test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

23 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 83 เจ้าให้ข้าเป็นผู้ชนะเอง





ทั้งสนามประลองยุทธ์ภาคสนามล้วนเต็มไปด้วยเสียงตะโกนโห่ร้องกันระงม


      ในขณะนี้นั้นหัวของเสิ่นเฟยที่ปักอยู่กลางเวทีเริ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย   และทำความสะอาดใบหน้าของเขาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเศษดิน    เขาพยายามที่จะฟื้นตัวยืนขึ้น นะตอนนี้นั้นความโกรธของเสิ่นเฟยได้พุ่งขึ้นจนทะลุของฟ้าไปแล้ว    



       เหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงไม่ยอมเรียกจิตอสูรของเขาออกมาเป็นเพราะ ผู้อาวุโสเสิ่นหมิงนั้นสั่งให้เขาเอาชนะหลังจากทีผ่านไปแล้วยี่สิบกระบวนท่าเท่านั้น ใครบ้างจะรู้ว่าเนียลี่จะสามารถเรียกจิตอสูรได้โดยที่ไม่มีปราศจากการบอกกล่าวของผู้ใดมาก่อน


     เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ  ไร้เหตุผลสิ้นดี  เสิ่นเฟยกำลังระเบิดอารมณ์เขา ไปยังผู้อาวุโสเสิ่นหมิงที่แนะนำเขาทำเช่นนั้น

          

     “ในตอนนี้ ถ้าเจ้าจะพูดอะไรอีก ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”  เสิ่นเฟย แผ่คำรามด้วยความโกรธ ห้วงขอบเขตวิญญาณรอบตัวเขากำลังสั่นไหว แผ่กลิ่นอายของจิตอสูรออกมาจากร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง



เสิ่นเฟยเปล่งวาจาพร้อมจ้องมายังเสิ่น หมิง



      เสิ่นเฟยหลอมรวมจิตอสูร ที่มีพละกำลังมากมายนั่นคือ จิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬเพลิงสีชาดเดิมเป็นสัตว์อสูรที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก อสูรตนนี้ถูกล่าโดยฝีมือของผู้นำของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เองเลยทีเดียว  ระดับของมันนั้นคือ สัตว์อสูร ระดับแบล็คโกลด์ ขั้นหนึ่ง ดาว เพราะฉะนั้น มันจึงแข็งแกร่งเป็นอย่างมากซึ่งแข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้ เสิ่นเฟยแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว 



 “นายน้อยเสิ่นเฟย กำลังผสานกับจิตอสูรขั้นสุดท้ายแล้ว.................


ผู้ชมบริเวณสนามประลองต่างรู้สึกร้อนขึ้นมาทันที


กลิ่นอายลมปราณที่แผ่ออกมานี่มัน......



สวรรค์!  มันช่างน่ากลัวเกินไปแล้วถึงกับมีเจ้าพยัคฆ์ทมิฬเพลิงชาดตัวนี้เชียวหรือ!



     พยัคฑ์ทมิฬสีชาดเจอกับแพนด้าเขี้ยวอสูรช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดายต่อการคาดเดานัก เกือบทุกคนล้วนคิดว่าแพนด้าเขี้ยวอสูรนั้นจะต้องพ่ายภายในหนึ่งกระบวนท่า



      เสิ่นเฟย แผ่พลังออกจากร่างกายเพิ่มมากขึ้น  รังสีของพยัคฆ์ทมิฬเพลิงชาดตัวนั้นแข็งแกร่งมากนักจนทำให้ทุกๆคนในสนามประลองรู้สึกตกใจกับพลังอำนาจของมันที่พวยพุ่งออกมาเป็นอย่างมาก



      เนียไห่ และเนียเอิน และพวกเขานั้นนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้  เนียลี่ที่ใช้จิตอสูรแพนด้าเขี้ยวอสูร มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จสู้กับพยัคฆ์ทมิฬเพลิงสีชาดตัวนี้   ความแตกต่างของระดับกำลังนั้นชั่งต่างกันยิ่งนัก


ตอนนี้ยังทันหรือไม่?ที่จะอนุญาตให้เนียลี่ขอยอมแพ้?”



      ผู้ที่พนันข้างเสิ่นเฟย พวกเขาตอนนี้ต่างตะโกนกันเสียงดังก้อง  ส่งเสียงให้กำลังใจกันอย่างออกนอกหน้านอกตา  ในมุมมองของพวกเขางานนี้เสิ่นเฟยชนะแน่!



ในที่สุดเสียงตะโกนเหล่านั้นก็พลันเงียบลง



        ในขณะที่เหลือการดำเนินการผสานจิตในขอบเขตวิญาณอีกไม่กี่อึดใจเขาก็จสามารถผสานจิตอสูรของเขาออกมาได้สำเร็จ  เนียลี่นั้นก็พุ่งกระโจนทะยานไม่กี่ครั้งก็มาอยู่ตรงข้างหน้าเขาแล้ว   จากนั้นก็ตะปบไปที่หลังศีรษะของเสิ่นเฟยอย่างแรง


เปรี้ยง!



      เสิ่นเฟยที่กำลังผสานจิตอสูรให้เข้ากันกับร่างกายของเขาแต่กลับโดนโจมตีด้วยฝ่ามืออย่างหนักหน่วงรุนแรง จนกระทั้งพื้นดินแยกแตกกระจายออกไปเป็นหลุมขนาดใหญ่คล้ายอุกาบาตตกปรากฏขึ้นเลยทีเดียว เสิ่นเฟยถูกแทรกแทรงระหว่างการผสานกับจิตอสูรจนจิตวิญาณนั้นแตกซ่านกระจายออกไปทั่วทุกทิศ เมื่อจ้องมองไปยังเสิ่นเฟยในขณะนี้ช่างน่าเศร้าเสียยิ่งนัก ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขานั้น โดนตบจนมันไปแทรกติดอยู่กับพื้นดินที่แตกกระจายออกเป็นหลุมขนาดใหญ่นั้น



      จอมวายร้ายที่จัดการเขานั้นมิใช่ใครที่ไหนก็คือ   เนียลี่นั้นเอง เขายืดตัวขึ้นตรงๆจ้องมองไปยังเสิ่นเฟยที่กองอยู่กับพื้น



 ตะลึงกันทั้งสนาม!



      ผู้คนทุกชนชั้นทั่วทั่งสนามประลองล้วนตกใจอย่างหนักมาก จนลืมหายใจหายคอกันเลยทีเดียว!



  เนียไห่ เนียเอิน หยางซิ่น และพวกเขาเขาต่างล้วนตะลึงมึนงงไปตามๆกัน

          

     “ช่างน่ารังเกียจ!  น่ารังเกียจเหยียดหยามจริงๆเนียไห่  เนียเอินและพวกของเขาต่างหน้าตารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทันที  เขาทั้งหลายรู้สึกว่าการการกระทำในครั้งนี้นั้นทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง  มันยังเป็นคนของตระกูลบันทึกสวรรค์อยู่หรือเปล่าสี่งนี้........ตระกูลบันทึกสวรรค์ช่างสอนสั่งให้ผู้สืบเชื้อสายรุ่นใหม่ได้น่ารังเกียจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?



     พวกที่เดิมพันข้างเนียลี่ชนะนั้นในตอนนี้นั้นยังรู้สึกหน้าแดง  แม้ว่าพลังฝ่ามือของเนียลี่นั้นจะมีมาก แต่สิ่งนี้.....มันดูเหมือนว่าจะไม่ถูกต้องนัก



      ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการต่อสู้ระหว่างผู้มีพรสวรรค์กับผู้มีพรสวรรค์เกิดขึ้นมากมาย  แต่พวกเขานั้นไม่เคยพบเคยเจอกับเหตุการณ์ต่อสู้เช่นนี้มาก่อนเลย



    ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งหมดนั้นจะเรียนรู้จากการต่อสู้ซึ่งกันเป็นการศึกษาศิลปะการต่อสู้ซึ่งมีอยู่มากโดยเฉพาะการอัญเชิญจิตอสูรเข้ามาต่อสู้   โดยปกติแล้วทั้งสองฝ่ายจะเรียกจิตอสูรลงมาผสานให้เสร็จก่อน      



    จากนั้นจึงค่อยเข้าสู่การประลอง พวกเขาไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเนียลี่ได้เรียกจิตอสูรของเขาในชั่วพริบตาโดยไม่ต้องกระทำการอันใด  และจัดการกับคู่ต่อสู้ระหว่างที่กำลังผสานจิตอสูรของเขาในทันที



พวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆเวทีเกือบจะกระโดดขึ้นบนเวที



    "เจ้าพวกตระกูลบันทึกสวรรค์ พวกเจ้านั้นจทำตัวน่ารังเกียจเกินไปแล้ว! การต่อสู้ครั้งนี้ควรจะเป็นการต่อสู้ตรงไปตรงมา!" คนจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ล้วนตระโกนโห่มายังตระกูลบันทึกสวรรค์



     แม้ว่า เนียไห่  เนียเอิน และพวกของเขาจะเสียความรู้สึกจากการกระทำของเนียลี่เล็กน้อย แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะแสดงมันออกมา ต่อหน้าของพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ เราได้ล่วงละเมิดกฎการประลองยุทธครั้งนี้หรือไม่พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ ที่จะกล่าวหาเรา!



ข้ามิต้องการคำสั่งสอนของพวกเจ้าเกี่ยวกับตระกูลบันทึกสวรรค์?”



เจ้าพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์  มิใช่นายน้อยของพวกเจ้านั้นโง่เองหรือ? เขาเป็นเพียงแค่หมูสนามเท่านั้น  เมื่อเห็นคู่ต่อสู่ผสานกับจิตอสูร  เขากับไม่ยอมผสานกับจิตอสูรก่อนที่จะเริ่มทำการต่อสู้  กลับหันหน้าไปทางคู่ต่อสู้ของเขาก่อนที่จะผสานกับจิตอสูรเอง จโทษใครได้?”คนจากตระกูลบันทึกสวรรค์กล่าว



      ในขณะนั้น  หยางซิ่น  ก็มองมาที่เสิ่นหมิง  พร้อมทั่งกล่าวคำพูดเล็กน้อย ท่านผู้อาวุโสเสิ่นหมิง การที่กระทำเช่นได้   เพราะว่าพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถจ่ายเงินเดิมพันจากการพ่ายแพ้ได้ใช่หรือไม่?”  แม้ว่าเนียลี่จะกระทำสิ่งนี้น่ารังเกียจเล็กน้อย  แต่นางก็ยังคงอยู่ข้างเนียลี่เสมอ



      เมื่อมองไปที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวทีประลอง  หยางซิ่นก็เปล่งรอยยิ้มชั่งมีเสน่ห์เป็นยิ่งนักเนียลี่นั้นชั่งเป็นคนที่คาดเดาได้ยากเสียจริงเชียว เมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะมองเหมือนเป็นเด็กที่สดซื่อบริสุทธิ์  



      แต่เบื้องลึกในจิตใจของเขานั้น เต็มไปด้วย ปฏิภาณและไหวพริบผิดกับการที่เห็นได้ในภายนอก ตลอดเวลาที่ผ่านมาการตัดสินใจในสิ่งต่างๆของเขานั้นช่างหลักแหลมเฉียบคมน่าดึงดูดตาดึงดูดใจเป็นยิ่งนัก



      เสิ่นหมิง สีหน้าที่บูดบึ้งเขาคิดว่าเนียลี่นั้นมีไหวพริบมากเสียจริงๆ เขาสามารถยอมรับการพ่ายแพ้ในรอบนี้ได้ เพราะเนียลี่ยอมรับข้อตกลงว่าจะสู้ทั้งสามรอบรอบแรกนั้นไม่เป็นไร เพียงรู้ว่าจิตอสูรของเนียลี่นั้นคือแพนด้าเขี้ยวอสูร  เสิ่นหมิงก็แอบยิ้มอยู่ในใจของเขาแล้ว  เขาจะพิจารณาตัดสินใจเลือกคู่ต่อสู่จัดการกับเนียลี่ในรอบต่อไป    ซึ่งจทำให้เขานั้นได้รับเงินที่เสียไปกลับคืนมา



      เสิ่นหมิงกล่าวตอบโต้หยางซิ่นทันที ไม่แน่นอนเงินจำนวนเล็กน้อยเช่นนั้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์สามารถจ่ายมันได้อยู่แล้ว!



       ขณะนั้นในสนามประลองเสิ่นเฟยกำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้นร่างกายเขานั้นแทบจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆหลังจากการโดนตบไปสองฉาดใหญ่จากเนียลี่ มีเลือดไหลรินออกจากส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณปากจมูกส่วนใบหน้าของเขานั้นล้วนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว  


      เรื่องราวก่อนหน้านี้คือเขาต้องการที่จะผสานกับจิตอสูรของเขาในขอบเขตจิตวิญญาณแต่โดนเนียลี่นั้นตบกระแทกแทรกกลางระหว่างผสาน     เลยทำให้การหลอมรวมกับจิตอสูรนั้นพลาดไป 

          

    “ท่านนายน้อยเสิ่นเฟย  ท่านยังอยู่ไหวไหม?”  เราเพียงแค่เรียนรู้ซึ่งกันและกันจากการต่อสู้เท่าทันคงไม่หวังสิ่งใดมากไปกว่านี้  ถ้าท่านไม่สามารถยืนไหวก็ยอมแพ้ได้นะ  เนียลี่กำลังหมอบลงเอ่ยวาจาที่ข้างหูเสิ่นเฟย



แพ้อะไร  ใครจะยอมกัน?



เมื่อเขายอมจำนน  เงินจำนวนกว่าห้าสิบล้านเหรียญจิตมารที่ได้รับก็จะหายไป!



เขายังไม่เต็มใจที่จะยอมรับมัน!



        เขาปล่อยลมหายใจออกมาอย่างรุนแรงและพยายามที่จะต่อสู้อีกครั้ง ขอบเขตวิญญาณของเขาก็พลันปรากฏขึ้น เขาเตรียมการที่จะผสานกับจิตอสูรคลื่นรังสีแผ่ออกมายังรุนแรงในทันใดนั้นร่างกายของเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเริ่มมีเขี้ยวโผล่ออกมาจากมุมปาก  



     เล็บยาวและแหลมคมจนกลายเป็นกงเล็บ ระเบิดเสียงคำรามออกมากึกก้องกังวาน  จิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬเพลิงสีชาดชั่งเปล่งพลังพวยพุ่งออกมาได้น่ากลัวยิ่งนัก



       “เมื่อข้าผสานกับจิตอสูรได้แล้ว  เจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูร มิสามารถสู้ข้าได้แน่ ถ้าเจ้าต้องการที่จะกัดการกับข้าระหว่างการผสาน กับจิตอสูร? มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แน่นอน เปลวเพลิงความร้อนจากพยัคฆ์เพลิงสีชาดเพียงพอที่จะแผดเผาเจ้าให้มอดไหม้ลงไปในทันที”  



เสิ่นเฟยคิดในจิตนาการเขาเขา เปลวเพลิงนั้นก็ยังคงพวยพุ่งออกมาจากร่างกายเขาอย่างรุนแรง  


 “นายน้อยเสิ่นเฟย  แสดงพลังที่แท้จริงของเขาให้เห็นแล้ว



     เปลวเพลิงสีแดงของพยัคฆ์ทมิฬเพลิงสีชาด เป็นเปลวเพลิงที่ร้อนแรงมากสามารถที่จะเผาพลาญทุกอย่างให้ไหม้เป็นจุลลงได้ในทันที

          

        “ความสามารถในการต่อสู้ที่แท้จริงช่างคู่ควรยิ่งนักท่านนายน้อยเสิ่นเฟย  ถึงเวลาเนียลี่นั้นจต้องโดนชำระแค้นแล้ว เจ้าไม่สามารถที่จะเข้าใกล้เปลวเพลิงสีชาดนี้ได้แน่ เมื่อนายน้อยเสิ่นเฟยหลอมรวมกับจิตอสรูของเขาเสร็จ เจ้าจต้องถูกจัดการในหนึ่งกระบวนท่า

          

จิตอสูรที่น่ารักอย่างแพนด้าเขี้ยวอสูรนั้นจเป็นคู่ต่อสู้ของพยัคฆ์ทมิฬเพลิงสีชาดได้เช่นไร? แม้ว่าเขานั้นจะโดนฟาดมาสองฝ่ามือก็ตาม จเป็นไร?


เสียของผู้ชมในสนามประลองนั้นเพิ่มขึ้นสูงจนดังจนหูแทบดับกันเลยทีเดียว

          

       “เปลวเพลิงสีชาดแล้วไงหละ? พลังมากยังไงไม่เข้าใจงง? ในขณะนั้น เนียลี่ซึ่งได้ผสานกับจิตอสูรแพนด้าเขี้ยวอสูรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากเปลวเพลิง แม้ว่าเขาจะยืนอยู่ภายในเปลวเพลิงสีชาดอันร้อนแรงก็ตาม



      พยัคฆ์ทมิฬเพลิงสีชาดของเสิ่นเฟยนั้นความสามารถของมันไม่เลวเลยทีเดียว  แต่มันเทียบกับแพนด้าเขี้ยวอสูรของเนียลี่ไม่ได้เลย ระยะห่างของระดับนั้นช่างมากจริงๆ 



      ไม่มีผู้ใดสามารถจินตนาการหยั่งรู้ถึงศักยภาพแพนด้าเขี้ยวอสูรได้  อย่างไรก็ตามอาจมีการวิธีต่อสู้ที่จะทำให้แพนด้าเขี้ยวอสูรนั้นได้รับบาดเจ็บแต่มันช่างน้อยมากซะเหลือเกิน?



อย่างไรก็ตามในตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จแสดงความสามารถอันแข็งแกร่งนั้นให้ใครได้เห็น



        ขณะที่เสิ่นเฟยกำลังผสานจับจิตอสูรเกือบจะเสร็จอยู่แล้ว เนียลี่ยกขาของเขาขึ้นแล้วเหยียบลงไปอย่างไร้ปราณีเข้าไปในขอบเขตวิญญาณของเสิ่นเฟย    



      ทำให้เสิ่นเฟยตกใจอย่างหนักมากถึงเกือบลืมหายใจ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาผสานกับจิตอสูรล้มเหลว  จิตอสูรของเขาก็ยังมิอาจออกมาแสดงความสามารถอีกเหมือนเดิม



      เสียงจากการกระทืบนั้นดังมากจนน่าตกตะลึงไปเลยทีเดียวทุกๆคนล้วนจินตนาการ ตามความรู้สึกว่า  เจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรคงจต้องหมุนควงสว่านลงไปกองกับพื้นเป็นแน่หลังจากเปลวเพลิงสีชาดมอดดับลงสิ่งที่ปรากฏคือ เสิ่นเฟยนั้นกำลังถูกเหยียบอย่างเมามันอยู่กับพื้นอย่าไร้ความปราณีต่อหน้าต่อตาพวกเขา



การผสานจิตผิดพลาดอีกครั้งเหรอ?”



สามารถทำเช่นนี้ได้เหรอ



       กระบวนท่ากระทืบอันลือลั่นจนน่ากลัวนั้น    ถูกปลดปล่อยออกมาข้าจระบายความแค้นให้กับหนิงเอ๋อเนียลี่คิดอยู่ภายในใจเสิ่นเฟยนั้นถูกทรมานโดยเนียลี่เป็นภาพที่ช่างน่าตื่นตาตื่นใจจนน่าสยองยิ่งนัก แต่ดูเหมือนเขาจยังไม่ยอมหยุดโดยง่าย

          

      “ข้าได้ยินมาว่านายน้อยเสิ่นเฟยนั้น พิชิตสวนดอกไม้ของเหล่าสาวๆมามากมายยังกับของเล่น    ข้าจทำให้เจ้าไม่ไม่อาจที่จะล่วงเกินหญิงสาวได้อีก  เนียลี่จัดการเตะเข้าไปยังกล่องดวงใจดังโพละ จากวันนี้ไปเกรงว่าหลังจากวันนี้ไป  เสิ่นเฟยจะมิมีความสามารถในการที่จะผลิตมนุษย์ออกมาอีกได้เลยทีเดียว



      พวกที่พนันข้างเสิ่นเฟยชนะนั้น แทบจะหลับตาอามือก่ายหน้าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า  เดิมทีเมื่อได้ยินเสียงอันน่ากลัวนั้น  พวกเขาคิดว่าจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมา อย่างไรก็ตามจากการเตะจำนวนไม่กี่ครั้งของเนียลี่นั้นได้ทำลายความหวังจะกลับมาอีกครั้งของพวกเขาจนมลายสิ้น



ซวยๆ ๆ ช่างโชคร้ายจริงๆต้องเสียเงินแล้วหรือนี้นักพนันข้างเสิ่นเฟยกล่าวพร้อมเอามือก่ายหน้าผาก

          

     “ต้องโทษเจ้าหมูสนามเสิ่นเฟย เขาเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปเลยไม่ยอมเชิญอสูรออกมาในการต่อสู้ตอนแรก สุดท้ายจนจบการต่อสู้เขาก็เลยมิมีโอกาสผสานกับจิตอสูรช่างน่าขันยิ่งนัก

          

       “แต่ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นก็ช่างขี้โกงเสียจริงเขามิปล่อยโอกาสให้เสิ่นเฟยได้อัญเชิญจิตอสูรเสร็จ ช่างไม่มีจิตวิญญาณของนักต่อสู้เสียเลย



       เมื่อคิดถึงวิธีการต่อสู้พวกนั้น  เขาทั้งหลายนั้นอยากจะร้องไห้เลยจริงๆหลังจากการประชุมกันแม้เนียลี่จะทำพฤติกรรมน่ารังเกียจแต่พวกเขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้? แม้ว่าพวกเขาสามารถประณามการกระทำของเนียลี่ในครั้งนี้ได้ แต่ว่ามันก็ไม่ได้อยู่ในกฎของการแข่งขัน



        เสิ่นหมิงสามารถเล็งเห็นว่าการที่เนียลี่ไม่ยอมให้โอกาสเสิ่นเฟยได้ผสานกับจิตอสูรของเขาเลย ทำให้ประลองยุทธ์ครั้งนี้นั้นจะจบลงโดยการที่เสิ่นเฟยมิสามารถผสานจิตอสูรได้และถูกเนียลี่นั้นกระทืบตืบอย่างเมามัน ต่อไปอีกเรื่อยๆ  ถ้าเขาไม่กล่าวยอมแพ้


        “การประลองยุทธ์ครั้งนี้ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้พ่ายแพ้ได้โปรดหยุดเถิด!เสิ่นหมิงเปล่งวาจาด้วยใบหน้าที่โกรธจัดเสียงของเขานั้นก้องกังวาน ได้ยินไปทั่วทั้งสนามประลอง จนทุกๆคนสามารถรู้สึกได้ถึงความโกรธจากน้ำเสียงของเขา



ในสนามประลอง ผู้ชมต่างยิ้มอย่างขมขื่น นี่คือการต่อสู้ที่ไร้สาระที่สุดตั้งแต่พวกเขาเคยเจอมา



      ในขณะนั้นเสิ่นหนิงและเสิ่นเซี่ยวจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต่างมองไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเขานั้นไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเสิ่นเฟยจะพ่ายแพ้แบบน่าอนาจถึงเพียงนี้จากการต่อสู้ของเสิ่นเฟยที่ถูกเนียลี่กระทืบอยู่นั้นเห็นได้ว่ากำลังของแพนด้าเขี้ยวอสูรตัวนั้นมีพลังเพียงเล็กน้อย  



   เขาไม่จำเป็นต้องทดสอบความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงของเนียลี่ดูเหมือนการผสมระหว่างเนียลี่กับแพนด้าเขี้ยวอสูรช่างดูไร้พิษสงและน่ารักยิ่งนัก   มันมิสามารถช่วยให้พวกเขาลดความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามลงได้แม้ซักเพียงน้อย



      พวกเขามองไปยังเสิ่นเฟยที่ตอนที่กำลังถูกกระทืบไปเรื่อยๆแต่ไม่นึกเศร้าใจแต่อย่างใดตรงกันข้ามพวกเขากลับแอบรู้สึกเพียงขำอย่างหนักมากอยู่ในใจเท่านั้นที่นายน้อยทายาทสายตรงต้นแบบของชนรุ่นใหม่กำลังถูกกระทำอย่างหนักหน่วงกลางเวทีในตอนนี้     


       เป็นผู้ที่ฉลาดน้อยเสียจริงเชียวพวกเขาได้ยินมาว่านายน้อยเสิ่นเฟยนั้นจะมักจะชอบเล่นกับสาวๆอยู่เป็นประจำแม้พวกเขาจต้องเสียเงินเดิมพันจำนวนมากจากการที่เสิ่นเฟยพ่ายแพ้เนียลี่   แต่พวกเขานั้นก็ยังคิดว่าจได้มันกลับคืมาในรอบหลังอย่างแน่นอนเมื่อนายน้อยสายตรงของตระกูลกลายมาเป็นขยะในตอนนี้ มันก็เป็นเวลาที่พวกเขาจแสดงความสามารถออกมา    ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้อื่นนั่นเอง


       เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นหมิงความรู้สึกสนุกของเนียลี่ก็พลันหายไปในทันทีทำไมถึงพ่ายได้เร็วเช่นนี้ไม่สนุกเอาเสียเลยเนียลี่ขึ้นมายืนบนร่างกายเสิ่นเฟยก่อนที่จะป้องมือคำนับแล้วจึงเอ่ยวาจา 



ฮ่า ฮ่า ฮ่า  การต่อสู้ครั้งนี้ชั่งสนุกเสียจริงๆท่านพี่เสิ่นเฟย ท่านอุตส่าห์เสียสละให้ข้าชนะง่ายๆขอบใจมากๆ


       เมื่อได้ยินคำพูดและเห็นท่าทางของเนียลี่  ทุกๆคนพากันตะลึงไปตามๆกันเนียลี่นั้นช่างเป็นคนเป็นคนหน้าด้านไร้ยางอายแบบไม่มีขีดจำกัดเลยทีเดียว


        สนุกสนานกระนั้นเชียวหรือ? มีเพียงเนียลี่ที่สนุกขนาดนี้  จากเริ่มต้นจนจบการประลองนั้น เนียลี่เป็นฝ่ายตบตีกระทำย่ำเท้า เสิ่นเฟย จนเละเป็นโจกติดอยู่กับพื้นมาโดยตลอด   



       และไม่ยอมให้เสิ่นเฟยได้มีโอกาสที่จะตอบโต้สวนกลับได้เลยการต่อสู้รอบนี้มันเลยทุกคนเลยดูเหมือนว่าเสิ่นเฟยยอมให้เนียลี่นั้นชนะได้โดยง่ายจากการที่เขาไม่อาจผสานกับจิตอสูรได้เลยซักครั้ง กลับถูกแต่เนียลี่ โจมตีอยู่เพียงฝ่ายเดียวจนดูน่าสมเพศเวทนาน่าสงสารเป็นยิ่งนัก



ผู้ที่เสียเงินเพราะเดิมพันข้างเสิ่นเฟยนั้นต่างตะโกนก่นด่าสาปแช่งกันระงม



นี่เขาเล่นบ้าอะไรกัน?!ข้าเสียเงินนะ!



มันคงไม่ใช่ สมาคมปรุงยา กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์รวมหัวกันมาหลอกเอาเงินพวกเราหรือ?!”



เจ้าพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทำให้พวกข้านั้นเสียเงินจำนวนมาก  ข้าจะเกลียดพวกเจ้าไปตลอดชีวิตเลย


      ขณะนี้นั้น  ที่มุมหนึ่งของที่นั่งของผู้ชม สาวน้อยผู้น่ารักผู้สูงศักดิ์เอียจืออวินไม่สามารถที่จะกลั้นหัวเราะออกมาได้ เมื่อนางได้ยินว่ามีการประลองยุทธ์ระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์และตระกูลบันทึกสวรรค์  


        นางก็อยากที่จะมาร่วมชม  แม้ว่านางจะมีความกังวลใจเกี่ยวกับเนียลี่เล็กน้อย ดังนั้นเธอจึงมาหลบแอบอยู่ที่มุมและคอยจับจ้องมองไปยังเนียลี่ตลอดเวลา


      เดิมที่นั้นนางคิดว่าเนียลี่จะต้องพ่ายจนได้รับบาดเจ็บหนักแต่เมื่อมองไปยังเนียลี่ ซึ่งดูสดใสร่าเริงยิ่งนัก นางก็คลายความกังวลในลงไปได้  จนกระทั้งเดี๋ยวนี้ยังไม่มีผู้ใดทำให้เนียลี่ได้รับอันตรายได้แม้เพียงน้อยนิด สายตาทั้งคู่ของนางนั้นมาองเห็นภาพจากด้านหลังของเนียลี่ ได้อย่างชัดเจน ความกังวลใจก็เริ่มลดลงแล้วนางก็พลัน อมยิ้มอย่างสดใสออกมา




         แม้ว่า เอียจืออวิน จะนั่งหลบอยู่ที่มุมหนึ่ง แต่ความสง่าสดใสน่ารักดูมีเสน่ห์ของนางนั้น  ได้ดึงดูสายตาของผู้คนให้จับจ้องไปที่นางอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่รู้เลยว่า  นางนั้นเป็นถึงลูกสาวของเจ้าเมือง ยังคงคิดว่าสาวสวยน่ารักนางนั้นเป็นสาวสวยที่ไม่ค่อยจะได้พบเจอได้ง่ายนัก
 แปลโดย ...

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง