test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

22 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 82 การประลองรอบแรกแพนด้าเขี้ยวอสูร





     ทุกๆคนในตอนนี้นั้นเปลี่ยนมาสนใจการต่อสู้ระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์และตระกูลบันทึกสวรรค์



     มีเหล่าผู้นำตระกูลต่างๆ  ล้วนใจจดใจจ่อรอชมการประลองยุทธในครั้งนี้
         


ได้ยินมาว่าตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นได้วางเงินเดิมพันถึงห้าสิบล้านเหรียญจิตมารกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ถึงกระนั้นเชียวหรือ



 “ เงินจำนวนห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนั้นมันมากมายจริง  น่าจะมีเพียงแค่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์และสมาคมปรุงยาเท่านั้นกระมังที่สามารถจ่ายมันได้  ตระกูลเล็กอย่างตระกูลบันทึกสวรรค์คงมิมีทางที่จักสามารถจ่ายมันได้เป็นแน่ ถ้าพวกเขามิได้รับการสนับสนุนจากสมาคมปรุงยามิเช่นนั้น ตระกูลบันสวรรค์นั้นคงจะไม่กล้าวางเดินพันในครั้งนี้หรอก!



     การเดิมพันระหว่างตระกูลทั้งสองทำให้อุณหภูมิในสนามแห่งขันแห่งนี้นั้นดูเหมือนจะร้อนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ




     ที่บริเวณรอบนอกได้มีผู้คนเล่นพนัน โดยมีตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้เปิดโต๊ะรับพนันให้แก่ประชาชนคนทั่วไปได้แทงกันอย่างกันอย่างจุใจ  โดยสนนราคาต่อรองด้วยอัตราดังนี้  เนียลี่จะชนะเป็นแทง หนึ่งจ่ายหนึ่จุดห้า  เสิ่นเฟยชนะแทง หนึ่งจ่าย หนึ่งจุดสามเท่า ซึ่งการพนันระหว่างเขาเหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีการพนันกันอีกหลายอย่าง โดยมีการวางเดิมพันอีกว่า เสิ่นเฟยสามารถทำให้  การประลองรอบแรกเนี่ยลี่พ่ายแพ้ได้ด้วยการโจตีเพียงหนึ่งกระบวนท่าราคาต่อรอง แทงหนึ่งจ่าย หนึ่งจุดเก้าเท่า




     เนียลี่กำลังมองที่อัตราการต่อรองต่างๆพบว่ามีการพนันว่า เนียลี่นั้น สามารถชนะเสิ่นเฟยจากการโจมตีเพียงหนึ่งกระบวนท่า ด้วยอัตราที่รองที่สูงถึง แทง หนึ่งจ่ายสิบเอ็ดเท่า
         


เสียดายเป็นยิ่งนักที่มันสามารถพนันได้เพียงครั้งละไม่เกิน หกล้านเหรียญจิตมาร ต่อรอบการประลอง  ถ้ามันมีไม่จำกัดหละก็ข้าจักพนันให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นกลายเป็นตระกูลที่ยากจนเลยเสียทีเดียว!” เนียลี่แอบเก็บซ่อนเร้นจินตนาการอันแยบยลของเขาไว้อยู่ภายในใจ  เมื่อการประลองยุทธรอบแรกเริ่มขึ้นข้านั้นจักแค่เพียงหยอกล้อเล่นกับพวกมัน  แต่ในรอบต่อๆไปข้าจะเดิมพันก้อนใหญ่ใส่พวกมันให้หมดตัวเป็นแน่




     เนียลี่และพวกของเขาแอบดำเนินการ   ส่งบางคนไปวางเดิมพันอย่างลับๆ   โดยได้ทำการกระจายเงินออกเป็นจำนวนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ใครสงสัย   ได้วางเดิมพันรวมกันทั้งสิ้นราวประมาณ สามสิบล้านเหรียญจิตมาร    เป็นการลงเดิมพันว่าเนียลี่สามารถจัดการเสิ่นเฟยได้ภายในยี่สิบกระบวนท่า   ซึ่งอัตราเดิมพันนั้นอยู่ที่แทงหนึ่งจ่ายสามนันเอง



     ภายใต้แรงกดดันจากกองเชียร์จำนวนมหาศาลจากผู้เข้าชม  ในสังเวียนประลองยุทธแห่งนี้เตรียมพร้อมที่จะต้องรับการเข้าสู่สนามของนักสู้ทั้งสอง
ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นนำโดยเนียไห่ และเนียเอิน และพวกของเขา มีการแสดงออกให้เห็นถึงความตื่นเต้นบนใบหน้าของเขาได้กระตุกไปมาอย่างชัดเจน



     หยางซิ่นมอง แอบมองมาที่เนียลี่แล้วแอบยิ้มที่มุมปากของนางเล็กน้อย  นางนั้นมีความรู้สึกได้เลยว่างานนี้ เสิ่นเฟย จักต้องพ่ายแพ้แบบน่าสมเพเวทนาเป็นแน่



     เสิ่นหมิงและพรรคพวก ทะยานขึ้นไปสู่ที่พำนักชมการประลองสำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว  และเปล่งวาจาว่า การประลองยุทธครั้งนี้นั้น ไม่อนุญาตให้ใช้ อาวุธหรือชุดเกราะในการต่อสู้  แต่อย่างไรก็ตามอนุญาตให้ใช้ยาทิพย์สำหรับเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่จิตอสูรได้ถ้าเจ้าอยากใช้มัน!


     ยาดับวิญญาณนี้  ผู้ครอบครองจักมีเฉพาะตระกูลหลัก โดยต้องสั่งซื้อจากสมาคมปรุงยา   ปกติพวกเขาจะใช้ในการต่อสู้กับพวกสัตว์อสูรเท่านั้น ไม่มีใครบ้าพอที่จะใช้ยาราคาแพงในการประลองยุทธเป็นแน่อย่างไรก็ตามการวางเงินเดิมพันครั้งกับเนียลี่นั้นมันช่างมากนัก  ดังนั้นถึงยาดับวิญญาณนั้นจักราคาแพงมากกว่าล้านเหรียญจิตมารมันก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน



     ยาดับวิญญาณนั้นสามารถที่จะเปลี่ยนให้จิตอสูรแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก   อย่างไรก็ตามมันนั้นมีผลกระทบอยู่บ้างคือก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่จิตอสูรนั้นในระยะยาว  แต่ไม่กระทบต่อตัวของร่างทรงอสูรผู้นั้น สำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้ว  



     ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่จิตอสูรของเสิ่นเฟยได้รับความเสียหาย  ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถที่จะสลับสับเปลี่ยนนำเอาดวงจิตอสูรที่แข็งแกร่งกว่ามาใส่ได้อีกอย่างมิลำบากเลย



     "ที่สำคัญ นายน้อยเสิ่นเฟย ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนที่จะจัดการกับเนียลี่หลังจากที่ผ่านไปสักยี่สิบกระบวนท่า  ท่านค่อยจัดการกับมันเสิ่นหมิง กล่าวพร้อมทั้งมองมาที่เสิ่นเฟย



จริงหรือที่ท่านต้องการให้ข้าจัดการกับมันหลังจากผ่านไปยี่สิบกระบวนท่า? มันช่างเป็นเรื่องง่ายสำหรับข้าเสียจริงเชียว !เสิ่นเฟย รู้คำใบ้ในสิ่งที่เขาต้องการจะบอก
        


  “ท่านนายน้อยเสิ่นเฟย ท่านต้องอย่าได้ประมาทคู่ประลองยุทธของท่านเป็นเด็ดขาดเสิ่นหมิงเตือนเสิ่นเฟย



ข้ารู้!”  เสิ่นเฟย พยัคหน้ารับคำ แม้ว่าเขาจะไม่เอ่ยวาจาใดต่อ แต่ก็ยังรู้สึกเหยียดหยามคู่แข่งเล็กน้อยในใจของเขา



     เหล่าผู้อาวุโสและท่านผู้นำตระกูลต่างๆได้ดำเนินการวางเดิมพันจนแล้วเสร็จ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นพนันข้างเสิ่นเฟย จะเป็นผู้ชนะเนี่ยลี่ เป็นนวนมากว่า เสิ่นเฟย จักสามารถพิชิตเนียลี่ได้ภายในยี่สิบกระบวนท่า  พวกเขาเหล่านั้นล้วนเดิมพันว่าเนียลี่จะชนะเสิ่นเฟยค่อนข้างน้อยมา   



     เกือบทั้งหมดล้วนลงความเห็นว่าสมาคมปรุงยาจักต้องให้ของขวัญกว่า ห้าสิบล้านเหรียญจิตมารแก่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่แท้  พวกเขานั้นมิมีทางที่จักชนะไปได้ ทั่วทั้งสนามประลองความเล่าร้อนเพิ่มขึ้นอย่างเร็วพลันจากเสียงเชียร์ของบรรดาผู้ชมทั้งหลายที่กำลังจดจ้องไปยัง เนียลี่และเสิ่นเฟยที่กำลังย่างกลายเข้ามาในสนามประลองแห่งนี้



ท่านนายเสิ่นเฟย  จัดการกับเจ้าบ้าเนียลี่จากกระกูลบันทึกสวรรค์เลย!



ท่านนายน้อยเสิ่นเฟย จัดการมันให้ได้



เนียลี่โชคดีนะ!เจ้าต้องพิชิตตระกูลศักดิ์สิทธ์ให้ได้เลย! เจ้าสามารถทำมันได้ข้าเดิมพันไปไม่น้อยเลย



     เสียงเชียร์อันกึกก้องไปทั่วสนามดังซะจนหูแทบดับ  ถ้าเสิ่นเฟย จัดการเนียลี่ลงได้ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จักได้รับเงินรางวัลจากการชนะจำนวนมหาศาล
     ภายใต้สายตาของผู้ชมที่จับจ้องนับพันคู่ เนียลี่และเสิ่นเฟยได้ยืนตระหง่าน อยู่ที่บนเวทีประลองยุทธแห่งนี้แล้ว
         


ข้าจักทำให้เจ้าได้พบกับความพ่ายแพ้จนน่าสมเพเวทนาแน่ ข้าจักไม่ยอมปล่อยเจ้าไปง่ายเป็นแน่!”  เสิ่นเฟยเปล่งวาจาพร้อมรอยยิ้มอย่างชั่วร้าย  เาจักต้องทำให้เนียลี่ต้องเสียใจ ในสิ่งที่ทำลงไปกับผู้หญิงของเขา




 “ ท่านนายน้อยเสิ่นเฟย ท่านช่างกล่าวคำยกยอปอปั้นข้ายิ่งนัก หลังจากจบการประลองยุทธครั้งนี้นั้นข้าจักบอกคำชื่นชมของท่านแก่แม่นางเซี่ยวหนิเอ๋อ ผู้น่ารักแน่นนอน



     เสิ่นเฟย จ้องมองมายังเนียลี่ตัวของเขาแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมาให้เป็นได้ แต่เขาก็ยังคงต้องพยายามอย่างมากที่จักระงับความโกรธของเขาได้ เพราะเสิ่นหมิง ได้กล่าวว่า ให้เขาชนะเนียลี่หลังจากผ่านไปแล้วยี่สิบกระบวนยุทธ มิเช่นนั้นข้าจักเสียเดิมพันปริมาณมหาศาล



     เสิ่นเฟย ปลดปล่อยความโกรธแค้นแผ่รัศมีพลังทำให้ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว  เสิ่นเฟยยกแขนตั้งท่า จากนั้นโจนทะยานตัวของเขาไปยังเนียลี่ซึ่งอยู่ตรงหน้า โดยเสิ่นเฟยนั้นยังมิได้ผสานเข้ากับจิตอสูรในตอนเริ่มต้น    เพราะถ้าเขาจักใช้จิตอสูรเนียลี่อาจจักมิสามารถทนรับการโจมตีได้   จึงไม่ต้องคิดว่าเนียลี่นั้นจะรอดหลังจากผ่านไปยี่สิบกระบวนยุทธ์
     เนียลี่เห็นเช่นนั้นมีรอยยิ้มที่มุมปากของเขาทันที เจ้าบ้านี่ช่างปัญญาอ่อนเสียยิ่งนักจึงมิยอมใช้จิตอสูร เช่นนั้นข้าก็จักเก็บมันอย่างรวดเร็วเลยก็แล้วกัน
          

จริง ๆ แล้ว  เดิมทีข้าว่าจะแกล้งหลอกทำเป็นว่าเกือบที่จะเอาชนะเจ้าไม่ได้มากกว่า  แต่ตอนนี้คงไม่จำเป็นต้องรอแล้ว!”  เนียลี่กำลังวางแผนการประลองในจิตนาการของเขา  ทันใดนั้นเขาก็เข้าสู่เปิดจิตวิญาณ อัญเชิญดวงจิตอสูร


ผสานแพนด้าเขี้ยวอสูร



     แพนด้าที่มีเขี้ยวขนาดใหญ่ก็พลันปรากฏกายขึ้นมาในอากาศบริเวณรอบๆตัวเขาจากนั้นก็ประสานรวมกับเนียลี่ส่งผลทำให้ร่างกายของเนียลี่นั้นแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากมายนัก



สิ่นเฟย กำลังปล่อยหมัดไปยังเนียลี่อย่างต่อเนื่อง เดิมทีเขาคิดกับเนียลี่ก่อนที่จะสู้ว่าเนียลี่นั้นช่างอ่อนแอนัก เขาไม่เคยคิดว่าเนียลี่จักสามารถผสานเข้ากับจิตอสูรได้โดยที่เรื่องนี้ยังไม่มีผู้ใดทราบมาก่อน  มิหนำซ้ำเนียลี่ยังสามารถอัญเชิญจิตอสูรในชั่วพริบตาช่างรวมเร็วเสียยิ่งนัก  



     เนียลี่นั้นสามารถที่จะหลอมรวมกับจิตวิญาณอสูรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว    ร่างกายของเขานั้นไม่สามารถที่จะตอบสนองการอันเชิญจิตอสูรได้ทัน แม้เขานั้นอยากที่จะอัญเชิญจิตอสูรของเขามาผสานก็ตาม



     อสูรระดับต่ำดูน่ารักเช่นเจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรนั้น ไม่รู้ว่ามันจักเรียกออกมาเพื่ออะไรเสิ่นเฟยนั้นเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเขาว่าแข็งแกร่งเพียงพอ  เขาคิดว่าหลังจากรับการโจมตีของเนียลี่ที่ผสานเข้ากับแพนด้าเขี้ยวอสูรเสร็จ     เขาก็จักกระโดดถอยหลังกลับและอัญเชิญจิตอสูรออกมาทันที




     มีใครจะโง่เกินกว่านี้อีกไหม? ถึงได้เลือกผสานเข้ากับจิตอสูระดับต่ำที่ดูช่างน่ารักอย่างเจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรตัวนี้  แพนด้าเขี้ยวอสูรตัวนี้ราวกับขยะอย่างแท้จริง เสิ่นเฟยไม่คิดว่ามันจะเป็นภัยคุกคามเขาได้
         


แม้ว่าเจ้าจักสามารถเรียกจิตอสูรมาผสานได้ ก็ไม่เห็นว่าจะน่ากลัวสักเท่าใด? จิตอสูรขยะน่ารักน่าชังเช่นเจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรมันมิสามารถที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้หรอกนะ!ที่มุมปากของเสิ่นเฟยเผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มอันหนาวเหน็บ  เขาต้องการที่จะต่อยเนียลี่ให้ลงไปกองกับพื้นเวที



     ขั้นต่อไปเขาก็จะจัดการกับเนียลี่อย่างไร้ความปราณี  จึงจะสามารถบรรเทาไฟแค้นความเกลียดชังในหัวใจเของเขาให้ดับมอดลงได้ กำปั้นของเสิ่นเฟยนั้นพุ่งเข้ามาเกือบที่จะโดนเนียลี่แล้วนั้น ในขณะนั้นเนียลี่ผู้ผสานเข้ากับแพนด้าเขี้ยวอสูรก็ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากพร้อมกับซัดฝ่ามือไปที่หัวของเสิ่นเฟย



เปรี้ยง



     เนียลี่ผสานกับแพนด้าเขี้ยวอสูรตบเข้าไปที่บริเวณใบหน้าข้างกกหูของเสิ่นเฟยอย่างรุนแรงจนหน้าของเขามุดลงไปในดินจนทำให้เกิดรอยแยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ความเจ็บของเขาในตอนนี้นั้นคงพอรู้สึกได้ว่าจักต้องอาการหนักมากอย่างแน่นนอน



มันหนักขนาดนี้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ!



     เสิ่นเฟย คาดไม่ถึงว่า ความหนักหน่วงของฝ่ามือจากเนียลี่ นั้นจักช่างแข็งแกร่งจนน่ากลัวถึงเพียงนี้!



     แม้ว่าเนียลี่จะผสานกับแพนด้าเขี้ยวอสูร ซึ่งจิตอสูร แพนด้าเขี้ยวอสูรดวงนี้นั้นหาใช่จิตอสูรธรรมดาไม่ มันเป็นถึงจิตอสูรนักรบ ที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าเลยทีเดียว  มันแข็งแกร่งจนน่าตกใจผิดกับรูปลักษณ์ที่น่ารักซะเหลือเกิน



     บางทีเสิ่นเฟยอาจจะโดนตบหน้าไปหนึ่งฝ่ามือจนมึนงงโง่ไปเลยก็ได้ เนียลี่นั้นช่างมีไหวพริบปฏิภาณ เป็นเลิศนัก เขาผสานกับจิตอสูรได้เสร็จแล้วก็จัดการกับผู้ที่ยังมิรวมกับจิตอสูร   



     เสิ่นเฟยนั้นโดนตบเข้าที่บ้องหูอย่างรุนแรงจนกระทั้งหัวของเขานั้นมุดลงไปในดินจนเกิดรอยแยกขึ้นระหว่างพื้นดิน  แม้ว่าตัวเขาจะเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีระดับพลังวิญญาณค่อนข้างดี  แต่หลังจากถูกการโจมตีครั้งนี้เข้าไปนั้น มันทำให้เขารู้สึกไม่ดีได้เลยทีเดียว โดยตอนนี้เขารู้สึกว่าหัวของเขานั้นกำลังจักระเบิดออกมาให้ได้เสียจริงๆ



     ทั่วทั้งสนามประลองตอนนี้ล้วนอยู่ในความโกลาหนสับสนอลหม่านส่งเสียงดังกันเซ็งแซ่



เฮ้อ....  ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายน้อยเสิ่นเฟย จักพ่ายแก่มันผู้นั้น เขาประสงค์สิ่งใดกันหรือ?จึงไม่ยอมใช้จิตอสูรเข้าต่อสู้
         


เนียลี่เจ้านั้นช่ากระทำเรื่องที่ช่างน่าละลายเสียยิ่งนัก เจ้าผสานกับจิตอสูรไม่บอกกล่าวสิ่งใดในทันที และยังจัดการกับท่านนายน้อยเสิ่นเฟย  ที่ยังมิได้อัญเชิญจิตอสูรเช่นนั้น!  มันช่างน่าละอายเสียยิ่งกระไรผู้ที่แทงเดิมพันข้างเสิ่นเฟยเปล่งเสียงตะโกนออกมา



     ในมุมมองของพวกเขานั้นมิคาดฝันว่าเสิ่นเฟยจะประเมินคู่ต่อสู้ของเขาพลาด  มันเป็นเพราะว่าเนียลี่นั้นสามารถเรียกจิตอสูรของเขาออกมาผสานได้รวดเร็วมาก  ถ้าเสิ่นเฟย ทราบเรื่องนี้มาก่อนก็จักมิพบกับความปราชัยเช่นนี้อย่างแน่นอน



     ในการที่ถูกตอบโต้การโจมตีในครั้งก่อนหน้านี้  ทำให้เสิ่นเฟยได้รับความพ่ายแพ้ คนในตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นแทบจะอกแตกตายออกมาเสียให้ได้เลยทีเดียว
 “น่ารังเกียจยิ่งนัก


ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นทำน่ารังเกียจเกินไปแล้วนะตระกูลศักดิ์สิทธิ์ตะโกน



     ส่วนพวกที่เดิมพันข้างเนียลี่นั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาต้องยืนอยู่ข้างเนียลี่อย่างแน่นอน เมื่อเขาเห็นเนียลี่ จัดการ เสิ่นเฟย  จนลงไปกองกับพื้นเวทีได้ โดยการตบเพียงครั้งเดียว พวกเขานั้นล้วนมีความสุขเป็นอย่างยิ่งเมื่อเขานั้นได้รับเงินดิมพันมาไว้บนมือ  ช่วงเริ่มต้นของการต่อสู้นั้นดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่เนียลี่จักสามารถชนะเสิ่นเฟยได้



อะไร พวกเจ้าเข้าใจเนียลี่ผิดไปหรือเปล่า?ไม่มีการหลอกลวงกันในสงคราม!”  มันเป็นความโง่เง่าของนายน้อยเสิ่นเฟยเอง! ที่ประมาทศัตรูของเขา จักโทษใคร นอกจากตัวเขาเองเท่านั้น?”



     ส่วนด้านตระกลูบันทึกสวรรค์ แม้ว่าพวกเนียไห่ เนียเอิน และพวกของเขาจะรู้สึกว่าเนียลี่นั้นเป็นคนชั่งเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก  แต่พวกเขาก็เห็นไปทางเดียวกันที่จะไม่ลดการสนับสนุนเนียลี่ลงแม้แต่น้อย
          



เจ้าพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นสายตาคงจับจ้องแหงนมองเพียงฟ้าเท่านั้นการที่มิยอมเรียกจิตอสูรออกมาต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ที่ผสานเข้ากับจิตอสูรแล้วนั้นเขาไม่โง่จะให้เรียกว่าอะไร?”



ทุกเสียงในที่นี้ล้วนแต่วิจารย์การต่อสู้นั้น


     หลังจากการโต้แย้งกันอย่างรุนแรงนั้นเงียบลง ทั้งสนามประลองนั้นก็จะเริ่มเงียบลง  พวกเขาทั้งหลายเริ่มเข้าใจแล้วว่า พวกเขานั้นเจอกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง



ไม่น่าเชื่อ สิ่งที่ฉันเห็นมันนั้น?”


มีคนใช้เจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรนั้นจริงๆหรือ? มีใครบ้างหละที่จะใช้จิตอสูรขยะเหมือนอย่างเจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรนั้น?”


พวกตระกูลบันทึกสวรรค์มันจนขนาดนี้? พวกเขามีเงินเพียงสามารถซื้อเจ้า แพนด้าเขี้ยวอสูรสำหรับ คนรุ่นใหม่แค่นั้นเองหรือ?


ความสามารถของเจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรนั้นไว้ทำอะไร? เมื่อเทียบกับจิตอสูรอื่นๆ เจ้านั้นก็น่าจะเป็นไม่ได้มากกว่าสิ่งที่ใช้ในการกินผัก!?”


นายน้อยเสิ่นเฟย บางทีอาจจะโดนฉวยโอกาสในขณะไม่พร้อม คอยซักหน่อยหลังจากเขาผสานเข้ากับจิตอสูรแล้ว เราคงจะได้เห็นเขาฆ่าเจ้าเด็กคนนั้นแน่ผู้ที่ลงเดิมพันข้างเสิ่นเฟย  กล่าวขึ้นมาอย่างเร่าร้อน



เจ้าบ้า  เขานำจักเจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรออกมาทำไม ไอ้เดกบ้า


เจ้าบ้า! เอ้ย  เก็บมันเลย


     เนียไห่ เนียเอิน และ ทุกๆคนจากตระกูลบันทึกสวรรค์นั้น ล้วนอยู่ในสภาวะตกตะลึง เนียลี่นั้นมอบจิตอสูรให้แก่พวกเขาปริมาณมากในวันนี้ พวกนั้นล้วน มีดวงจิตอสูรจำนวนมากและแข็งแกร่งกว่าจิตอสูร แพนด้าเขี้ยวอสูรตัวนั้น  ทำไมเนียลี่จึงตัดสินใจผสานเข้ากับแพนด้าเขี้ยวอสูรผู้น่ารักตัวนี้? เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน



     ไม่เพียงแต่ตระกูลบันทึกสวรรค์งงเท่านั้น หยางซิ่นก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก นางรู้ดีว่าเนียลี่นั้นมีเงินจำนวนมากมายมหาศาล เนียลี่จะซื้อจิตอสูรที่ดีขนาดไหนก็ได้อย่างง่ายดาย  แต่เนียลี่กลับเลือกเจ้าแพนด้าเขี้ยวอสูรเรื่องนี้ทำให้ทุกคนไม่สามารถเข้าใจการกระทำของเขา
     อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า จิตอสูร แพนด้าเขี้ยวอสูรตัวนี้นั้น มิใช่แพนด้าเขี้ยวอสูรทั่วไป แต่มันคือดวงจิตอสูรที่มีระดับการเติบโตใระดับพระเจ้าเลยทีเดียว



     แม้ว่าเนียลี่จะมีชัยในการต่อสู้รอบแรก  แต่ทั้งสนามประลองยังไม่มีใครคิดว่าเนี้หลี่จะชนะการประลอง  ทุกๆสายตาล้วนจดจ้องเตรียมการดูเสิ่นเฟยหลอมรวมจิตอูสรและจัดการเก็บเนียลี่
จบตอน......................................


      ต่อจากนั้น ท่านจอมยุทธ์แอดมีภาระกิจที่จักต้องต่อสู่กับเหล่าอสูรการงาน ก่อนจักไปได้เอ่ยวาจาว่า ข้าขอฝากนครศักดิ์สิทธิ์เพจนี้ให้แก่เหล่าอสูรนักแปลทุกท่าน ข้าเชื่อมั่นในวรยุทธ์พวกเจ้าช่างสูงส่งเป็นยิ่งนักเจ้าใช้วรยุทธ์ใดกัน”  “วรยุทธ์ที่พวกข้าใช้นั้นอันเดียวกันคือเคล็ดวิชาลับ อสูรกูเกิลทรานสเลท ระดับเทพเจ้านั้นเองผู้น้อยกล่าวพร้อมป้องมือ ท่านร่างทรงอสูรนักอ่านรู้จักเคล็ดวิชานี้หรือไม่


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง