test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

24 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 89 ราชินีวายุเหมันต์




   ตูม!ตูม!ตูม!

      

การต่อสู้บนสนามประลองนั้นทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ



      เสิ่นเซี่ยวตอบโต้อย่างบ้าคลั่ง ทุกคราที่เขาระเบิดพลังออกมากลับถูกทลายลงโดยเนี้ยหลี่ การเผชิญหน้ากับรูปลักษณ์ที่ปราดเปรื่องและปราดเปรียวเช่นนี้พลันปรากฏความกลัวแล่นผ่านนัยน์ตาของเสินเซี่ยว แรงกดดันจากเนี้ยหลีนั้นมีมากเกินไป



      "เสาเพลิงมังกรศักดิ์สิทธิ์!”เสิ่นเซี่ยวคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เพลิงหนาก่อตัวลงมาจากท้องนภา ก่อเกิดเสาไฟที่ลุกโหมสะบัดบ้าคลั่ง


เหล่าผู้ชมล้วนตกอยู่ในความตะลึง
         
                  

     “ช่างเป็นการโจมตีที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้” พวกเขาอดเป็นกังวลให้เนียลี่ไม่ได้เมื่อมองดูเสาเพลิงที่หนาแน่นไปด้วยไฟกวาดพุ่งเข้าหาตัวเขา เนียลี่นั้นปราศจากความกังวลและเผยรอยยิ้มผ่อนคลาย
        
                

     การโจมตีนี้แค่เพียงน่าชม แต่มันช่างไร้ประโยชน์เมื่อต่อกรกับวิญญาณอสูรระดับต่ำนั้นมันยังพอนับว่ามีประโยชน์เล็กน้อย แต่ในการต่อสู้ขั้นสูง มันคือการเสียพลังวิญญาณไปอย่างเสียเปล่า!’เนียลี่คิดในใจกับตนเอง ด้วยทักษะการต่อสู้ของเขาใน ชาติที่แล้ว การโจมตีเช่นนี้ไม่นับเป็นอะไรได้เลย

               



     เนียลี่นั้นไม่รู้เลยว่า เสิ่นเซี่ยวนั้นได้โจมตีด้วยทั้งหมดที่มีของเขาแล้ว แต่เมื่อเหล่านั้นล้วนไร้ค่าเขาจึงเหลือเพียงเสาเพลิงเป็นทางเลือกสุดท้าย เสิ่นเซี่ยวไม่คาดหวังว่าเสาเพลิงจะสามารถสังหารเนียลี่ได้ ด้วยเขานั้นได้สิ้นหวังไปแล้ว มองท่าทีสงบนิ่งของเนียลี่เขารู้ว่ายังมีอีกหลายสิ่งอย่างที่มันยังเก็บงำไว้ไม่ได้ใช้   เนียลี่พุ่งตัวออกไป เคลื่อนกายหลบหลีกเสาเพลิง “ฟุ่บ” 

        


เขาปรากฏตัวด้านหลังเสิ่นเซี่ยว

 "สายอัสนีพิฆาต!"ฝ่ามือของเนียลี่แหวกทะลุฟ้า เกิดเสียงทะลวงทลายเขย่าขวัญ

   


 ตูมมม!

       


     ปะทะเข้าแผ่นหลังของเสิ่นเซี่ยวอย่างหนักหน่วง
พลันเสิ่นเซี่ยวเป็นดังก้อนอุกกาบาตปลิวตกกระแทกพื้น
   


 ตู้ม!

            



     เสียงแรงปะทะดังหูดับ สนามประลองสะเทือนอย่างรุนแรง หลุมขนาดใหญ่ปรากฏบนพื้นดิน เสิ่นเซี่ยวอยู่ในหลุมนั้น ร่างของเขาทอดอยู่บนพื้น ลมหายใจหอบรุนแรง สายตาและสติสัมปชัญญะล้วนพร่ามัวเขาแพ้แล้ว

              



     เนียลี่นั้นได้บีบคั้นเขาตั้งแต่เริ่ม ไม่เปิดโอกาสในการตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้นมันยังออมมือมาโดยตลอดเนี้ยหลี่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกที่เกินจะหยั่งถึง ความรู้สึกที่ไม่ว่าเขาจะใช้พลังเพียงใด ก็ยังไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้สายตาของของเขาหนักอึ้งไปด้วยความพ่ายแพ้ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาจะยังแพ้หลังจากได้รับยาดับวิญญาณไปถึงสองเม็ด เขากล่าวได้เพียงว่า ความแข็งแกร่งของเนียลี่นั้นน่าหวาดหวั่นยิ่ง
ฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงเด็กวัยสิบสามปีเท่านั้น!

         

แต่ความห่างชั้นนั้นยังมากเกินไป!

      



      เขาเคยคิดว่าตนนั้นคือยอดอัจฉริยะหาผู้ใดเปรียบ กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นเพียงดังกบในกะลาเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เหล่าผู้ชมตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากช่วงตื่นตะลึง เสียงเชียร์ดังคลื่นสึนามิได้ระเบิดออก

   
   

เนียลี่! เนียลี่! เนียลี่!
เสียงเชียร์นั้นดังสะเทือนปฐพี

    
       

      พลังของเนียลี่ได้ประทับลงไปในใจของพวกเขาอย่างล้ำลึกยอดอัจฉริยะทุกคนเมื่อปะทะกับคนรุ่นเดียวกัน จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อกำราบศัตรูกระนั้นศัตรูที่เนียลี่กำราบไม่ใช่สหายร่วมรุ่นแต่เป็นอัจฉริยะวัยยี่สิบ ปี!

       

      ในอนาคตเนียลี่จะเติบโตเป็นตัวเช่นใดกัน? หาได้มีใครรู้คำตอบ อย่างไรก็ตามพวกเขารู้ว่าวันนี้พวกเขาได้ร่วมเป็นสักขีพยานของเหตุการณ์บนหน้าประวัติศาสตร์แล้ว

           
                

        จากมุมที่ไกลออกไป เอียจืออวินจ้องไปที่แผ่นหลังของเนียลี่ ในช่วงเวลานั้นนางได้ตกตะลึงกับความทรงพลังของเนียลี่เช่นกัน เป็นความสามารถที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!‘แข็งแกร่งยิ่งกว่าท่านปู่ในวัยนั้นเสียอีก!’นางนึกขึ้นมาฉับพลัน เนียลี่คงไม่สามารถก้าวถึงร่างทรงอสูรระดับตำนานอย่างที่เขาเคยกล่าวไว้ใช่หรือไม่?




ความเป็นไปได้ที่มันจะเป็นจริงนั้นสูงเสียดฟ้า!

          
                  

      เอียจืออวินอดนึกถึงเรื่องล้อเล่นที่นางเคยกล่าวกับเนี้ยหลี่ไว้ไม่ได้ ถ้าเนียลี่ได้เป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานเมื่อนั้นนางจะจะตกลงที่จะแต่งงานกับเขา นางควรจะรักษาสัญญาหรือไม่? ภายในหัวใจของนางพลันว้าวุ่น เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์อันกำกวมของเนียลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อนางแค่นลมหายใจออกมา นางไม่มีวันตบแต่งให้กับผู้ชายเจ้าชู้อย่างเนียลี่

                  

     เสียงเชียร์นั้นค่อยๆซาลง แต่ความตะลึงโดยเนียลี่นั้นยังไม่สร่างซาไปง่ายๆ มันจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองกลอรี่ในเร็ววัน!

               

     เสิ่นหมิงนั้นแทบสิ้นสติ หลังจากเหตุการณ์นี้เขาเกรงว่าเขาจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสในตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้อีกต่อไป



             

        เนี้ยหลี่นั้นได้รับเงินอีกจำนวนสามร้อยล้านจิตรมาร ในงานประลองนี้เนียลี่ได้เงินรวมทั้งหมดถึง สี่ร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตรมารแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้ขาดแคลนเงินแต่อย่างใด แต่หากสามารถสร้างความเจ็บช้ำให้แก่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้นับเป็นความสุขอย่างถึงที่สุดของเขาเลยทีเดียว แม้เงินนี้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเนียลี่ แต่มันมากเกินพอจะทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องปวดหัวไประยะหนึ่งหยางซิ่นมองไปที่เนียลี่ แววตาของนางปรากฏร่องรอยของความกังวล นางกล่าวว่า 

               


     “เนียลี่ ข้าเกรงว่าการโชว์พลังของเจ้าเช่นนี้จะมิเป็นผลดี ถ้าเจ้าถูกจับตามองโดยสมาคมทมิฬ….” เป็นความจริงที่ในตอนนี้เนียลี่เปล่งประกายมากไป เขาเองรู้ว่าด้วยความเก่งกาจของเขาตอนนี้ ทำให้สมาคมทมิฬจะต้องทำทุกอย่างเพื่อกำจัดเขาอย่างไรก็ตามเนียลี่ออกมาบางๆ  เขาส่ายหน้าและกล่าว 

      


“ข้ามีแผนของข้า”

     



       ได้ฟังคำเนียลี่ หยางซิ่นพยักหน้ารับเป็นเนียลี่นั้นสมควรมีแผนอยู่แล้ว อย่างไรซะนางยังต้องการจัดองครักษ์เพิ่มให้กับเนี้ยหลี่

         

     “พี่สาวหยางซิ่น ก่อนนี้ข้าได้ขอให้ท่านช่วยสืบหาเบาะแสความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิและสมาคมทมิฬ ท่านได้พบสิ่งใดหรือไม่?” เนียลี่ถามหยางซิ่นอย่างลับๆ

            


       “ข้าได้ทำการตรวจสอบและพบว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ให้การหนุนหลังคนจากสมาคมทมิฬ ดูเหมือนชื่อของมันคือ หยุนหัว ฉีชี่ ด้วยข้อมูลเพียงเท่านี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำอันใดต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์”หยางซิ่นกล่าว นางถอนหายใจและส่ายหัว แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยืนยันได้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้ไร้มลทิน และจะต้องรับมือกับมันด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง นางได้รายงานเรื่องนี้ถึงท่านประธานแล้ว ท่านประธานจะต้องส่งเรื่องไปถึงท่านเจ้าเมืองอย่างแน่นอน


        


     เนียลี่พยักหน้าหากเขาคิดว่าสามารถโค่นตระกูลศักดิ์สิทธิ์ด้วยเรื่องเพียงเท่านี้นั้นถือเป็นการประเมินพวกมันธรรมดาเกินไปมาก เขาจะต้องค่อยๆทำมันทีละขั้น


          


     เมื่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์จากไป ตระกูลบันทึกสวรรค์จึงเดินทางกลับในเวลาต่อมา แม้การประลองยังดำเนินต่อไป แต่ก็เป็นเพียงแค่การเล่นสนุกระหว่างตระกูลต่างๆเท่านั้น

           

         ณ มุมของลานประลอง เอียจื่ออวินเห็นเหตุการณ์เหล่านั้น นางขยับยิ้ม เนียลี่ช่างร้ายกาจ  เสิ่นหมิงจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ถูกลงทัณฑ์แล้ว นางหามีความประทับใจที่ดีใดๆกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไม่ ดังนั้นหากตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะถูกทำลาย นับเป็นเรื่องดียิ่ง

          

 เมื่อเอียจืออวินหันหลังและกำลังจะจากไป รูปร่างคุ้นเคยพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า นางพบเนียลี่กำลังส่งยิ้มให้

            


     “ข้ามาเพื่อชมการประลองเพียงเท่านั้น ไม่นึกว่าจะมาพบเจ้าที่นี่!” เอียจืออวินปฏิเสธที่จะยอมรับพลันใบหน้าแดงซ่าน

            


   “ข้าได้กล่าวอันใดหรือไม่?”เนียลี่ยืดแขนออก กล่าวยั่วเย้า “หากเป็นเช่นนั้น ทำไมเจ้าไม่ดูต่อเล่า เห็นเจ้ากำลังจะกลับแล้ว?”

             “เจ้า


เอียจื่ออวินกระทืบเท้า
 มันเป็นไปไม่ได้ที่นางจะยอมรับว่านางห่วงเนียลี่ นางพ่นลมออกจากจมูกและกล่าว “ก็ข้าเห็นแล้วว่าที่นี่ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ ข้าไปได้หรือยัง?”
       
           

     มองเอียจื่อวินที่งดงามและน่ารักตรงหน้า เนียลี่จึงหัวเราะอ่อนโยน เขาเรียกคริสตัลอสูรวิญญาณออกมาจากแหวนห้วงมิติ  คว้าเรียวแขนแบบบางของนางแล้วยัดดวงแก้ววิญญาณอสูรใส่มือ เนียลี่ยิ้มน้อยๆ “นี่สำหรับเจ้า!

            
              

      สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเนียลี่ขณะนี้ไม่ได้ทำให้เอียจือวินผลักไสออกไป กลับกันไม่รู้ด้วยเหตุใด หัวใจของนางพลันเต้นระรัว


    


“นี่คือสิ่งใด?” นางก้มลงมอง

             

      กิริยาของเอียจื่ออวินและกลิ่นหอมกายสาวจากนาง ฉากตรงหน้าทำให้หัวใจของเนียลี่อดสั่นไหวไม่ได้ เขายิ้มตอบ “มันคือดวงจิตอสูรราชินีวายุเหมันต์”

           

        “ดวงจิตอสูรราชินีวายุเหมันต์ระดับแบล็คโกลด์ เจ้าได้มันมาจากที่ใด?”เอียจื่ออวินถามด้วยความอัศจรรย์ใจ ดวงจิตอสูรราชินีวายุเหมันต์เป็นดวงจิตอสูรที่หายากและทรงพลังอย่างยิ่ง

          


      “ดวงจิตอสูรราชินีวายุเหมันต์นี้ไม่ใช่ดวงจิตอสูรธรรมดา มันคือดวงจิตอสูรที่มีการพัฒนาการระดับพระเจ้า เจ้าจะรู้เองเมื่อได้ผสานร่างกับนางราชินีวายุเหมันต์แข็งแกร่งมาก หลังจากผสานร่างแล้วเจ้าต้องดูแลรักษาดวงจิตนี้อย่างดี ห้ามเจ้าทานยาดับวิญญาณ เป็นอันขาด” เนียลี่กล่าวเตือน เขาต้องใช้ความพยายามพอสมควรเลยทีเดียวเพื่อให้ได้ดวงจิตอสูรนี้มา...จบตอน


แปลโดย [ให้ชื่อไม่มี ]


คนใหม่พึ่งมาแปลได้ตอนแรกนะครับ ให้กำลังใจผู้แปลกัน ด้วยนะครับ


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง