่นนี้?”

เมื่อได้ยินวาจาเอียเซิ่งเอียจื้ออวิ้นก็รู้สึกตกใจขึ้นทันที  นางรู้ว่าบิดาของนางนั้นเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับแบล๊คโกลด์ ซึ่งมีขั้นที่สูงมากจนเหลืออีกเพียงขั้นเดียวจะก้าวเข้าสู่ระดับตำนานแล้ว ดังนั้นสัมผัสของเขาจึงช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก

      “มันมิมีสิ่งใดหรอก? ข้าอยู่ที่นี่คนเดียว!”  เอียจื้ออวิ้น รีบส่ายมือปฏิเสธพร้อมปฏิเสธ แลดูกังวลยิ่งนัก

เอียเซิ่ง  ชำเลืองมองด้วยสายตาอันเย็นชา ไปยังเอียจื้ออวิ้น  ก็รู้ว่านางกำลังพูดจาโกหก จากนั้นกวาดสายตาไปรอบๆทันที  พบว่ามิเพียงแต่มีกลิ่นอายของบุคคลอื่นอยู่ที่นี่ มันคือผู้ชาย  เอียเซิ่ง ถอนหายใจพร้อมปลดปล่อยพลังวิญญาณอันรุนแรงแผ่กระจายไปทั่วเป็นบริเวณกว้างจนถึงบริเวณลานหน้าตึกเลยทีเดียว


ในขณะนั้น เนี้ยหลี่ ที่เตรียมการจะหลบหนีออกจากลานหน้าตึก ก็รู้สึกถึงแรงกดดันของพลังวิญญาณ แผ่พุ่งมาจากบริเวณด้านหน้า จนทำให้เขานั้นมิกล้าที่จะขยับกายเคลื่อนไหวใดๆ  สิ่งที่เขากลัวก็พลันปรากฏเป็นจริงขึ้นมาแล้ว  เขาเก็บซ่อนกลิ่นอายทั้งหมดโดยปลดปล่อยพลังวิญญาณสร้างเขตแดน  ผสานเข้ากับจิตอสูรเงาพรายและใช้เทคนิค เร้นกายทันที


เอีย เซิ่ง  แผ่พลังวิญญาณพวยพุ่งออกรอบพื้นที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากนั้นเขาก็ตรวจสอบจับพบบริเวณที่เนี้ยหลี่อยู่

เนี้ยหลี้นั้นรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจเท่าใดนัก  ที่ในชาติพบนี้ เขามิค่อยจะมีเวลาบ่มเพาะพลังวิญญาณมากนัก  นอกจากนี้พลังวิญญาณเขายังเป็นเพียงร่างทรงอสูร  ระดับซิลเวอร์  ขั้นสามดาว  ถ้าหากเขามีความสามารถถึงระดับโกลด์และได้ปรับแต่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสามารถในการล่องหน ของจิตอสูรเงาพราย  เขาจักมิถูกตรวจพบได้โดยง่ายเป็นแน่

ณ ตอนนั้น เอียเซิ่ง ได้ตรวจพบสถานที่ๆเขาอยู่เรียบร้อยแล้ว

         “มันมีความสามารถในการล่องหนอยู่จริง  ข้ามิคาดคิดว่าเขาจะมีความสามารถที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเช่นนี้ เขามิได้เป็นผู้ที่มีความฉลาดเพียงน้อยเป็นแน่นอน!  เอีย เซิ่ง  ถอนหายใจ  เขาเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การต่อสู้มาหลากหลาย แต่เขากลับรู้เพียงน้อยนิดถึงความสามารถในการล่องหน  คลื่นพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาเป็นเส้นสายทำหน้าที่เหมือนดั่งเชือกที่ร้อยรัด เนี้ยหลี่จนแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ภายใต้การร้อยรัดของห่วงเชือกจากแรงพลังวิญญาณช่างมีประสิทธิภาพมากมายนัก  ความสามารถในการล่องหน  ของเนี้ยหลี่ก็เริ่มหายไป พลันค่อยๆแลเห็นร่างกายของเขาเด่นชัดปรากฏเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

บูม

แรงพลังวิญญาณของ เอียเซิ่ง ช่างโหดร้ายรุนแรงยิ่งนัก จนสามารถร้อยรัดเนี้ยหลี่พร้อมทั้งฟาดลงกับพื้นปฐพีจนเกิดรอยแยกขึ้นที่ผิวหน้าของดินได้เลยทีเดียว

“ อัก ” เนี้ยหลี่กระอักเลือดออกมา  ร่างกายและอวัยวะภายในของเขาบอบช้ำได้รับบาดเจ็บสาหัสจากผลกระทบของแรงกระแทก    เอียเซิ่งช่างไร้เมตตาปราณีนัก ความแข็งแกร่งของเขานั้น สามารถฆ่าเนี้ยหลี่ให้ตายได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้เลย

“เนี้ยหลี่ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” เห็นภาพเหตุการณ์นี้ เอียจื้ออวิ้น นางรีบวิ่งไปที่ด้านข้างของ  เนี้ยหลี่  ในทันทีพร้อมทั้งช่วยพยุงตัวเขาขึ้น  นางขมวดคิ้วด้วยความโกรธพร้องทั้งจดจ้องยัง เอียเซิ่ง “ท่านพ่อทำร้ายเพื่อของข้า ช่างไร้เหตุผลยิ่งนัก?”

“เพื่อน?” เอียเซิ่ง ปล่อยลมหายใจอย่างรุนแรง พร้อมจดจ้องมายัง   เอียจื้ออวิ้นด้วยสายตาอันเกรี้ยวกราด พร้อมทั้งเอ่ยวาจาว่า “จงอธิบายให้ข้าเข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?” 

      “ข้ามีนามว่า เนี้ยหลี่ ยินดีที่ได้พบกับท่านเจ้าเมือง” เนี้ยหลี่เริ่มทำการใช้พลังวิญญาณของเขารักษาอาการบาดเจ็บให้ทุเลาขึ้นทีละน้อย  พร้อมทั้งเอ่ยวาจาและป้องมือคำนับ  ไม่ว่ายังไงเขานั้นยังคงเป็นบิดาของเอียจื้ออวิ้น   นอกจากนี้ยังเป็นพ่อตาของเขาในอนาคต  การพบปะกันครั้งแรกนี้มันชั่งน่าอายเล็กๆเลยจริงเชียว

“เนี้ยหลี่? ดูเหมือนว่าเจ้ามีสิ่งใดที่ปิดบังข้าอยู่  เจ้าคือเด็กที่ได้รับการคัดสรรค์ให้มาอยู่ยังตำหนักของเจ้าเมืองใช่หรือไม่? เจ้ายังคงสนทนาสิ่งใดกับลูกสาวของข้ากัน? เอียเซิ่งแลเนี้ยหลี่ด้วยสายตาอันเย็นชา เนี้ยหลี่ซึ่งตอนนี้ร่างกายท่อนล่างของเขานั้นสวมใส่เพียงกางเกง ส่วนท่อนบนนั้นปกคลุมด้วยเสื้อตัวน้อย สายตาอันเย็นเยือกของเอียเซิ่งนั้นจับจ้องมองมายังเนี้ยหลี่และเอียจื้ออวิ้น


 “แน่นอน  ข้ามาที่นี่เพียงเพื่อจักเยี่ยมเยือนเพื่อนร่วมชั้นเรียน เมื่อได้รู้ว่านางนั้นอยู่ที่นี่ข้าจึงมาเพื่อจะพบเท่านั้น” เนี้ยหลี่ ส่งรอยยิ้มอันขื่นขม พร้อมเอ่ยวาจา

      “เยี่ยมเยือน? เจ้าต้องการสิ่งใดกันจึงทำให้ต้องเปลื้องผ้าในการเยี่ยมเยือนเช่นนี้? เอียเซิ่งปล่อยลมหายใจอันกราดเกรี้ยว    มันเป็นเหมือนดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมายังกลางใจของเนี้ยหลี่  เมื่อจับจ้องมองมายังเนี้ยหลี่ใบหน้าอันเคร่งขรึมของเขามิได้ลดลง “จื้ออวิ้น เจ้าช่างทำให้ผ้าผิดหวังยิ่งนัก  ข้ามิเคยคาดคิดเลยว่าเจ้าจักทำลายชื่อเสียงของตระกูลเราลงได้”

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเอียเซิ่ง  นางพลันสะดุ้งตกใจเล็กน้อย   แววตาของนางนั้นช่างแลดูเศร้า

เมื่อแลมายังเอียจื้ออวิ้น  นางนั้นช่างเศร้านัก  เนี้ยหลี่แหงนหน้าขึ้นจองมองไปยังเอียเซิ่งพร้อมเอ่ยวาจา “ ท่านลุง โปรดอย่าได้เข้าใจผิด มิมีสิ่งใดระหว่าง  จื้ออวิ้นและข้า ถ้ามีปัหาใดๆ ทุกอย่างนั้นให้ตรงมาหาข้าเพียงผู้เดียว นางนั้นมิได้เกี่ยวข้องอันใด


หลังจากได้ยินคำกล่าวของเนี้ยหลี่ เอียเซิ่งนั้นพลันทวีความโกรธยิ่งกว่าเดิม เขาก้าวย่างมายังเนี้ยหลี่อย่างช้าๆ  ละอองฝุ่นผงธุลีและศิลาก้อนเล็กๆในลานล้วนล่องลอยขึ้นในเวหา  ความคั่งแค้นของระดับแบล๊ค โกลด์  นั้นช่างเต็มเปลี่ยมไปด้วยความน่ากลัวยิ่งนัก  เนี้ยหลี่และเอียจื้ออวิ้น ต่างรู้สึกถึงกลิ่นอายของความกดดันที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกายของเขา

 “ตรงมาที่เจ้าอะไรกัน? ดูเหมือนจ้ายังกระดูกอ่อนนัก กลับช่างกล้าทำลายชื่อเสียงของตระกูลหิมะเหมันต์  จงอย่าฝันว่าเจ้าจักมีชีวิตรอดไปได้”  เอียเซิ่ง  ขยับแขนขวาไปมาก็พลันปรากฏคลื่นของแรงพลังวิญญาณพุ่งตรงไปยังเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที  เขาคิดว่าเอียเซิ่งเพียงจะคร่ากุมและตบตีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มิเคยคาดคิดเลยว่าเอียเซิ่งจักเป็นคนเลือดเย็นได้ถึงเพียงนี้  ความแข็งแกร่งของเขานั้นชั่งมากนัก   ไม่มีทางเลยที่เขาจักสามารถต่อสู้กับผู้ซึ่งอยู่ในระดับ แบล๊คโกลด์ ได้ ถ้าเขานั้นสามารถที่จะเพิ่มพลังวิญญาณให้อยู่ในระดับ โกลด์แม้เพียงขั้นน้อยๆ  ก็จักมีโอกาสต่อกรได้แล้ว

ถ้าข้าสิ้นชีพลงตรงนี้ ทุกสิ่งที่ทำมานั้นต้องพลันพังมลายลงไปเป็นแน่!

ประชาชนในเมืองกลอรี่ ทั้งหมดยังรอคอยความช่วยเหลือจากข้า!

บูม

พลังจากเขตแดนวิญญาณของเขากระแทกไปยังเนี้ยหลี่ จนลอยละลิ่วพร้อมทั้งมีเลือดพุ่งกระจายออกจากมุมปากไปกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรงก่อนที่เขาจักล้มตัวลง

      “ด้วยความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อยของเจ้า  กลับกล้าอวดดี   ในตำหนักเจ้าเมืองแห่งนี้เชียวหรือ? เอียเซิ่ง ก้าวขาขวาออกมาก็พลันมีคลื่นแรงพลังวิญญาณพวยพุ่งโหมกระหน่ำออกมา

      “ท่านพ่อ  ไม่นะ!” เมื่อเห็นฉากนี้ หยดน้ำตาพลันไหลรินลงมาอาบแก้มของเอียจื้ออวิ้น  นางกระโจนทะยานออกมาปกป้องเนี้ยหลี่  พลังวิญญาณของนางพวยพุ่งออกมาแลเห็นเป็นสายกลับกลายมาเป็นรูปลักษณ์ราชินีวายุเหมันต์ก็พลันปรากฏบนเรือนร่างของนางจากนั้นลมหิมะพัดปกคลุมไปทั่วฟากฟ้า  แปรเปลี่ยนกลายมาเป็นพายุหิมะ ทรงพลานุภาพยิ่งนัก  พัดโหมกระหน่ำรุนแรงก่อร่างกลายเป็นกำแพงปกป้องอยู่ด้านหน้าให้แก่นางนั้น        

บูม

ภายใต้แรงโจมตีจากพลังวิญญาณของเอียเซิ่ง  กำแพงหิมะก็พลันมลายกระจัดกระจายออกไปสิ้น

ช่างมีความแข็งแกร่งแตกต่างกันมากมายยิ่งนัก  แม้เอียเซิ่งจักมิได้เรียกดวงจิตอสูรของเขาออกมายังสามารถพิชิตเนี้ยหลี่และเอีย จื้ออวิ้น ที่ผสานรวมกับดวงจิตอสูรเรียบร้อยแล้วอย่างง่ายดาย





      “ถึงกับรวมร่างกันราชินีวายุเหมันต์ได้  และยังกล้าต่อกรกับบิดาดูเหมือนเจ้าจักพัฒนาขึ้นมากนัก” เอียเซิ่งแลด้วยสายตาอันหนาวเหน็บไปยัง เอียจื้ออวิ้น


เอียเซิ่งปลดปล่อยรังสีสังหารอันน่ากลัวพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา

กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นเอียจื้ออวิ้นรู้สึกไม่คุ้นเคยเลย นางร้องไห้จนน้ำตาไหลรินอาบแก้มพร้อมทั้งเอ่ยวาจา “ท่านพ่อ ข้าขอวิงวอนต่อท่านโปรดกรุณาปล่อย  เนี้ยหลี่ไปเถิด ถ้าท่านสามารถปล่อยเขาไปได้ ข้ายินยอมรับโทษทัณฑ์ทุกอย่างจากท่าน”



เมื่อแลเห็นการแสดงออกด้วยความเย็นชาบนสีหน้าของเอียเซิ่ง  เนี้ยหลี่ก็เช็ดเลือดที่มุมปาก  พร้อมลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ  คลื่นของพลังวิญญาณพวยพุ่งหมุนวนขึ้นรอบๆตัวเขา จากนั้นพลันแปรเปลี่ยนกลับกลายมาเป็นรูปลักษณ์ ของปีกขนาดใหญ่บนแผ่นหลังด้วยพลังวิญญาณ นอกจากนี้ปีกจากด้านหลังของเนี้ยหลี่   ยังมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับปีกของเซี่ยวหนิงเอ๋อมากนัก นอกจากนี้ยังมีถึงสามคู่  



         ปีกขนาดใหญ่ทั้งหก  กระพือช้าๆอยู่ด้านหลัง แผ่คลื่นพลังวิญญาณเข้าเผชิญหน้ากับเอียเซิ่ง

      “เหตุผลเดียวที่ข้าไม่ต่อสู้ เพียงเพราะว่าท่านคือบิดาของจื้ออวิ้น หาใช่เพราะข้าเกรงกลัวท่านไม่....” คำพูดอันเหน็บหนาวค่อยๆเปล่งออกจากปากของเนี้ยหลี่อย่างช้าๆ  สายตาของเขาช่างแหลมคมประดุจใบมีดนัก



ณ ตอนนี้นั้น  เนี้ยหลี่ ลอยนิ่งอยู่กลางเวหา แลดูดุจดั่งคล้ายกับเทพพระเจ้าลงมาจุติก็มิปาน  ดวงตาทั้งคู่ของเขามองดูเศร้าหม่นหมอง  พร้อมทั้งแผ่กลิ่นอายอันน่ากลัวออกมารอบตัว


รู้ยังจบตอนแล้ว..จากนั้นผู้น้อยก็ป้องมือขอขอบคุณความเมตตากรุณาจากท่านผู้อ่าน ผู้แปล และแอดมินมากๆ เลยนะครับ




แปลโดย [ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม]




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง