test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

21 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 77 งานประลอง




             
      พวกผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากันอย่างสงสัย ว่าทำไมเนี่ยลี่จึงดูไม่เกรงใจท่านผู้นำตระกูลแม้แต่น้อย แต่เนี่ยไห่และเนี่ยเอินก็ไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น และเนี่ยไห่ยังประกาศอีกว่า 

 “
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เนี่ยลี่จะมีสถานะในตระกูลบันทึกสวรรค์อยู่ในระดับเดียวกับข้า

             

       พวกพวกอาวุโสพวกนั้นไม่เข้าใจถึงคำสั่งของเนี่ยไห่เลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเป็นคำสั่งของผู้นำตระกูล พวกเขาก็จะปฏิบัติตาม

             

         “
ข้าได้รับการแจ้งมาว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ส่งคำเชิญไปยังตระกูลต่าง ๆ เพื่อให้เข้าร่วมงานประลองรุ่นเยาว์ที่พวกเขาจัดขึ้น โดยงานนี้พวกเราเองก็ได้รับคำเชิญนั้นด้วย เจ้าคิดว่า เราควรจะเข้าร่วมงานประลองครั้งนี้หรือไม่ ?”

             

          เนี่ยไห่ถามเนี่ยลี่ เพราะเนื่องจากงานประลองรุ่นเยาว์จะถูกจัดขึ้นปีละครั้ง โดยหนึ่งในตระกูลหลัก ซึ่งคำเชิญต่าง ๆ จะถูกส่งไปยังตระกูลต่าง ๆ ที่แข็งแกร่งในเมืองกลอรี่

             

         หากมันเป็นเพียงงานประลองธรรมดา พวกเขาคงจะไม่ต้องกังวลอะไรมาก แต่เนี่ยไห่กังวลว่าครั้งนี้ พวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะต้องคิดทำอะไรกับพวกเขาอย่างแน่นอน

             

        “
ทำไมเราถึงจะไม่เข้าร่วมงานประลองล่ะ ? ขอให้ท่านส่งจดหมายไปบอกสมาคมปรุงยาให้มาชมการแข่งขันด้วย แค่นั้นก็สบายใจได้แล้ว” เนี่ยลี่พูดอย่างใจเย็น ในเมื่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์ส่งคำเชิญมาแล้ว เหตุใดเขาจึงจะไม่เข้าร่วมการแข่งขัน?

             เมื่อได้ยินคำของเนี่ยลี่ พวกอาวุโสต่างงุนงงกันไปหมด เนี่ยลี่สามารถเรียกสมาคมปรุงยามาเมื่อไหร่ก็ได้เช่นนั้นหรือ ?

              

         “
ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องรบกวนเจ้า ช่วยเขียนจดหมายไปแจ้งผู้อำนวยการหยางด้วย เนี่ยไห่พูด พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย เขารอคำพูดนี้จากเนี่ยลี่อยู่แล้ว เพราะถ้าหากมีสมาคมปรุงยามาดูการแข่งขัน ตระกูลศักดิ์สิทธิ์คงจะไม่กล้าเล่นสกปรก

             

     “
เราต้องส่งผู้เข้าแข่งขัน สามคน เนี่ยลี่ เจ้าต้องการที่จะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ ? ” เนี่ยเอินถามเนี่ยลี่ เพราะเขาเองเพิ่งทราบว่าเนี่ยลี่ ได้เลื่อนขั้นเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ และได้รวมร่างกับจิตอสูรเรียบร้อยแล้ว

             

        “
แน่นอน ข้าจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันนี้ !” เนี่ยลี่พยักหน้า เขาเองก็เพิ่งจะรวมร่างกับแพนด้าเขี้ยวอสูร นี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ใช้การประลองนี้ทดสอบความแข็งแกร่งของแพนด้าเขี้ยวอสูรด้วย และยิ่งไปกว่านั้น เขามีเรื่องที่ต้องสะสางกับเสิ่นเฟย แล้วเขาจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปได้อย่างไร ?

             
(เสิ่นเฟย คือพี่ชายของเสิ่นเอีย และเป็นคู่หมั้นของเซี่ยวหนิงเอ๋อ)

             

        พวกผู้อาวุโสต่างแปลกใจ เพราะเนี่ยไห่และเนี่ยเอินต่างพูดจาอย่างสุภาพเมื่อคุยกับเนี่ยลี่ แต่เมื่อพวกเขาคิดถึงยาทิพย์ที่เนี่ยลี่มอบให้แก่ตระกูลแล้ว พวกเขาก็พอจะเข้าใจได้ว่า สถานะของเนี่ยลี่ในตระกูลต่อจากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

             
        นอกเหนือจากเนี่ยลี่แล้ว ยังมีเนี่ยเสี่ยวเฟิง และเนี่ยอวี่ []สมาชิกของตระกูลบันทึกสวรรค์ ได้เข้าร่วมด้วย โดยทั้งคู่อยู่ที่ระดับซิลเวอร์สองดาว

             


             
       
เด็กหนุ่มอายุยี่สิบปี แต่สามารถกลายเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ สองดาวได้ ก็นับว่าเก่งมากแล้ว ซึ่งทั้งคู่นับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ของตระกูลเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม จิตอสูรของพวกเขาทั้งคู่นั้นธรรมดามาก ดังนั้นเนี่ยลี่จึงมอบจิตอสูรระดับซิลเวอร์ ที่มีระดับการเติบโตในระดับมหัศจรรย์ ให้เนี่ยไห่นำไปมอบให้กับพวกเขาทั้งคู่


(จิตอสูรที่เนี่ยลี่รวมร่างด้วย ทั้งสองตัว มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า ทั้งคู่)


             

        “
งานประลองครั้งนี้ต้องมีการเตรียมงาน อย่างน้อยก็อีกครึ่งเดือน เนี่ยลี่เจ้าควรเริ่มเตรียมตัวได้แล้วนะ เพราะข้าได้ข่าวมาว่าผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ล้วนแล้วแต่มีความแข็งแกร่งระดับซิลเวอร์ ห้า ดาวทั้งนั้น


             
 เนี่ยไห่พูด พวกเขาเองก็ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการประลองครั้งนี้ด้วย

             

โอ้ อย่างนั้นหรือ เนี่ยลี่ตอบแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร

             

      วิธีรับมือกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ ? เนี่ยลี่ไม่ได้กังวลถึงเรื่องนั้นเลย เพราะถ้าตระกูลศักดิ์สิทธิ์คิดจะเล่นสกปรกอะไรล่ะก็ สิ่งนั้นก็จะไม่สามารถรอดพ้นไปจากสายตาของเขาได้อย่างแน่นอน

             

        หลังจากนั้น เนี่ยไห่ เนี่ยเอิน และพวกที่เหลือได้ปรึกษากันถึงอนาคตของตระกูลบันทึกสวรรค์กับเนี่ยลี่รวมไปถึงเรื่องการใช้เงินก้อนโตเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตระกูลบันทึกสวรรค์ด้วย

             

        “
พวกท่านไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอกนะ ข้าสามารถมอบเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมารให้กับตระกูลได้ เพื่อเรื่องนี้ แต่พวกท่านควรจะระวังเกี่ยวกับเรื่องคนที่จ้างเข้ามา ว่าคนพวกนั้นจะต้องไม่ใช่คนที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หรือสมาคมทมิฬส่งมา เนี่ยลี่คิดและพูดออกมา

             

          มอบเงิน นึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมารให้กับตระกูลหรือ ? ทั้งเนี่ยหมิง และผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ทำตาลุกวาวเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เนี่ยลี่ทำราวกับว่าเขาสามารถใช้เงินมากขนาดนั้นได้โดยไม่ต้องคิดอะไร

             

        เงินจำนวนนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมาร สามารถทำอะไรให้กับตระกูลได้มาก และด้วยเงินจำนวนนี้ พวกเขาสามารถที่จะจ้างผู้คุ้มกันระดับโกลด์ได้อย่างไม่ยากเย็น

             

        เนี่ยไห่และเนี่ยเอิน ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก เนื่องจากว่าเขาทราบดีว่าเนี่ยลี่นั้นร่ำรวยมากขนาดไหน เงิน นึ่งร้อยล้านเหรียญสำหรับเนี่ยลี่แล้ว อาจจะไม่ได้มากอะไรเลย แต่เงินจำนวนนี้จะสามารถทำให้ตระกูลบันทึกสวรรค์มั่นคงขึ้นอีกมากมาย

             

        ในตอนนี้พวกผู้อาวุโสคนอื่น ๆ เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเนี่ยไห่ถึงให้ความสำคัญกับเนี่ยลี่มากถึงเพียงนี้ ความรู้สึกไม่ชอบหน้าเนี่ยลี่ก็หายไปจากความคิดของพวกเขา ยังไงเสีย ตระกูลบันทึกสวรรค์ก็เป็นรากเหง้าของพวกเขา ถ้าสิ่งใดมีประโยชน์ต่อตระกูล พวกเขาก็พร้อมที่จะสนับสนุน และคนที่บริจาคสิ่งต่าง ๆ ให้กับตระกูลมากมายอย่างเนี่ยลี่นั้น สมควรได้รับการยกย่องจากทุกคน

             

        ต่อให้เป็นคนที่มีตำแหน่งต่ำที่สุดในตระกูล ถ้าเขาสามารถมอบเงิน นึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมารให้กับตระกูลได้ พวกเขาก็พร้อมที่จะยกย่อง

             

      หลังจากพวกเขาปรึกษากันไปหลายชั่วโมง เนี่ยไห่และคนอื่น ๆ ก็เริ่มที่จะทำตามแผนที่วางไว้ คือส่งคนไปยังสมาคมร่างทรงอสูร และสมาคมนักสู้ เพื่อที่จะจ้าง และรวบรวมกำลังพล

             

        สมาคมร่างทรงอสูร และสมาคมนักสู้ นั้นต่างจากสมาคมปรุงยาอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่มีอำนาจมากขนาดนั้น และทำได้เพียงให้ร่างทรงอสูรกับนักสู้ต่าง ๆ มาขึ้นทะเบียนเอาไว้ เพื่อที่คนเหล่านั้นจะได้ถูกจ้างไปทำงานให้กับตระกูลต่าง ๆ ด้วยวิธีการนี้ พวกเขาจะได้มีรายได้ไปจุนเจือครอบครัวได้ เพราะตระกูลใหญ่ ๆ นั้นมักจะจ้างคนเหล่านี้ไป เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตระกูล

             

        โดยปกติทุกตระกูลจะมีหน่วยคุ้มกันของตัวเองอยู่แล้ว แต่สำหรับตระกูลบันทึกสวรรค์ พวกเขาได้เลิกจ้างหน่วยคุ้มกันไปนานแล้ว เนื่องมาจากปัญหาทางการเงินที่มีมาก่อนหน้านี้ แต่ในตอนนี้ พวกเขาสามารถที่จะจ้างหน่วยคุ้มกันเหล่านั้นกลับมาได้อย่างหมดกังวล

             

         ยิ่งไปกว่าการมอบเงินนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมารให้กับตระกูล เนี่ยลี่ยังถ่ายทอดเทคนิคการบ่มเพาะพลังให้แก่ตระกูลอีกด้วย ทำให้คนในตระกูลสามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ และเพิ่มความแข็งแกร่งของตระกูลได้

             


  ณ ขณะเดียวกัน ที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์

             

        ที่ห้องโถงหลักของนายคลังของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นหมิง [沈冥]กำลังจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ภายในตระกูลอยู่ ทันใดนั้นเองก็มีชายหนุ่มสามคนเดินเข้ามา โดยคนที่เดินนำเขามานั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเสิ่นเฟย และตามมาด้วยผู้ชายหน้าโหดวัยยี่สิบต้น ๆ อีกสองคน

             
คารวะท่านผู้อาวุโสนายคลัง !”เสิ่นเฟยป้องมือขึ้นทำท่าเคารพ

             

คารวะผู้อาวุโสนายคลัง !” ชายทั้งสองคนโค้งคำนับผู้อาวุโสที่มีหน้าที่ดูแลฝ่ายคลัง เสิ่นหมิง โดยเด็กหนุ่มทั้งสองคนนี้เป็นคนจากตระกูลย่อยของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นสถานะของพวกเขาจึงต่ำกว่าเสิ่นเฟย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งกว่าเสิ่นเฟยก็ตาม

           
         “
อื้ม !!” เสิ่นหมิงพยักหน้ารับ และแอบถอนหายใจเบา ๆ ถึงแม้ว่าความสามารถของเสิ่นเฟยจะไม่ได้แย่ เพราะเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ สาม ดาว แต่เมื่อเทียบกับสมาชิกของตระกูลย่อยอย่างเสิ่นหนิง [沈宁]และเสิ่นเซี่ยว []แล้ว ก็ยังห่างชั้นกันมากนัก เสิ่นหนิงวัย ยี่สิบ ได้กลายเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ ห้า ดาว และเสิ่นเซี่ยววัย ยี่สิบสามปี ได้เป็นถึงร่างทรงอสูรระดับโกลด์ !

             

    พรสวรรค์ของทายาทตระกูลหลักนั้น เทียบไม่ได้เลยกับพรสวรรค์ของทายาทจากตระกูลย่อย ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เกิดขึ้นมาหลายชั่วอายุคนแล้ว

             
นายน้อยเสิ่นเฟย แน่ใจนะว่าท่านต้องการเข้าร่วมงานประลองในครั้งนี้ ?” เสิ่นหมิงถามอย่างสุภาพ

             

        “
แล้วท่านแน่ใจหรือไม่ ? ว่าเนี่ยลี่จากตระกูลบันทึกสวรรค์จะเข้าร่วมงานประลองนี้ด้วย เสิ่นเฟยถามกลับ เนื่องจากเรื่องเซี่ยวหนิงเอ๋อ หัวใจของเขาจึงเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อเนี่ยลี่ ดังนั้น เมื่อเขาได้ยินว่าตระกูลบันทึกสวรรค์เข้าร่วมงานประลองในครั้งนี้ด้วย ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของตัวเขาเองจะยังไม่มากนัก แต่เขาก็ต้องการเข้าร่วมแข่งขันในงานประลอง

             

       “
ข้าได้รับจดหมายตอบกลับจากตระกูลบันทึกสวรรค์แล้ว และเป็นที่ยืนยันอย่างแน่ชัดแล้วว่า ตระกูลบันทึกสวรรค์จะเข้าร่วมงานประลอง ซึ่งเจ้าเนี่ยลี่นั่น ก็เข้าร่วมด้วย เสิ่นหมิงตอบอย่างช้าๆ


             
        “และเพราะเหตุนี้ ข้าจึงต้องเข้าร่วมงานประลองในครั้งนี้ ข้าจะเหยียบเจ้าเด็กนั่นให้จมดิน และจะทรมานมันให้ถึงที่สุด !” เสิ่นเฟยพูด ดวงตาของเขาแสดงถึงความเย็นชา และเมื่อคิดถึงเซี่ยวหนิงเอ๋อ หัวใจของเขาก็ยิ่งทวีความเกลียดที่มีต่อเนี่ยลี่ยิ่งขึ้นไปอีกจบตอน...





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง