test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

22 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 81 การเดินพันครั้งยิ่งใหญ่





      เมื่อจับจ้องมาที่การอากับกริยาของเนียลี่  หยางซิ่น ก็เข้าใจในทันที ว่ามันเกิดสิ่งใดกันขึ้น  เนียลี่นั้นน่าจะมีความขัดแย้งบางอย่างกับเสิ่น เฟย  นั่นคือวัตถุประสงค์สำคัญที่ทำให้เนียลี่  ต้องเรียกนางมาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ  และที่สำคัญมันคือการที่จะต้องสู้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง



    แม้รู้ว่ามันอาจจะทำให้นางต้องบาดหมางกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ แต่นางก็ยังคงสนับสนุนเนียลี่    โดยปราศจากความลังเลใดๆ มันช่างเป็นการตัดสินใจที่ง่ายดายยิ่งนัก



หนอย........เสิ่นเฟยพ่นลมหายใจ  เขาไม่ใช่พี่น้องกับเนียลี่  เขาพูดออกไปว่า ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าได้จองหองอย่างนี้ต่อไปได้อีกนานหรอก เมื่อการประลองยุทธเริ่มขึ้นข้าจะทำให้แกได้ตายด้วยมือข้าเอง!เสิ่นเฟยบ่นพึมพำกับตัวเอง



    “ ฮ่าฮ่าฮ่า  ท่านนายน้อยเสิ่น แลดูยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบานสำราญนักช่างดูน่าคบหาเสียยิ่งกระไร!” เนียลี่  หัวเราะเสียงดัง หนิงเอ๋อ มักจะพูดถึงเรื่องต่างๆของนายน้อยให้ข้านั้นได้ฟังเป็นประจำทุกวัน เช้า สาย บ่าย ค่ำ  นางบอกว่านายน้อยนั้นช่างเป็นผู้ชายที่ใจกว้างยิ่งกว่าแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลมารวมกันเสียยิ่งนัก



      เมื่อได้ยินเนียลี่  เอื้อนเอ่ยวาจา ถึงเซี่ยวหนิเอ๋อ เสิ่นเฟยก็แทบจระเบิดอารมณ์ออกมาในทันที เนียลี่  นั้นกำลังแกล้งเหย้าแหย่จุดอ่อนที่สำคัญของเขา ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเขานั้น   เป็นควายที่โดนสวมเขาบนหัว(เสิ่นเฟย เป็นคู่หมั้นของหนิงเอ๋อ)


        ดูเหมือนว่าแทบจะทั้งร่างกายของเสิ่นเฟยเกือบจะแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นสีแดงชาดไปแล้วในขณะนั้น  แต่เนียลี่ยังคงหาได้สนใจไม่  ยังคงชวนสนทนาต่อไป



      "เมื่อเร็วๆนี้ม่นางเซี่ยวหนิงเอ๋อ คนสวย ได้ผ่านการฝึกฝนเพิ่มพลังวิญญาณจนก้าวกระโดดและทะลุขอบเขตจำกัดของตัวเอง ตอนนี้นั้นนางกำลังจะเข้าสู่ระดับซิลเวอร์! ในไม่ช้า" 



       "ข้ายังช่วยนวดจุดสำคัญต่างๆบนร่างกายของนางเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย จนตอนกระทังตอนนี้นั้นอาการของนางก็เกือบจะหายเป็นปกติแล้วนายน้อยเสิ่นท่านสามารถขอบคุณข้าก็ได้นะ ที่ข้าได้ช่วยดูแลนางแทนท่าน!"



เนียลี่เอื้อนเอ่ยวาจาพร้อมท่าประกอบการนวดอันหลากหลาย



นวด.......เสิ่นเฟยอุทาน



       เมื่อได้ยินวาจาของเนียลี่  จินตนาการภาพของการนวดคลึงจุดต่างๆทั่วร่างกายอันวาบหวิวระหว่างเนียลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อเหล่านั้นก็พลันปรากฏขึ้นในทุกอณูโสตประสาทในหัวสมองของเขา จนเกือบจักกระอักเลือดออกมาตายให้เป็นได้  ทุกๆคนนั้นรู้ว่าตลอดมานี้ เซี่ยวหนิงเอ๋อนั้น มิยอมให้เขาได้สัมผัสแม้แต่เล็บมือของนาง เขานั้นทำได้แค่เฝ้าแลมองและพูดคุยเพียงเท่านั้น!



       “ไอ้เจ้าคนแซ่เนีย  แกจะต้องถูกข้าทำให้เป็นปุ๋ยกลับออกไปแน่!ณ เพลานี้นั้นเสิ่นเฟยไม่สามารถที่จะควบคุมความโกรธของตัวเองได้อีกแล้ว  


     ตาทั้งสองข้างนั้นเบิกโพลงขึ้น  สำหรับทายาทของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีและเย่อหยิ่งเป็นหนักหนาอย่างเขา   มิเคยได้พบกับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน



      และแล้ว เสิ่นเฟยก็อดใจไม่ไหวได้กระโจนเข้าไปพร้อมทั้งปล่อยหมัดไปยังเนียลี่ เจ้าจงตายไปซะ!” 



ฟึบฟับ ปับปับ เปรี้ยง (สำเนียงเคนชิโร่ )



เนียลี่กระโดดหลบและเกลือกกลิ้งตัวไปมาอย่างพัลวัน



        ในขณะนั้น คิ้วของแม่นางหยางซิ่น ก็กระตุกไปมาอย่างหยุดไม่อยู่ นางเร่งรีบทะยานลงมาอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ระหว่างบุรุษทั้งสองเพื่อห้ามปรามศึกในครั้งนี้  



      แม้นางรู้ว่าจักต้องแก้ปัญหาที่เนียลี่นั้นจงใจยั่วยุเสิ่นเฟยอย่างชัดเจน แต่นางเองก็ยังแอบยิ้มอย่างหนักมากอยู่ในใจที่ตอนนี้นั้นเสิ่นเฟย กำลังพบกับระดับสุดยอดปรมาจารย์เจ้าปัญหาอย่างเนียลี่ กำลังยั่วยุเข้าให้แล้ว



       เมื่อมองไปยังเนียลี่ซึ่งกำลังชุลมุนอยู่กับ เสิ่น เฟย และยังมีหยางซิ่น ยืนลุ้นดูพวกเขาอยู่ด้านนอก เสิ่นหมิง ดูท่าทางโกรธเล็กน้อยก็กระโจนทะยานเข้ามา กระชากเสิ่นเฟย จนพุ่งถอยหลังกลับไปในเร็วพลันโดยมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆออกมาเลย



ท่านนายน้อยเสิ่นเฟย  โปรดอย่าใจร้อนเลยเสิ่น หมิงกล่าว พร้อมทั้งยิ้มอย่างมีเลศนัย



      “ในการประลองศิลปะการต่อสู้ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้พวกตระกูลเนียจักต้องส่งใครบางคนลงในการต่อสู้นี้อย่างแน่นอนทำไมท่านไม่รั้งรอประลองยุทธกับมันหลังจากนี้?ซึ่งจะทำให้ไม่มีปัญหาและทุกอย่างก็จักเรียบร้อยกัน?



        เสิ่นเฟย อกแทบแตกตาย เขาจักต้องพยายามอย่างมากมายมหาศาลเพื่อระงับความโกรธของเขาลง  เขาจดจ้องมองทะมึงปลดปล่อยรังสีอัมหิตไปที่เนียลี่ 



        เขาได้คิดวิเคราะห์แล้วจึงแลเห็นชัดเจนเลยว่า เนียลี่นั้นถูกปกป้องโดยสมาคมปรุงยาเลยทำให้มิได้เกรงกลัวต่อสิ่งใดเขาคงมิสามารถทำอะไรเนียลี่ที่นี่ในเวลานี้ได้เป็นแน่  แต่เมื่อการประลองยุทธ์เริ่มขึ้น เขาจักสอนบทเรียนราคาแพงที่ลืมไม่ลงให้แก่เนียลี่เอง



   ถ้าเนียลี่ไม่ลงมาต่อสู้  ถึงเขาจะชนะขยะจากตัวแทนตระกูลบันทึกสวรรค์ก็ไม่มีความหมายอันไดเลย  และดูเหมือนว่าเนียลี่นั้นอาจจะไม่ยอมลงมาง่าย ๆ อีกด้วย


       เสิ่นเฟย  สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และหยุดอยู่ที่ตรงทางเดิน หลังจากได้ยินเสียงนั้นใจเย็นๆท่านนายน้อยเสิ่นเฟยเนียลี่ที่กำลังยืนอยู่ด้านข้างเขาได้เอ่ยวาจาออกมาการประลองยุทธในครั้งนี้นั้นมันช่างปราศจากจุดมุ่งหมายที่เร้าใจหรือผลกำไรใดๆเลย  ไม่มีการเดิมพันใดเลยช่างน่าเบื่อเป็นยิ่งนัก



โอ้?” เสิ่นหมิงยิ้มหย่างเจ้าเหล่ห์ มาที่เนียลี่แล้วจึงถาม ข้าประหลาดใจเป็นยิ่งนักเจ้านั้นต้องการเดิมพันเป็นสิ่งในกัน? ”



       “บริเวณรอบๆสนามประลองแห่งนี้นั้นข้าฝากเงินกับนายธนาคารมากมายเพราะฉะนั้นเจ้ามิต้องกังวลดอกมิว่าจักวางเดิมพันมากมายสักเพียงไร   ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถพนันกับข้าได้เลยแต่ถ้ามันนั้นน้อยเกินไปข้าก็จักไม่เล่นเดิมพันครั้งนี้เนียลี่กล่าวด้วยสีหน้าและท่าทางที่จริงจัง



     “เจ้ามีเงินจริงหรือ? เจ้ามีเงินมากขนาดไหน?” เสิ่นหมิง คิ้วขยับเล็กน้อย  เมื่อเริ่มเกิดการพนันขันต่อขึ้นทั้งสองฝ่ายจักต้องนำเงินที่ใช้ในจำนวนที่เท่ากันมาวางเดิมพัน ผู้ชนะจักได้ทุกๆอย่างไป  



ข้ากลัวว่าตระกูลบันทึกสวรรค์จะไม่สามารถจ่ายได้เงินเดิมพันได้เสิ่นหมิงกล่าวพร้อมแลด้วยสายตาท่าทางดูถูกมายังเนียลี่



      “ในเมื่อพี่สาว หยางซิ่นก็อยู่ที่นี้เป็นการันตี  ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยังจักต้องกลัวสิ่งใด  หรือคิดว่าข้าจักไม่สามารถที่จะจ่ายได้กระนั้นเชียวหรือ?” เนียลี่กล่าวพร้อมทั้งรอยยิ้มเล็กน้อยดูท่าทางนั้นช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก



   หยางซิ่น  สามารถเข้าใจเหตุผลว่าทำไมเนียลี่จึงเกลียดตระกูลศักดิ์สิทธิ์จึงปล่อยให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นตกลงไปในกับดักของเนียลี่  ซึ่งดูเหมือนว่าเนียลี่นั้นจะมั่นใจในตัวเองมากทีเดียวที่จะชนะในการประลองยุทธ์กับเสิ่นเฟย



ถ้าน้องชายตัวน้อยของข้า เนียลี่ ไม่สามาถจ่ายเงินเดิมพันได้  ข้าก็จักเป็นผู้จ่ายแทนเขาทั้งหมดเองหยางซิ่นเปล่งวาจาด้วยใบหน้าที่จริงจัง



   “ถ้าท่านผู้อำนวยการหยางเอ่ยเช่นนั้น  ข้าก็จักให้มีการเดิมพันสักครั้งหรือสองครั้งเป็นการประลองยุทธ์ระหว่างนายน้อยของข้าเสิ่นเฟยและนายน้อย เนียลี่ข้าจักลงวางเดิมพันข้างเสิ่นเฟยชนะด้วยจำนวณเงินห้าสิบล้านเหรียญจิตมารท่านกล้ายอมรับมันหรือไม่?”เสิ่นหมิง หลี่ตาลงมองไปยังเนียลี่  ส่วนเสิ่นเฟยนั้นในตอนนี้ได้จดจ้องพร้อมเปล่งรังสีอมหิตมาปริมาณมหาศาลมายังเนียลี่



ห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร?” ทันใดนั้นเนียลี่กล่าวพร้อมทำตาลุกโพลงขึ้นมาโดยพลัน



อะไรกันเจ้ากลัวหรือ?” เสิ่นเฟย  ถอนหายในพร้อมยกมือแยกออกจากกันเป็นท่าทางประกอบพร้อมทั้งเอ่ยวาจาต่อไปอีกว่า



เงินเดิมพันห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร มันคงไม่ทำให้คนบ้าอย่างเจ้ากลัวหรอกนะ?”



       “ข้าเพียงแต่จะบอกท่านว่าเงินจำนวนห้าสิบล้านจิตมารนั้นมันยังช่างเล็กน้อยยิ่งนัก  ท่านมีเงินที่จะวางแค่นั้นเองหรือ? ตระกูลระดับยิ่งใหญ่อย่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นกลับกล้าวางเงินเดิมพันช่างน้อยนิดเสียยิ่งกระไร” 



     เนียลี่หันกลับไปมองหยางซิ่นแบบอ้อนๆ แล้วจึงเอื้อนเอ่ยว่า พี่สาวหยางซิ่น ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทำไมจึงยากจนค้นแค้น น่าสงสารถึงเพียงนี้นัก?”



เงินแค่ห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนั้น เกือบจะไม่พอให้ข้าซื้อขนมหวานและแจกเด็ก ๆ ในตระกูลของข้าเลยช่างยากจนะไรถึงเพียงนี้



        เมื่อจับจ้องมองมาที่การแสดงอากับกริยาของเนียลี่นั้นยาง ซิ่นก็แอบหัวเราะอย่างหนักมากอยู่ในใจ เนียลี่นั้นช่างเต็มไปด้วยจินตนาการที่ชั่วร้ายเสียยิ่งกระไร ตอนนี้เขานั้นกำลังล่อลวงให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นย่างกลายเข้ามาในกับดัก  



     นางส่ายหน้าแล้วเปล่งวาจาอย่างจริงจัง น้องชายตัวน้อย  จำนวนเงินห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนั้นจากการที่พี่สาวพิจารณาแล้วมันคือเงินที่มากมายสำหรับแต่ละตระกูล


     จะทำเช่นใดได้? มันช่างน้อยนิดเหลือเกิน” เนียลี่หยิบเอากองการ์ดคริสตอลอสูรขึ้นมาจำนวนหนึ่งราว ๆ ยี่สิบถึงสามสิบใบขึ้นมาในมือของเขาแล้วปาออกไปบนเวที มันสร้างความแตกตื่นโกลาหลขึ้นมาทันทีในขณะนั้นเมื่ออยู่ๆมีคนขว้างเงินถึงหลายแสนเหรียญจิตมารขึ้นมาบนสนามประลอง เนียลี่ทำท่าทางหยิ่งและเอื้อนเอ่ยวาจาและท่าประกอบขึ้นว่า


          "ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นี้ช่างขัดสนค้นแค้นเสียยิ่งนัก  ข้าหละไม่อยากที่จะเล่นพนันกับพวกท่านเลยจริงๆ ถ้าข้าชนะเงินจำนวนห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนี้ ข้าจะแบ่งพวกมันให้กับทุกคน เงินแค่นี้สำหรับข้านั้นมันหาได้มีความหมายอันใดเลย"



          เขาได้เก็บพวกมันไว้ในแหวนห้วงมิติ จากนั้นก็ขว้างการ์ดคริสตอลอสูรจำนวนหนึ่งออกไปอีกจนกองรวมเป็นเงินกว่าห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร



         เมื่อได้ยินวาจาและท่าทางของเนียลี่เสิ่นหมิงและเสิ่นเฟยต่างหน้าซีดเป็นไก่ต้มสุกเนียลี่นั้นช่างบ้าบิ่นเป็นยิ่งนักเงินจำนวนห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนั้น มิใช่เงินจำนวนน้อยเลยตระกูลขุนนางทั่วไปนั้นคงมิสามารถที่จักหาเงินได้จำนวนมากขนาดนี้เสียด้วนซ้ำมีเพียงตระกูลหลักเท่านั้นเช่นตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถที่จะหาพวกมันมาได้แน่นอนนั่นยังไม่สามารถเทียบได้กับสมาคมปรุงยาได้ซึ่งพวกสมาคมนักปรุงยานั้นในปัจจุบัน นั้นร่ำรวยมากมายมหาศาลซะยิ่งกว่าใครในเมืองนี้เสียอีก



ห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร  พวกท่านช่างกล้านักที่จะพูดว่าเป็นจำนวนที่มากมาย!เนียลี่นั้นหัวเราะหนักมากอย่างดูแคลน   


        ในขณะที่เสิ่นหมิงได้แต่ถอนลมหายใจอย่างรุนแรงจนสามารถพัดพาหนวดเคราของเขาให้พริ้วไหวดั่งสายน้ำแต่ยังเสิ่นเฟยยังคงนิ่งตั้งแต่เนียลี่ได้แกล้งแหย่ให้เสิ่นเฟยนั้นโกรธจัดจนกระทั่งควันออกหูได้นั้นเขาได้พิจารณาไตร่ตรองเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าสำหรับในรอบแรกนั้น เงินเดิมพันจำนวนห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร มิใช่จำนวนเงินที่มากในการวาง หลังจากนั้นยังมีโอกาสไม่น้อย  ที่จักศึกษาความแข็งแกร่งของเนียลี่ก่อนเรื่องอื่นๆ



        “ในรอบแรกนี้เราจะวางเดินพันกันห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร เราจะยังไม่หยุดอยู่เพียงนั้นถ้าท่านยังชนะเราก็จักเดิมพันต่อไปเรื่อยๆเสิ่นหมิงเอ่ยวาจาพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย ถ้าเนียลี่นั้นมีเหตุบังเอิญสามารถเอาชนะการต่อสู้กับเสิ่นเฟยได้  เขาก็ยังมีสองนักสู้ที่เก่งกาจกว่าเป็นตัวแทนจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ยังสามารถวางเดิมพันได้อีกถึงสองครั้งจากนักสู้ซึ่งเก่งฉกาจและมีความน่าเชื่อถือมากกว่านี้



     “คงเป็นที่แน่นอนแล้วนะว่า ในเวลานี้นั้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นต้องการที่จะเล่นเดิมพันครั้งนี้ ข้าจะเล่นมันจนกระทั้งจบเกมส์ เงินนั้นข้ามีมาก  มิน่าจะมีปัญหาอะไรในการที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์วางเงินเดิมพัน ไม่ว่ามันจักเท่าไร  ข้าขอเปิดโต๊ะรับแทงจำนวนไม่อั้นเนียลี่เปล่งวาจาพร้อมท่าประกอบ...



 “ตระกูลอื่นๆทั้งหมดจะร่วมเป็นสักขีพยานในการเดิมพันครั้งนี้!เนียลี่เอ่ย



แน่นอน มันช่างน่ายินดีเสียยิ่งกระไร!เสิ่นหมิง  เปล่งวาจาออกมาตรงๆ



      ข่าวคราวที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์และตระกูลบันทึกสวรรค์ได้วางเดินพันนั้นได้แพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ ว่าจักมีการประลองยุทธ์ครั้งยิ่งใหญ่ใคร่ขอเรียนเชิญเหล่าท่านผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสผู้คนจากตระกูลต่าง ๆ โปรดจงร่วมมาเป็นสักขีพยานในการเดินพันในครั้งนี้ด้วย


 มันมีอะไรที่มิถูกต้องไปหรือเปล่า ลือว่าตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นจักเดิมพันขันต่อกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์กระนั้นเชียวหรือ?



  “เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่า?ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นได้รับการปกป้องโดยสมาคมปรุงยา พวกเขานั้นร่ำรวยมหาศาล ดูเหมือนว่าในตอนนี้กำลังจะสู้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์อยู่นะ



เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่ามันมิใช่ระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์กับตัวแทนของสมาคมปรุงยาแน่?”
จบตอน...............


          

   “ผู้ใดรู้บ้าง?”เหล่าผู้นำและผู้อาวุโสตระกูลต่างๆกำลังวิภาควิจารณ์กันอย่างดุเด็จเผ็ดร้อน  จากนั้นก็มีเสียงหนึ่งก้องตะโกนด้วยเสียงอันดังท่ามกลางเหล่าผู้อาวุโสตระกูลต่าง  ร่างทรงอสูรนักอ่านว่า 


      “ท่านนายน้อยเนียลี่พระเอกของเราในตอนี้นั้นชั่วร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือจอมยุทธ์แอดเปล่งวาจาพร้อมท่าประกอบ  หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เป็นเพราะสุดยอดปรมาจารย์กูเกิลผู้ชี้แนะและพำนักกับข้าน้อยนั้นได้เกิดป่วยไปอย่างกะทันหันขอท่านอย่าได้ถือสาหาความสิ่งใดมัน   ที่แปลไปนั้นเน้นเอาฮาเพียงอย่างเดียวข้าน้อยเอื้อนเอ่ยวาจาจบพร้อมป้องมือคำนับ

แปลโดย...

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง