test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

25 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 90 เข้าสู่ตำหนักของท่านเจ้าเมือง

     


    เนี่ยลี่ เจ้ามีเหตุผลอะไรที่นำมันมาให้กับข้าหรือเปล่า?" เอียจืออวินเงยหน้าของนางดวงตาที่สดใสคู่นั้นกระพริบพร้อมมองไปยังเนี่ยลี่


     "เพราะว่าข้ารักเจ้า"  เนี่ยลี่มองที่เอียจืออวินพร้อมรอยยิ้มและพูดมัน

       

      แต่ข้าไม่สามารถรับมันได้" หลังจากที่ได้ยินคำสารภาพของเนี่ยลี่ มันทำให้ เอียจืออวิออกอาการเขินอาย นางได้รับหลายสิ่งจากเนี่ยลี่มามากมายแล้ว ถ้านางรับบางสิ่งเพิ่มเติมจากเนี่ยลี่อีก นางไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณเขาในภายภาคหน้าได้อย่างไร

      

        "เกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้คิดซะว่าเจ้าติดหนี้ข้าอยู่หนึ่งหน แน่นอนในอนาคตว่าตัวข้านั้นต้องมีสิ่งบางให้เจ้าช่วยเหลือ" เนี่ยลี่คิดสักครู่และกล่าวไป การให้สาวสวยผู้มีความดื้อรั้นยอมรับของสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก(accept แปลว่า รับมอบ ได้เช่นกัน)

   

     "มีสิ่งใดที่ข้าสามารถช่วยเจ้าได้ด้วยรึ?" เอียจืออวิก้มหน้าของนางลง แก้มของนางหายจากการเป็นสีแดงแล้ว

     

     "แน่นอนเจ้ามีบางสิ่งที่สามาถช่วยข้าได้ เจ้าคือลูกสาวของท่านเจ้าเมือง มีผู้คนมากมายต้องการที่จะให้เจ้าช่วยเช่นเดียวกับข้า ข้าได้ผสานกับจิตอสูรแล้ว นอกจากนี้คุณสมบัติของราชินีวายุเหมันต์ไม่เหมาะสำหรับข้า ไม่มีความจำเป็นที่ข้าจะต้องเก็บมันไว้" เนียลี่มองเอียจืออวิขณะที่นางก้มหน้าลง เขาคิดกับตัวเองว่า นางผู้นี้ช่างมีความงดงามเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

   

      หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ เอียจืออวิลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ได้ข้าตกลง แต่สิ่งที่เจ้าจะให้ข้าทำมันจะต้องไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้ายนะ"

     

   "แน่นอน เจ้าเคยเห็นผู้ชายคนไหนซื่อสัตย์มากกว่าข้าไหม?" เนี่ยลี่ทำหน้าจริงจังและกล่าวมัน

   

        หลังจากที่ได้ยิน เอียจืออวิก็หัวเราะ ตอนที่หัวเราะนางช่างเหมือนกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน คำพูดที่จริงจังของเนี่ยลี่กลับดูตลกมาก เมื่อไม่นานมานี้ใครกันเป็นผู้ก่อเรื่องให้แก่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ด้วยความรอบรู้ของเขา

      

       "เนี่ยลี่ ข้าตกลงยอมรับราชินีวายุเหมันต์ตนนี้ ข้าอยากจะเห็นนักว่าอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าที่เจ้าพูดถึงมันเป็นเช่นไร แม้ว่าข้าจะเป็นหนี้เจ้าหนึ่งอย่าง เจ้าสามารถขอให้ข้าช่วยเจ้าทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แต่มันจะต้องไม่เป็นอะไรที่ชั่วร้าย มิฉะนั้นข้าจะบอกกับพ่อข้าให้จ่ายเงินให้แก่เจ้าสำหรับจิตอสูรตนนี้" เอียจืออวิยกมือของนางเบาๆ เหมือนกับผีเสื้อและวิ่งหนีไป

       

        เอียจืออวิไม่ทราบว่าที่นางยอมรับของจากเนี่ยหลี่เป็นเพราะความใกล้ชิดกับเขา  ถ้ามันเป็นคนอื่นเช่นเสิ่นเอยและพรรคพวกของเขา นางจะไม่มีทางที่จะยอมรับอย่างแน่นอน เขาหันมองไปที่แผ่นหลังของเอียจืออวิหลังจากที่นางออกมาจนกระทั่งนางหายไป เนี่ยลี่ก็ยิ้มและพูดกับตัวเองเบาๆ 

       "อีกไม่นานหรอก เราจะได้พบกันอีกครั้ง ทั้งในชีวิตก่อนหน้านี้และชีวิตในตอนนี้ โชคชะตาฟ้ากำหนดมาให้เราคู่กัน แม้ว่าเจ้าจะไม่ต้องการมันก็ไม่สามารถอะไรทำได้หรอก" หลังจากที่พูดเนี่ยลี่เขาได้หันกลับมาและเดินจากไป

         

      ข่าวของเนี่ยลี่ที่เอาชนะคนในตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นถึงร่างทรงอสูรระดับลด์หนึ่งดาว เสิ่นเซี่ยว ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทั้งเมืองกลอรี่สั่นสะเทือนด้วยข่าวนี้ เพราะในรอบหลายปีที่ผ่านมาเมืองกลอรี่ไม่ได้มีอัจฉริยะที่เปล่งประกายอย่างน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้มาก่อน



   เป็นอีกครั้งที่ตระกูลบันทึกสวรรค์ได้รับความสนใจจากทุกคน ในแต่ละวันนั้นมีผู้คนจำนวนมากก็ต้องการที่จะเข้าไปเยี่ยมชมตระกูลบันทึกสวรรค์

   

     เนี่ยลี่ได้เงียบหายไปไม่ได้ออกมาพบปะกับผู้คนแต่อย่างใด ผู้ใดที่ต้องการจะพบเนี่ยลี่ก็จะถูกกีดกันโดยคนในตระกูลบันทึกสวรรค์

     

    ขณะที่ข่าวได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองนั้น ผู้คุ้มกันของเมืองกลอรี่ได้พบร่องรอยการเคลื่อนไหวของสมาคมทมิฬ พวกเขาเข้าโจมตีและจับกุมพวกสมาคมทมิฬได้หลายสิบคน

    

     เพื่อที่จะมั่นใจในความปลอดภัยของเนี่ยลี่ ท่านเจ้าเมืองเอียเซิ่ง ตัดสินใจที่จะนำตัวเนี่ยลี่เข้าไปอยู่ในตำหนักของเขาเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการคุ้มครอง

     

      หลังจากที่ได้ยินข่าวเลื่อนการตัดสินของสมาคมทมิฬ หากเนี่ยลี่ยังคงอยู่ที่ตระกูลบันทึกสวรรค์ สมาคมทมิฬจะไม่ปล่อยเนี่ยลี่ไว้แน่ แต่เนื่องจากเนี่ยลี่ได้เข้าไปสู่ตำหนักของท่านเจ้าเมือง พวกเขายังคงไม่มีความกล้าพอที่จะทำอะไร เพราะในตำหนักของท่านเจ้าเมืองทุกที่นั้นมีทั้งร่างทรงอสูรและนักสู้ ระดับตำนานแลระดับแบล็คโกลด์นับไม่ถ้วน

    

     นอกจากเนี่ยลี่แล้ว เนี่ยลี่ยังพาเนี่ยหยู่เข้าไปในตำหนักของท่านเจ้าเมืองด้วย เพราะเขาต้องการที่จะสอนแนวทางการบ่มเพาะพลังให้กับเนี่ยหยู่ ในฐานะที่เป็นคนของตระกูลบันทึกสวรรค์ สำหรับช่วงเวลานี้ไม่มีใครกล้าที่จะไปแตะต้องพวกเขา และในระยะยาวที่เขาจะไม่ได้กลับไปอยู่ที่ตระกูลบันทึกสวรรค์ แน่นอนสมาคมทมิฬจะไม่ทำอะไรกับตระกูลของเขา เพราะมันไม่มีค่าและความสำคัญมากพอที่จะทำเช่นนั้น

   

     ทั้งหมดอยู่ในการคาดการณ์ของเนี่ยลี่ เขาได้เตรียมแผนการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงเปิดเผยความแข็งแกร่งของเขาในการประลองยุทธ

    

      มีเรื่องเล่าว่าเมื่อเสิ่นเอยแห่งตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ล่วงรู้ว่าความแข็งแกร่งของเนี่ยลี่อยู่ที่ระดับโกลด์และเนี่ยลี่ได้เข้าสู่ตำหนักของท่านเจ้าเมือง เขาแทบกระอักเลือดด้วยความเศร้าโศกและความไม่พอใจ แต่เดิมเค้ายังมีความหวังกับเอียจื่ออวินเล็กน้อย แต่เขารู้ว่าบัดนี้ไม่มีความหวังใดๆเหลือให้เค้าอีกต่อไป

    

       เมื่อหยางซิ่นได้ยินข่าวนี้สมาคมนักปรุงยาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเนี่ยลี่ถึงมีความมั่นใจ เนี่ยลี่คาดไว้แล้วว่าเขาน่าจะถูกเชิญเข้าไปยังตำหนักของท่านเจ้าเมือง ในอนาคตเมื่อนางต้องการที่จะเจอกับเนี่ยลี่ นางจะต้องไปยังตำหนักของท่านเจ้าเมือง



ภายในตระกูลศักดิ์สิทธิ์

   

      ผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นหง ได้กลับมาจากการออกไปฝึกผู้เดียว เขาได้เพิ่มระดับพลังของเขาครั้งยิ่งใหญ่ แต่เขาก็ยังไม่สามารถเข้าไปสู่การเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานได้ การจะบรรลุเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานนั้นไม่ง่ายเลย หลังจากที่เขาเพิ่มระดับพลังของเขาขึ้นมา เขาเข้าใจในจุดนี้ชัดเจน

    

    เขาสงสัยในวิธีที่เอียมัวสามารถผ่านเข้าสู่ระดับตำนานได้ ทุกวันนี้เขาได้คิดเกี่ยวกับการที่อายุของเขาได้มากขึ้นและการฝึกของเขานั้นมีสัญญาณของการฝึกพลังที่ช้าลง ทำให้เสิ่นหงมีความวิตกกังวลมากอยู่ภายใน

     

      เมื่อเขาได้ยินเกี่ยวกับการเดิมพันนั้นเขาโมโหราวกับฟ้าคำรามทันที เสิ่นหมิงรู้ดีว่าเขาไม่มีทางที่จะได้รับความปลอดภัยจากสิ่งที่ทำ ซึ่งเขากังวลเรื่องนี้มาตลอด แต่เขาไม่คิดว่าเสิ่นหมิงจะกระทำจริง การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดพลาดอย่างมาก ในการสูญเสียเงินจำนวน สี่ร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตมารในการแพ้พนัน เงินที่จำนวนมากขนาดนั้น สามารถนำไปซื้อยำบำรุงวิญญาณและยาผสานวิญญาณให้กับพวกเด็กรุ่นใหม่ได้ตั้งเท่าใดกัน?

     

       "เสิ่นหมิง เจ้ารู้ความผิดของเจ้าหรือไม่" เสิ่นงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้นำ เขาจ้องมองอย่างเย็นชาไปยังเสิ่นหมิงที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง

     

      เมื่อรู้สึกถึงสายตาอันน่ากลัวของเสิ่นง ร่างกายของเสิ่นหมิงก็สั่นด้วยความกลัว เขารีบกล่าวว่า "ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยท่านผู้นำ ข้่าไม่เคยคิดว่า เนี่ยลี่ของตระกูลบันทึกสวรรค์จะสามารถฝึกพลังไปถึงระดับโกลด์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ข้าถูกเจ้าเด็กนั่นหลอก โปรดดูในส่วนที่ข้าเคยทำประโยชน์ให้แก่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์......."

     

 "หุบปาก!!" เสิ่นงตวาดแล้วจ้องมองไปยังเสิ่นหมิง


เสิ่นหมิงเงียบในทันทีและไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีกต่อไป

      

      เสิ่นงตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ การที่สูญเสียเงินจำนวน สี่ร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตมารในเวลานี้ ยังไม่มีผลกระทบต่อการวางรากฐานของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ในเวลานี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกกดดันก็คือในระหว่างที่เขาแยกตัวออกไปฝึก ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์และตระกูลบันทึกสวรรค์มาถึงยังจุดแตกหักเหมือน น้ำกับไฟ แต่เดิมนั้นตระกูลเล็กๆอย่างตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นไม่มีอะไรที่จะทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องสนใจแม้แต่น้อย แต่เจ้าหนูเนี่ยลี่ทำให้เขาไม่สามารถที่จะไม่สนใจได้อีกต่อไป

     

    อายุแค่สิบสามปีแต่สามารถแข็งแกร่งได้ถึงระดับโกลด์ ความสามารถของเขาแม้แต่เสิ่นงก็อิจฉา

    

   ใครจะบอกได้ว่าเด็กคนนี้จะก้าวหน้าไปได้ไกลเพียงใด? เมื่อเด็กคนนี้เติบโตขึ้น เขาอาจจะเป็นภัยคุมคามทั้งต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์หรือแม้กระทั่งสมาคมทมิฬ

    

     การมุ่งร้ายนี้อาจจะเลือนลางเหมือนมันไม่เคยมีอยู่ ถ้าในกรณีที่เนี่ยลี่ไม่ได้มีความแค้นเคืองกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นงสามารถที่จะเก็บเขาไว้ก่อนได้ แต่เนี่ยลี่นั้นมีเรื่องกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ต้น เขามีแต่จะต้องกำจัดทิ้งเท่านั้น

   

  ตอนนี้เนียลี่ได้รับการคุ้มครองจากตำหนักท่านเจ้าเมือง การที่จะสังหารเนียลี่ในตอนนี้นั้นเป็นเรื่องยาก

     

    "ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะอยู่ที่ตำหนักเจ้าเมืองตลอดเวลาโดยที่จะไม่ออกมาข้างนอก"เสิ่นงคิดอย่างเย็นชา เขามองไปยังเสิ่นหมิงที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นและกล่าวว่า

     

     "เสิ่นหมิงเจ้ารู้กฏของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ตามกฏของตระกูล ใครที่นำความผิดพลาดมาสู่ตระกูลนั้นจะถูกประหารโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่พิจารณาจากที่เจ้าได้รับใช้ตระกูลมายาวนานและได้ทำประโยชน์ให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไว้มาก ข้าจะให้เจ้าได้โอกาสที่จะกระทำการลบล้างความผิดในครั้งนี้"

    

     หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเสิ่นง ตาของเสิ่นหมิงก็เปล่งประกายด้วยความความหวัง เขาเงยหน้าขึ้นและถามว่า"ท่านสั่งมาได้เลยท่านผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นปีนภูเขาแหลมสูงหรือจะลงทะเลเพลิงข้าก็จะทำมันทุกอย่าง"

    

     "เยี่ยมมาก เจ้าจงนำคนไปสังหารเนี่ยลี่ซะ เมื่อเจ้าสามารถสังหารเนี่ยลี่ได้ ข้าจะส่งคนออกจากเมืองและไปยังสมาคมทมิฬเพื่อที่จะจัดการให้เจ้าได้อยู่ในตำแหน่งหลักของกิจการในสมาคมทมิฬ" เสิ่นงพูด

    

    "แต่เนี่ยลี่อยู่ในตำหนักของท่านเจ้าเมือง......" เสิ่นหมิงรู้เรื่องราวระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์และสมาคมทมิฬ เขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการสังหารเนี่ยลี่หรือเขาต้องถูกตระกูลประหาร เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว...

    

"มันจะต้องมีสักวันที่เขาออกมาจากตำหนักของเจ้าเมือง" เสิ่นงพูดเบาๆ

     

        "ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจักไปทำตามคำสั่งของท่าน" ตาของเสิ่นหมิงปรากฏแสงชั่วขณะแห่งความแค้นเคืองขึ้นมา เขารู้ว่านี้เป็นโอกาสเดียวของชีวิตที่เขามี มิฉะนั้นเสิ่นงจะทำให้แน่ใจว่าตัวเขา(เสิ่นหมิง)นั้นจะไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก


    

    "เสิ่นหมิง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะรักษาคำพูดของเจ้าเป็นอย่างดี อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ" เสิ่นงได้ใช้มือขวาของเขาหมุนแหวนของเขาที่มือซ้ายไปมาขณะพูดเรื่องนี้

   

     หลังจากที่ได้ยินเสียงที่ทรงอำนาจของเสิ่นง เสิ่นหมิงไม่สามารถหยุดตัวสั่นได้ นอกเหนือจากตัวเขาแล้ว ยังมีชีวิตของครอบครัวของเขาทั้งหมดที่อยู่ในมือของเสิ่นง เขามีแต่จะต้องรับการเดิมพันนี้เท่านั้น...จบตอน



แปลโดย นักอ่านไร้นาม

ตรวจทานโดย Kemaera(เนื่องจากนักแปลท่านนี้ได้ติดต่อผมไว้ก่อนแล้วว่าจะช่วยแปล หากนักแปลท่านใหม่มีความต้องการส่งผลงานแปลสามารถติดต่อได้ที่แฟนเพจแอดคนใหม่ เพื่อนำการแปลของท่านไปให้นักแปลในปัจจุบันให้ความอนุเคราะห์ช่วยตรวจสอบ)

@Nและ@B ขอขอบคุณมากสำหรับทุกอย่าง พิมพ์แล้วนํ้าตาเหมือนจะใหล.. งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา....



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง