test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

26 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 91 ต้องการให้ข้ามาอยู่ด้วยหรือไม่?


ตำหนักเจ้าเมือง เมืองกลอรี่
               
         

ลานกว้างขนาดใหญ่กว้างสุดลูกหูลูกตาราวกับไม่มีที่สิ้นสุดช่างเป็นมุมมองที่งดงามเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเสาหลักที่ตั้งรวมไปถึงตัวของสะพานยังงดงามไปด้วย ในขณะเดียวกันสถานที่แห่งนี้ได้รับการคุ้มกันอย่างหนาแน่น แต่ก็ไม่ทำให้อึดเท่าไหร่นัก เหล่านักสู้ของที่นี่จะได้รับการฝคกฝนจาก นักสู้ระดับซิลเวอร์ และขณะเดียวกันก็มีนักสู้ระดับโกลด์คอยลาดตระเวนให้ ซึ่งสามารถบอกได้ว่าภายในลานกว้างแห่งนี้มีนักสู้ระดับแบล็คโกลด์ และ ร่างทรงอสูรได้พำนักอยู่ที่นี่
               
              

ที่นี่เป็นใจกลางของเมืองกลอรี่แน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
               
                 

เนี่ยลี่และเนี่ยหยู ได้ถูกจัดให้อยู่ภายในสวนแห่งนี้ด้วย ตราบใดที่ไม่มียอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์เข้าโจมตีสถานที่แห่งนี้นั้นย่อมมีความปลอดภัย จะเห็นได้ว่าเนี่ยลี่ได้รับการใส่ใจดูแล ป้องกันเป็นอย่างยิ่งเมื่ออยู่สถานที่แห่งนี้
               

                   

พี่ใหญ่ เหตุใดพวกเราต้องเข้ามาอยู่ในตำหนักของเจ้าเมืองด้วย?”เนี่ยหยู ถามเนี่ยลี่ อย่างหวาดหวั่น นับตั้งแต่นางได้เข้ามายังตำหนักของเจ้าเมืองนางก็ได้รับความกดดันเป็นอย่างมาก
               
                   

เพราะว่าสถานที่ที่พวกเราเข้ามานี้นั้นปลอดภัย!เนี่ยลี่ตบไหล่ของเสี่ยวหยูพร้อมบอกว่า 

เจ้าไม่มีความจำเป็นอันใดที่ต้องหวาดกลัวในสถานที่แห่งนี้ ตราบใดที่พี่ใหญ่ของเจ้าอยู่ที่นี่เจ้าสบายใจหายห่วงได้ นอกจากนั้นแล้วลูกสาวของท่านเจ้าเมืองยังเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าเสียด้วย หากครั้งต่อไปเมื่อเจ้าเห็นนางเจ้าต้องไม่ลืมเรียกนางว่า พี่-สะ-ใภ้ เข้าใจหรือไม่?”
               

           

พี่สะใภ้?ตกลงข้าจะเรียกนางว่าพี่สะใภ้เนี่ยหยูมองไปที่เนี่ยลี่อย่างประหลาดใจ นางไม่คิดว่าเนี่ยลี่ จะหาพี่สะใภ้ให้นางได้ไวขนาดนี้มิหนำซ้ำนางยังเป็นลูกสาวของท่านเจ้าเมืองอีกด้วย
               
          

ภายในหัวของเนี่ยหยูตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เนี่ยลี่ก็ไม่ได้อธิบายใดๆเพิ่มเติมให้แก่นางเลย ตำหนักเจ้าเมืองที่ทำการปกป้องคนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์นั้นไม่คาดคิดว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการนำหมาป่าร้ายเข้ามาภายในบ้านเสียแล้ว เนี่ยลี่มีความคิดที่อกุศลตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียวเชียว


    

หึ หึ การที่ได้เข้ามายังตำหนักของเจ้าเมืองนั้นนอกเหนือจากการฝึกฝนบ่มเพาะพลังแล้วข้ายังสามารถหยอกล้อกับเอียจืออวินได้ ในยามที่ข้ารู้สึกเบื่อหน่าย ช่างเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบยิ่งนัก ถ้าไม่มีพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์หรือสมาคมทมิฬ และการบุกจู่โจมของพวกสัตว์อสูรแล้วละก็ ชีวิตข้าคงจะมีความสุขไม่น้อย’ (ดีไม่ได้แดก เลวชั่วโหด แดกก่อน)

       

สำหรับในภายภาคหน้านั้น เนี่ยลี่ได้คิดหาวิธีที่จะโค่นล้มตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไว้แล้ว ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเนี่ยลี่ ถ้าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไม่ทรยศต่อเมืองกลอรี่ หากรากฐานของปัญหานี้ไม่เกิดจากภายใน เมืองกลอรี่จักไม่พ่ายแพ้ให้แก่เหล่าอสูรปีศาจอย่างง่ายดายเช่นนี้แน่

    

ตอนนี้เนี่ยลี่ยังอยู่ที่ระดับซิลเวอร์สองาว อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของเนี่ยลี่หากปะทะกับ ระดับซิลเวอร์หนึ่งหรือสองดาว ทั่วๆไป ยังไม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่นัก แต่เท่านี้ยังห่างไกลกับสิ่งที่เนี่ยลี่คาดหวังเอาไว้ เนี่ยลี่จึงรีบฝึกฝนการบ่มเพาะพลังให้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

     

จะมีอะไรอีกนะที่สามารถเพิ่มความรวดเร็วของการบ่มเพาะพลังของข้าให้ไปถึงขั้นที่รวดเร็วที่สุดได้?”เนี่ยลี่เคาะหัวไปพร้อมกับนึกคิดนี่ข้าลืมพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ไปได้เยี่ยงไรกัน?”ภายในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์สิ่งเดียวที่สามารถกระตุ้นความสนใจให้แก่เนี่ยลี่ได้คือพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์


    
'อันดับแรกข้าต้องเตรียมความพร้อมของข้าก่อนแล้วค่อยหาโอกาสเดินทางไปยังพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์!'เนี่ยลี่ครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง



เนี่ยลี่เริ่มต้นฝึกฝนโดยที่เนี่ยหยู่จึงปฏิบัติตามการฝึกของเนี่ยลี่ นางมีความเหมาะสมกับการฝึกมากดังนั้นนางจักไม่ปล่อยแม้แต่สิ่งรบกวนเล็กน้อยที่จะทำให้กระทบต่อการฝึกฝนใดๆของเนี่ยลี่เลยแม้แต่นิดเดียว



วันที่หนึ่ง,วันที่สอง....


   
วันเวลาได้ผ่านไปการใช้ชีวิตของเนี่ยลี่และเนี่ยหยู่ที่นี่ก็ไม่เลวเลยทีเดียว นอกเหนือที่ไม่ได้รับการอนุญาตให้ไปยังใจกลางของตำหนักท่านเจ้าเมือง ก็ไม่มีข้อจำกัดอื่นใดอีก อาหารสามมื้อต่อวันถูกจัดส่งจากคนรับใช้นำมาให้อย่างดี คนนอกยังสามารถแวะมาเยี่ยมเยียนได้ตลอดเวลา


    
มีข่าวลือลอยมาว่าในเวลาไม่กี่วันมานี้ท่านเจ้าเมืองและร่างทรงอสูรระดับตำนานเอียมัวจะมาพบกับเนี่ยลี่เป็นการส่วนตัวเป็นสาเหตุให้ทหารยามโดยรอบและบรรดาสาวใช้ทั้งหลายปฏิบัติตนอย่างสุภาพกับ พี่น้องคู่นี้


     
เนี่ยลี่ได้ทำการบ่มเพาะพลังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในวันที่ห้าของการบ่มเพาะพลัง พลังของเขาได้ยกระดับเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นในที่สุดพลังวิญญาณของเนี่ยลี่ก็ได้บรรลุระดับซิลเวอรสามดาว



หลังจากที่พลังบรรลุไปที่ระดับซิลเวอร์สามดาวแล้วเนี่ยลี่ได้ระงับการฝึกฝนของเขาเอาไว้ก่อนแทนที่จะดำเนินการฝึกขั้นถัดไป จะเป็นการดีที่สุดถ้าไม่รีบร้อนบ่มเพาะพลังจนเร็วเกินไปเพื่อให้เวลาปรับตัวเข้ากับความต่างระหว่างระดับแต่ละระดับ เนี่ยลี่กระพริบตาลง หลังจากที่ได้เข้ามายังตำหนักของเจ้าเมืองเป็นเวลาหลายวันแล้ว เอียจื่ออวินยังคงไม่ได้แวะมาเยี่ยมเขาเลย



ในยามที่อาทิตย์อัสดง ฉายให้แสงให้เห็นถึงความงามประดุจดั่งทองของตำหนักท่านเจ้าเมืองยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูสวยงามราวกับวิมานบนสรวงสวรรค์ยิ่งขึ้นไปอีก



'อาจจะเป็นเพราะเจ้าเขินอายขาดความกล้าที่จะแวะมาเยี่ยมเยียนข้า ดูเหมือนว่าข้าจะต้องไปหาเจ้าเองเสียแล้ว!'เนี่ยลี่พึมพำกับตัวเองเสี่ยวหยู่ข้าจะไปหา พี่สะใภ้ของเจ้า เจ้าอยู่ที่นี่และฝึกฝนต่อไปเถิด



ตกลงคะพี่ใหญ่เสี่ยวหยู่เบิกตาออกกว้างมองไปที่เนี่ยลี่ด้วยความสับสน พี่ใหญ่เตรียมวิธีการอันใดที่จะไปหาพี่สะใภ้กันนะ? แม้ว่านางจะมีความอยากรู้อยากเห็นแต่นางก็ไม่ได้สอบถามสิ่งใดกับเนี่ยลี่มาก นางยังคงเชื่อฟังเนี่ยลี่และอยู่ในลานปฏิบัติเพื่อฝึกฝนต่อไป



หลังจากเนี่ยลี่ออกมาจากลานกว้างแล้ว เนี่ยลี่ได้เรียกจิตอสูรปีศาจเงาพรายมาผสานร่างและหายตัวไป ยอดฝีมือที่มีระดับโกลด์สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ พวกเขามองไปที่สภาพแวดล้อมโดยรวมแต่กลับไม่พบอะไรผิดปกติจึงถอนสายตากลับ พวกเขาได้แต่คิดกันไปว่ารู้สึกผิดไปเอง



'ความสามารถเร้นกายของข้ายังไม่สมบูรณ์มากพอ การซ่อนกลิ่นอายยังไม่แข็งแกร่งมากเพียงพอเมื่อเผชิญกับร่างทรงอสูรระดับโกลด์ ในตอนนี้ข้ายังสามารถผ่านพ้นไปได้อยู่ แต่ถ้าหากพบกับร่างทรงสูรระดับแบล็คโกลด์ขึ้นไปข้าต้องถูกสังเกตุเห็นตัวอย่างแน่นอน'เนี่ยลี่คิดกับตัวเอง เนี่ยลี่ถือวิสาสะมุ่งไปที่เอียจืออวินพักอาศัยอยู่(ผิดกฏที่ว่าห้ามเข้ามายังส่วนหลักของตำหนัก)



แม้นว่าเนี่ยลี่จะไม่เคยได้เข้ามายังสถานที่นี้มาก่อน แต่เนี่ยลี่เคยได้ยินทั้งหมดเกี่ยวกับตำหนักของเจ้าเมือง ดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เนี่ยลี่จะรู้ว่า เอียจืออวินนั้นพักอยู่ที่ใดในสถานที่แห่งนี้


'ที่พักของลูกสาวของท่านเจ้าเมือง (อุคิ๊อุคิ๊) น่าสนใจจริงๆ'เนี่ยลี่คิดกับตัวเองขณะเดียวกับเขาก็ไม่สามารถที่จะอดกลั้นรอยยิ้มของเขาได้



เนี่ยลี่ผ่านเข้าไปยังตำหนักเจ้าเมืองได้แบบง่ายๆ โดยไม่มีใครขัดขวาง ร่างทรงอสูรระดับโกลด์มิได้เป็นปัญหาให้เนี่ยลี่แต่อย่างใด



ลานเล็กๆที่ปรากฏผ่านสายตาของเนี่ยลี่ มันเป็นลานที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ภายในเต็มไปด้วยพืชพันธ์ไม้ดอก นานาชนิด คอยส่งกลิ่นหอมรุนแรงราวกับระเบิดออกมา เมื่อมองไกลไปอีกหน่อย พบกับอาคารที่ถูกทำขึ้นมาอย่างปราณีตภายในชั้นที่สอง เอียจืออวินอยู่ที่นั่น



เนี่ยลี่ผ่านประตูเล็กๆเข้ามา ด้วยการใช้ความสามารถร้นกาย หลังจากที่เข้ามาได้สำเร็จเนี่ยลี่ปลดความสามารถของตัวเองลง เนี่ยลี่ได้เดินเข้ามาข้างใน แล้ววววววว



บนหินที่อยู่มุมสุดของตำหนัก เอียจืออวินได้นั่งขัดสมาธิ ขณะที่นางฝึกฝนอยู่พลังวิญญาณของนางขดโดยรอบอยู่บริเวณด้านหลังของนาง ปรากฏรูปสีขาวที่ยังไม่ชัดเจนอยู่



ราชินีวายุเหมันต์หายากยิ่ง นอกจากนี้มันยังทรงพลังอย่างมากด้วยความสามารถการต่อสู้กับสัตว์อสูรวายุเหมันต์ ช่างเป็นภาพที่น่าชื่นชมจริงๆ ขณะที่เอียจืออวิฝึก[เก้าพลังหมุนเวียนฟินิกส์น้ำแข็ง]



เพียงเมื่อเนี่ยลี่จ้องมองไปยังเรือนร่างของเอียจืออวิ บริเวณจมูกรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย เลือดกำเดาเกือบจะไหลออกมา เอียจืออวินางเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ ผมของนางยังคงไม่แห้งสนิทดี นางสวมเพียงผ้าคลุมบางๆเผยให้เห็นหน้าอกางๆ(โรคจิต อายุสิบสาม เองพ่อหนุ่ม)



ภาพที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในขณะนี้ทำให้เนี่ยลี่ระลึกถึงชาติที่แล้ว คืนนั้นภายใต้แสงจันทร์ เอียจืออวิที่งดงามราวกับเทพธิดามอบความบริสุทธิ์ให้แก่เนี่ยลี่ พวกเขาทั้งสองโอบกอดกันสัมผัสได้ถึงลมหายใจซึ่งกันและกัน เนี่ยลี่ใช้มือนวดสัมผัสอย่างบางเบา บางคนถึงกับบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของชายคนหนึ่ง เมื่อเขาได้สตรีที่รักดั่งยอดดวงใจมาไว้ครอบครอง




เนี่ยลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ ถึงแม้ว่าปัจจุบัน เอียจืออวิยังไม่ได้เติบโตเต็มที่ แต่เท่านี้นางก็งดงามมากแล้ว หลังจากที่ฝึก[เก้าพลังหมุนเวียนฟินิกส์น้ำแข็ง] นางก็ยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดมากเพิ่มขึ้นไปอีก



ในขณะที่สติของเอียจืออวิดำดิ่งลึกของการฝึกฝน นางตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างนางลืมตาขึ้นอย่างไม่เป็นมิตรกล่าวว่าใครกัน?”เมื่อนางเห็นเนี่ยลี่นางรู้สึกโล่งใจ นาง งงงวย เป็นอย่างมากจึงถามว่าทำไมเป็นเจ้า? เจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน?” (แรดนะ โดนเห็นตอนโป๊ตอนอายุสิบสามแต่ดันโล่งใจ)

   

ถ้าเป็นคนอื่นที่จู่ๆปรากฏตัวขึ้นในลานแห่งนี้ เอียจืออวิจะต้องสงสัยในเหตุจูงใจของพวกเขาแน่นอน ถึงแม้จะเป็นคนที่คุ้ยเคยกับเอียจืออวิ ก็ไม่สามารถทำให้นางลดการป้องกันตัวเองลงอย่างสมบูรณ์ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเอียจืออวิเห็นเนี่ยลี่ ถึงรู้สึกสบายใจอย่างไม่รู้ตัว


   

"ข้ามาที่นี่เพื่อดู ที่พักอาศัยของเจ้า ดูเหมือนว่ามันจะมีเอกลักษณ์มากเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามการที่เจ้าอยู่ที่นีเพียงผู้เดียวไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหรอกหรือ จะเป็นยังไงน้าถ้าข้าจะย้ายมาอยู่กับเจ้า?"เนี่ยลี่มองรอบไปทุกด้านขณะที่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ(สำหรับที่อยู่อาศัยใหม่ เนียนนะแก)
 

เอียจืออวิมองไปยังเนี่ยลี่ ช่างน่าอายจริง เนี่ยลี่.... ความไร้ยางอายของหมอนี่มีระดับกับคนเขาบ้างมั้ยเนี่ย?ข้ายอมรับเลยว่าที่ผ่านมามันน่าเบื่อมาก แม้ว่าข้าจะเบื่อขนาดไหนก็เหอะข้าจะไม่ยอมให้เจ้าย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นแน่!


จบตอน....แปลมาแบบดำน้ำ  ขอความเห็นใจจากผู้อ่านด้วยครับ




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง