test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

23 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 84 เดิมพันเล็กน้อย





    เนียลี่นั้นไม่รู้ว่า  เอียจืออวิน นั้นจมาชมการประลองในหมู่ผู้ชม  เมื่อได้รับรางวัลจากการแข่งขันเรียบร้อยแล้ว   เนียลี่นั้นกลับขึ้นไปยังที่นั่งของตระกูลบันทึกสวรรค์  เตรียมที่จะแข่งรอบที่สองต่อไป


       ในขณะนั้น เสิ่นหมิง ชำเลืองสายตาไปยังลูกน้องเล็กน้อยแล้วกล่าวถาม ผลได้เสียของการเดิมพันครั้งนี้เป็นเช่นใดบ้าง?”   


        เสิ่นหมิงคิดกับตัวเอง แม้ว่าเงินที่เสียเดิมพันกับเนียลี่ ส่วนนั้นมากถึงห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร  แต่คนทั่วไปที่มาลงเดิมพันกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นผู้เปิดโต๊ะรับพนันนั้น  ส่วนใหญ่จะแทงว่า เสิ่นเฟยเป็นผู้ชนะดังนั้นจะยังคงมีเงินบางส่วนกลับคืนมาอยู่



         สักครู่ลูกสมุนของเขาก็กลับมารายงานยอด  รวมแล้วมีการลงวางเงินเดิมพันทั้งสิ้น หนึ่งร้อยหกสิบล้านเหรียญจิตมาร  หลังจากการจ่ายเงินเกินกว่าหนึ่งร้อยหกสิบล้านเหรียญจิตมารไปแล้วนั้นปรากฏว่าเราขาดทุนกว่าหกล้านเหรียญจิตมาร


       "มันเป็นเช่นนี้ได้อย่าไร? เรายังเสียเงินอีกจริงหรือ?" เสิ่นหมิงเปล่างวาจาอันเกรี้ยวกราด เดิมทีเขานั้นคิดว่าการที่เขาเปิดโต๊ะให้ประชาชนทั่วไปได้เล่นเดิมพัน  จะทำให้ได้รับเงินบางส่วนกลับคืนมาบ้าง  เขาไม่เคยคิดเลยว่าจักต้องสูญเสียเงินไปอีกมากกว่าหกล้านเหรียญจิตมาร แม้ว่ามันจักไม่มากนัก  แต่มันเพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกโกรธได้



      “หนอย!เสิ่นหมิง สาปแช่งด้วยความโกรธ นับตั้งแต่วันที่เขานั้นเข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้อาวุโสหลักของตระกูลมิเคยทำสิ่งผิดที่พลาดมากมายจนทำให้  สูญเสียเงินกว่า ห้าสิบหกล้านเหรียญจิตมารนั้นเช่นในครั้งนี้ ท่านผู้นำตระกูลก็มีกำหนดการที่จะกลับมาในไม่ช้านี้เสียด้วย  แม้ว่าเขาจักสามารถใช้ผลงานตั้งแต่ในครั้งอดีตที่ผ่านมาลบล้างความผิดพลาดในครั้งนี้  แต่เขาก็ยังคงไม่รู้สึกดีกับมันเลย


     ขณะนี้ สมาชิกตระกูลบันทึกสวรรค์ที่นั่งอยู่ในสนามประลอง เนียไห่  เนียเอิน และพวกของเขาล้วนต่างมีความสุขมากยิ่งนัก  แม้ว่าจักมิได้รับเงินรางวัลจากการชนะเพราะมันเป็นของเนียลี่ 

      แต่ทว่า การที่สามารถทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ถึงเพียงนี้ ก็ทำให้พวกเขาล้วนรู้สึกดีกับมัน  ในช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกเขานั้นถูกกดดันกีดกันทางการค้าจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์  จนทำให้ถึงกับขัดสนเลยทีเดียว  ในตอนนี้นั้นพวกเขาได้ระบายออกมาแล้ว


    “น้องชายเนียลี่ พี่สาวคิดว่าเจ้านั้นเป็นคนดี  ไม่เคยคิดว่าเจ้าจะเป็นคนฉลาดแกมโกงนะ  ดูเหมือนว่าพี่สาวจะต้องระมัดระวังแล้วนะหยางซิ่นมองมาที่เนียลี่และกล่าวล้อเล่นอย่างสนุกสนาน นางเอามือกอดอก ดันหน้าอกขนาดใหญ่ของนางชูขึ้นช่างดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีกนัก



      เนียลี่ยิ้มเล็กน้อย และเอ่ยขึ้นว่า พี่สาวหยาง ซิ่น  เข้าใจผิดแล้ว  น้องชายตัวน้อยนั้นเป็นคนดี  ยกเว้นว่ามันจำเป็นต้องใช้วิธีรุนแรงอย่างมากจึงจะจัดการได้ เช่นในเวลาสำคัญนี้



       หลังจากได้ยินคำพูดของเนียลี่  หยางซิ่น  เนียไห่  เนียเอิน และพวกของเขามองมาที่ เนียลี่และยิ้ม แต่สายตาพวกเขายังไม่สื่อถึงความคิดเช่นนั้น  เมื่อดูจากแววตาดูเหมือนว่ามันจะกล่าวว่า ใครจะไปเชื่อเจ้า?!”


        เนียลี่ยักไหล่ไปมา แม้ว่าเขาพยายามจะอธิบาย ว่ามันคงจะไม่สามารถใช้ในรอบประลองต่อไปได้แน่ จากนั้น เขาก็มองมาที่ เนียเอิน และกล่าวถามว่า  เดิมพันครั้งนี้ได้รับมาเป็นจำนวนเงินเท่าใดกัน


      “เงินเดิมพันในส่วนบุคคลของเรานั้นได้รับมาทั้งสิ้นห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร นอกจากนี้ เรายังพนันที่โต๊ะรับแทง ได้รับเงินมาอีกมากกว่าเจ็บสิบล้านเหรียญจิตมารเนียไห่ ยิ้มอย่างมากพร้อมทั้งกล่าว  ในเวลาชั่วพริบตา เนียลี่ก็สามารถหาเงินได้จำนวนมหาศาล ช่างเป็นการหาเงินที่รวดเร็วยิ่งนัก!



   “ไม่เลว!เนียลี่พยักหน้า  หนึ่งร้อยยี่สิบล้านเหรียญจิตมารสำหรับเนียลี่นั้นไม่ได้มากมายสำหรับเขา แต่อย่างไรก็ตามสำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้วเงินจำนวนนี้นั้นมิใช่ก้อนเล็กเลยทีเดียว


ณ เวลานี้  เสิ่นหมิง ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งได้ เขาเดินไปเจรจากับตระกูลบันทึกสวรรค์ในทันที


    “ท่านผู้อาวุโส เสิ่นหมิง  นายน้อยเสิ่นเฟยอาการเป็นอย่างไรบ้าง? ดูเหมือนว่าเนียลี่นั้นจักลงมือรุนแรงมากไปเล็กน้อย ขอท่านได้โปรดให้อภัยด้วย!เนียไห่ป้องมือของเขาและเอ่ยวาจาตอบเสิ่นหมิง  ผู้นำของตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นเมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอกช่างสง่างามยิ่งนัก  แต่ภายในหัวใจของเขาตอนนี้นั้น กำลังหัวเราะลั่นเลยทีเดียว


    เสิ่นหมิงใบหน้ากระตุกเล็กน้อย  ทุกคนสามารถบอกได้เลยว่า เสิ่นเฟยนั้นจะไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้อย่างน้อยครึ่งเดือนเลยทีเดียว  เสิ่นหมิงยังไม่ทราบอาการบาดเจ็บที่แน่ชัดของเสิ่นเฟย  ว่าเสิ่นเฟยในตอนนี้นั้นไม่มีความสามารถในการที่จักผลิตมนุษย์ได้อีกแล้ว  



  ถ้าเขารู้เรื่องนี้เขาจักต้องโกรธมากกว่านี้อีกเป็นแน่  อย่างไรก็ตามเสิ่นหมิงยังได้มีคำสั่งให้ เสิ่นหนิงนั้นนำเนียลี่ไปสู่ความตายให้ได้


      ในมุมมองของ เสิ่นหมิงนั้น แพนด้าเขี้ยวอสูร  ของเนียลี่นั้นไม่สามารถ ที่จะต่อสู้กับ เสิ่นหนิงได้  โดยปกติแพนด้าเขี้ยวอสูร ทั่วไป   จะมีระดับของจิตอสูรเพียงระดับบรอนซ์เท่านั้น ถ้าเนียลี่ผสานกับแพนด้าเขี้ยวอสูรมีสิ่งที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยแค่มีเขี้ยวที่ใหญ่กว่า   



       และด้วยเหตุผลนี้น่าจะทำให้มันเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นเป็นระดับซิลเวอร์ มันมีขีดจำกัดของความสามารถอยู่แค่นั้น ในขณะที่เสิ่นหนิงนั้น อยู่ที่ระดับร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ ขั้นห้าดาว  นอกจากนี้ยังหลอมรวมกับจิตอสูรหมีอัคคีศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งเป็นจิตอสูรระดับโกลด์

     แม้ว่าเสิ่นเฟยจะมีพยัคฆ์ทมิฬสีชาด ซึ่งมีความสามารถพิเศษถึงระดับแบล็คโกลด์  แต่เขามีความแข็งแกร่งเพียงระดับซิลเวอร์เท่านั้น  ส่วนเสิ่นหนิง และจิตอสูรของเขาล้วนบรรลุระดับโกลด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


(จากการตรวจสอบ  ถ้าเสิ่นเฟยผสานเข้ากับจิตอสูรพยัคฆ์สีชาดเรียบร้อยแล้วจะมีระดับสูงถึง ระดับแบล็คโกลด์  ขั้นหนึ่งดาวแต่ไม่มีโอกาสทำได้ )



ถ้าพวกเขายังคงเสียเงินอยู่อย่างนี้พวกเขาจะต้องมีปัญหาบางอย่างตามมาแน่



    “การเดิมพันครั้งนี้มีสามรอบ  ในรอบแรกนี้ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไรเพราะมันจบค่อนข้างเร็วมาก  ต่อไปจะขอเริ่มเดิมพันในรอบที่สองของเรา!เสิ่นหมิง มองมาที่เนียไห่ และพวกของเขาพร้อมทั้งถอนหายใจอย่างแรงและกล่าวว่า

            

      “เรื่องนี้.....เนียไห่ไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงมองไปทางเนียลี่  เขาไม่รู้ว่าเนียลี่นั้นมีความแข็งแกร่งเพียงใด  ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ในรอบแรกได้พ่ายไปแล้ว เมื่อถึงรอบรอบจะต้องเป็นการเดิมพันที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน


   เสิ่นหมิง เคลื่อนสายตาไปประสานกับเนียลี่  เมื่อเห็นประกายตาของเนียลี่นั้นเป็นคำใบ้ที่บอกได้อย่าชัดเจน



     เนียลี่ไอเล็กน้อย และกล่าวว่า  มัน เป็นความผิดเล็กน้อยสำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ข้าต่อสู้ในรอบแรก  ข้าได้ออกแรงใช้พลังวิญญาณมากนัก คงไม่สามารถที่จะต่อสู้ในรอบที่สองได้อย่างรวดเร็วเป็นแน่    ซึ่งมันหมายความว่าท่านจะชนะถ้าท่านสู้ตอนนี้? อย่างไรก็ตามในรอบที่สองจะต้องเลื่อนออกไปอีกสองเดือนรอจนกว่าพลังวิญญาณของข้าจะกลับคืนมา


      เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น หยางซิ่น เนียไห่  และเนียเอิน  ล้วนอยู่ในอาการตะลึง  พวกเขาส่งสายตามองไปยังเนียลี่



        ใช้พลังวิญญาณมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?   ในการต่อสู้รอบที่ผ่านมานั้น เนียลี่เพียงผสานกับจิตอสูรของเขาเพียงชั่วคราวเท่านั้น แม้ว่า เขาจะจัดการ ตบและกระทืบเสิ่นเฟย  เพียงเล็กน้อยจำนวนไม่กี่ครั้ง ก็ไม่ได้เป็นการต่อสู้ที่ต้องใช้พลังรุนแรงใดๆ   เขานั้นช่างปลอมแปลงคำโกหกได้แย่เสียจริงเชียว?


     เสิ่นหมิงมีใบหน้าอันบูดบึ้ง  ถอนหายใจจนหนาวเหน็บ พร้อมทั้งเปล่งวาจา มันไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ เมื่อตระกูลบันทึกสวรรค์พยายามที่จะหลบหนี  หลังจากได้รับเงินรางวัล มันถูกต้องหรือไม่ถ้าเป็นเช่นนั้น ตระกูลศักดิ์สิทธิ์คงจะมิยอมนิ่งเฉยเป็นแน่เสิ่นหมิงเคลื่อนสายตาไปยัง หยางซิ่น จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วจึงกล่าวว่า  

 ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นได้ทำสัญญากับสมาคมปรุงยา ว่าจะดำเนินการประลองต่อ  เรื่องนี้คงไม่ปกป้องตระกูลบันทึกสวรรค์ถูกไหมถ้าเป็นเช่นนั้นก็ข้าจักให้ผู้นำตระกูลของเราไปคุยกันกับท่านเจ้าเมือง


        หยางซิ่น แก้มแดงขึ้นเล็กน้อย  ถึงแม้ว่านางจะยืนอยู่ข้างเนียลี่ เธอยังไม่ได้กล่าวสิ่งใด แตสำหรับเนียลี่  การหนีหลังจากที่ได้เงินเดิมพันแล้วนั้น  มันก็เป็นความผิดเล็กน้อยเหมือนกัน



       “ หลังจากที่ท่านผู้อาวุโส เสิ่นหมิงกล่าวมานั้น  ข้าตอนนี้ไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ ถ้าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ชนะได้ด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยม  ข้าเชื่อว่าคงไม่มีผู้ใดกล้าที่จะพูดว่าร้ายตระกูลศักดิ์สิทธิ์”   เนียลี่มองไปที่ผู้อาวุโสเสิ่นหมิงที่กำลังโกรธจัด  เขายิ้มเล็กน้อยใจของเขานั้นรับรู้ได้ถึงความโกรธที่ปล่อยออกมาจากเสิ่นหมิง



     “ ใครจะกล้าพูดไม่ดีกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้า!”  เสิ่นหมิงถอนหายใจจนหนาวเหน็บ   เขานั้นก็ตระหนักขึ้นมาทันทีว่า เขามีเหตุผลรองรับ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์  จะเอาชนะโดยการใช้เล่ห์เหลี่ยมเหรออกของเขาแทบจะระเบิดออกมาให้ได้เลยทีเดียว



เนียไห่  เนียเอิน และพวกของเขาล้วนชื่นชมจนแสดงออกทางใบหน้าได้เด่นชัด



      “ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์  ดีแต่กดดันผู้คน”  เนียลี่พูดเสียงเบา  หยางซิ่น ในที่สุดก็เข้าใจว่าเนียลี่นั้นกำลังพยายามหลอกล่อ  ให้เสิ่นหมิงโกรธ และก้าวเข้าไปติดกับดักอย่างช้าๆ  อย่างไรก็ตาม เนียลี่จะสามารถเอาชนผู้มีพรสวรรค์ของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้จริงหรือหากเนียลี่  ไม่สามารถเอาชนะผู้มีพรสวรรค์เหล่านั้นได้    ทุกๆสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดต้องพังทะลายลงไปเป็นแน่


   แล้วตกลงว่าเจ้าจะทำเช่นใด?”  เสิ่นหมิงโกรธจัด  เขามองมาที่เนียไห่  เนียลี่  และพรรคพวก พร้อมทั้งกล่าวว่า  ตระกูลบันทึกสวรรค์เตรียมที่จะเล่นเดิมพันในรอบนี้เท่าไหร่



     เนียลี่เอ่ยวาจาเบาๆว่า  ในมุมมองของพวกเรา  อย่างน้อยที่สุดน่าจะวางซัก  สองถึงสามร้อยล้านเหรียญจิตมาร  มิเช่นนั้นแล้งคงจะไม่มีความหมายใดๆเลย


       เมื่อได้ยินคำพูดของเนียลี่  เสิ่นหมิง ก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งขึ้นมาทันที แม้ว่าพวกเขาจตกลงยอมรับเดิมพันกับเนียลี่  แต่ว่าการวางถึงสองร้อยล้านเหรียญจิตมารนั้น ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจต้องมีผลลัพธ์บางสิ่งที่ตามมาอย่างคาดไม่ถึงแน่นอน  


      แม้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาจะสร้างผลงานให้แก่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์  แต่ถ้าต้องสูญเสียเงินถึงสองร้อยล้านเหรียญจิตมารก้อนนี้ไป  วันที่ดีของเขาคงจักจบลงตรงนี้เป็นแน่



     สำหรับเนียลี่นั้นการที่เขากล้าที่จะรับเดิมพันนั้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าย่อมต้องมีความ   มั่นใจในบางสิ่งแน่นนอน ในการต่อสู้ในรอบก่อนหน้านี้กับเสิ่นเฟย   



     เนียลี่ยังไม่แสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงให้เปิดเผยออกมาจนหมด  ดังนั้นเขาจึงมิกล้าจักใจร้อนกระทำการหุนหันพลันแล่นได้



เสิ่นหมิง เงียบไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะเอ่ยวาจา รอบต่อไปเราจะวางเดิมพันหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมาร!


         เมื่อมองดูการแสดงออกของ เสิ่นหมิง  เนียลี่นั้นก็เข้าใจได้เลยทันทีว่า  เสิ่นหมิงนั้นแม้จะเป็นผู้อาวุโสหลักของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังมีขีดจำกัดในการใช้จ่าย  ยังไม่กล้าพอที่จะใช้เงินก้อนใหญ่จนเกินไป  ถ้ากดดันเขาจนเกินไป เสิ่นหมิงจักระแวงสงสัยในแผนของเขาได้



      “ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นก็ไม่ได้กล้าซักเท่าไหร่  งั้นเราจะเล่นกับพวกท่าน หนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมารก็แล้วกัน เนียลี่เอ่ยพร้อมหัวเราะเบาๆ  เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น ใบหน้าของเสิ่นเฟยก็พลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียว 


      
   เนียลี่พูดเย้ยตระกูลศักดิ์สิทธิ์ว่ากำลังไม่กล้าที่จะเล่น  ทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นเสียหน้าเป็นอย่างยิ่ง  ตอนนี้นั้นเสิ่นหมิงกำลังโกรธอย่างสุดขีด


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง