test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

21 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 76 ให้อภัย







     เมื่อเนี่ยลี่ได้ทำการฝึกฝนมากขึ้น เขาก็ยิ่งอยากจะรู้ถึงความสามารถในการต่อสู้ของแพนด้าเขี้ยวอสูรมากขึ้นด้วยแต่ทันในนั้นเอง ก็มีคนสองคนปรากฏกายออกมาอย่างรวดเร็วจากป่าฝั่งตรงข้าม





  “หืมมม ?” เนี่ยลี่ขมวดคิ้ว ยืนนิ่งและมองไปทางนั้น





     ฟึ่บ ! ฟึ่บ !







  ทั้งสองคนหยุดตรงหน้าเนี่ยลี่  เขาทั้งคู่คือเนี่ยเสี่ยวเฟิง และเนี่ยเสี่ยวยื่อ







     “เจ้าเป็นใครถึงกล้าบังอาจบุกรุกเข้ามาในตระกูลบันทึกสวรรค์ของเรา !” เนี่ยเสี่ยวเฟิงกับเนี่ยเสี่ยวยื่อ กล่าวพร้อมจ้องไปยังร่างของเนี่ยลี่ เพราะว่าหลังจากที่รวมร่างกับแพนด้าเขี้ยวอสูรแล้ว ร่างกายของเนี่ยลี่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เขาตัวใหญ่ขึ้น ผิวหนังก็ปกคลุมไปด้วยขนสีดำและสีขาว ดังนั้นจึงไม่แปลกนักที่ทั้งสองคนจะจำเนี่ยลี่ไม่ได้







      “พวกเจ้านั่นเอง !” เนี่ยลี่กล่าว โดยยังยืนอยู่ที่เดิม







       สองพี่น้องคู่นี้ชอบแกล้งเขาในชีวิตที่แล้ว แต่มันก็เป็นเพราะเรื่องความขัดแย้งภายในตระกูล ระหว่างแต่ละกิ่งตระกูล อย่างไรก็ตาม ในวาระสุดท้ายของเมืองกลอรี่ ทั้งคู่ก็ได้ยืนหยัดต่อสู้กับสัตว์อสูรที่บุกเข้ามาในเมืองจนสิ้นชีพ ดังนั้นเนี่ยลี่จึงไม่คิดจะทำร้ายพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะของพวกเขาในตระกูล ก็ไม่สามารถเทียบกับเนี่ยลี่ในตอนนี้ได้เลย และเนี่ยลี่เองก็ไม่ได้คิดว่าทั้งคู่เป็นศัตรูด้วยซ้ำ



   

ร่างกายของเนี่ยลี่หดลงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นรูปลักษณ์เดิม





ข้าเอง !” เนี่ยลี่ตอบรับ







เนี่ยลี่ ? นั่นเจ้าหรือ ?”







       เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อจ้องมองเนี่ยลี่ด้วยความประหลาดใจ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยากสำหรับพวกเขา หรือว่าภาพที่เขาเห็นก่อนหน้านี้จะเป็น เนี่ยลี่ที่รวมกับจิตอสูร ? เมื่อมองไปที่ซากหัก ๆ ของต้นไม้พวกนั้น นัยน์ตาของพวกเขาก็ฉายแววออกถึงความกลัวขึ้นมาในทันที







       พวกเขาพึ่งทราบว่าเนี่ยลี่พึ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์ 1 ดาว พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าตอนนี้ เนี่ยลี่จะกลายมาเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ สถานการณ์ตรงหน้าทำให้พวกเขารู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก







        ในช่วงเวลาไม่นานมานี้  เนี่ยเหว่ยได้สูญเสียตำแหน่งผู้อาวุโสของตระกูลไป ทำให้สถานะของพวกเขาสองพี่น้องในตระกูลด้อยลงด้วย ถึงแม้เรื่องนี้จะทำให้พวกเขาหดหู่ใจเป็นอันมาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดจะแก้แค้นอะไร พวกเขาเพียงแค่หงุดหงิดและไม่เข้าใจสถานการณ์เท่านั้น อีกทั้งมีข้อห้ามระบุไว้ตั้งแต่ก่อตั้งตระกูล ว่าห้ามมิให้กิ่งตระกูลภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ต่อสู้กันเอง หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างหนัก







        ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้ สถานะของเนี่ยลี่ในตระกูลนั้น หาคนเทียบได้ยากยิ่งนัก ตั้งแต่ที่เนี่ยไห่ประกาศว่า ยาทิพย์ต่าง ๆ ที่เขาแจกจ่ายให้แก่คนในตระกูลนั้น ทั้งหมดได้มาจากเนี่ยลี่ และเนี่ยไห่เองก็สนับสนุนเนี่ยลี่อย่างเห็นได้ชัด







       ไม่ว่าใครก็ตามที่สร้างคุณประโยชน์ให้ตระกูลมหาศาลขนาดนี้ ก็สมควรได้รับการยกย่อง







     ยิ่งมาในตอนนี้ ที่พวกเขาทราบว่า เนี่ยลี่ได้ฝึกฝนไปจนถึงระดับซิลเวอร์แล้วนั้น พวกเขาก็ยิ่งชื่นชมในตัวเนี่ยลี่มากขึ้นอีก







        ทางด้านเนี่ยลี่นั้น เมื่อถูกรบกวนการฝึก เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะฝึกต่อ หลังจากที่จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะกลับที่พัก







      เมื่อเนี่ยเสี่ยวยื่อและเนี่ยเสี่ยวเฟิงเห็นดังนั้น จึงทราบได้ว่าเนี่ยลี่รู้สึกไม่พอใจในการกระทำของพวกเขา ถึงแม้ว่าด้วยสถานะของเนี่ยลี่ในตอนนี้จะสูงขนาดไหน แต่เนี่ยลี่ก็ไม่ได้จัดการกับพวกเขาสองพี่น้องที่เคยแกล้งเนี่ยลี่เอาไว้ ซึ่งนับว่าพวกเขาโชคดีมากแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่สบายใจที่จะเห็นเนี่ยลี่กลับไป เพราะถูกรบกวนโดยพวกเขาแบบนี้







     ทันใดนั้นเอง เนี่ยเสี่ยวยื่อจะรีบรุดเข้ามา พร้อมกับพูดว่า “เนี่ยลี่ ช้าก่อน !







     “มีอะไรงั้นรึ ?”เนี่ยลี่หันกลับมา และมองไปที่สองพี่น้อง







    เนี่ยเสี่ยวยื่อหน้าแดง พร้อมกับอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไปสักพักหนึ่ง พร้อมกับพูดออกมาว่า







        “เนี่ยลี่ พวกข้าขอโทษเจ้าด้วย สำหรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พวกข้าต้องขอโทษจริง ๆ !!





 เนี่ยเสี่ยวเฟิ่งก็ก้มหัวของเขาลงเล็กน้อย พร้อมกับกล่าวว่าหากเจ้าต้องการแก้แค้นพวกข้า พวกข้าก็จะไม่ขัดขืน







        ถึงแม้ว่าเนี่ยเสี่ยวยื่อกับเนี่ยเสี่ยวเฟิงมักจะถือตัวกับเขาไปสักนิด ในชีวิตที่แล้ว แต่พวกเขาก็เป็นคนที่ ในยามที่ตระกูลบันทึกสวรรค์เกิดปัญหา พวกเขาก็พร้อมที่จะอาสาเข้ามาช่วย ดังนั้น มันจึงเป็นเหตุผลที่เนี่ยลี่ไม่อยากจะสร้างความยุ่งยากให้แก่พวกเขา และเมื่อเนี่ยลี่ได้ฟังคำขอโทษจากปากของสองพี่น้องคู่นี้แล้ว เขาก็ยิ้มออก พร้อมกับโบกมือเล็กน้อย และพูดว่า “ข้าให้อภัยพวกเจ้าทั้งสอง







      เมื่อได้ยินเนี่ยลี่พูดดังนั้น เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อถึงกับมึนงงไปชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยลี่จะให้อภัยพวกเขาง่ายขนาดนี้ พวกเขาไม่รู้จะทำตัวอย่างไรต่อสถานการณ์นี้เลย







     เนี่ยลี่กล่าวต่อไปอีกว่า “ข้าไม่ใช่คนที่ใจร้ายใจดำขนาดนั้น แล้วข้าได้ยินมาว่าท่านเนี่ยไห่ไม่ได้แบ่งยาทิพย์ให้กับพวกเจ้า สาเหตุเพราะพวกเจ้าไม่ถูกกับข้า 

      ทันใดนั้นเอง เนี่ยหลี่ก็นำยาทิพย์จำนวนหนึ่งออกมาจากแหวนห้วงมิติของเขา แล้วก็โยนมันไปให้กับเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อ และกล่าวว่า “นี่คือส่วนของเจ้า คิดเสียว่าเป็นของขวัญจากข้า





    เมื่อพูดจบ เนี่ยลี่ก็หันหลังกลับ และเดินจากไปอย่างช้า ๆ







     เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อมองที่ยาทิพย์ในมือของพวกเขา พร้อมกับมองไปที่ร่างของเนี่ยลี่ที่กำลังจากไป พวกเขาก็อดที่จะตื้นตันใจไม่ได้







       “ถึงแม้พวกข้าจะแกล้งเขาไว้มากขนาดนั้น เนี่ยลี่ก็ยังมีน้ำใจที่จะแบ่งยาพวกนี้ให้กับพวกข้า!! เมื่อก่อนนี้พวกข้าไม่น่าทำสิ่งแย่ ๆ กับเขาเลยเนี่ยเสี่ยวเฟิงรำพึงรำพัน พร้อมกับกล่าวโทษตัวเอง ยิ่งมองเห็นเนี่ยลี่กำลังเดินจากไป เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด







 “ใช่แล้ว หากเปรียบกับเนี่ยลี่แล้ว พวกข้ามันช่างน่าละอายยิ่งนัก





    “ท่านพี่ เนี่ยหลี่นั้นช่างเป็นคนที่จิตใจกว้างขวาง นอกจากเขาจะไม่แก้แค้นพวกข้าแล้ว เขายังมอบยาทิพย์นี่ให้พวกข้าอีก   ข้าอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้จริง ๆ !” เนี่ยเสี่ยวยื่อกล่าวบ้าง







     เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อยังเด็กนัก พวกเขาอาจจะก้าวร้าวไปบ้าง แต่ตัวตนจริง ๆ ของพวกเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ในครั้งนี้ พวกเขาทั้งคู่รู้สึกผิด และขอโทษเนี่ยลี่จากใจจริง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าเนี่ยลี่จะมีใจกว้างขวางต่อพวกเขามากขนาดนี้ พวกเขารู้สึกผิดต่อเนี่ยลี่อย่างมาก หากในอนาคตเนี่ยลี่ต้องการให้พวกเขาไปทำไร พวกเขาจะไม่มีทางปฏิเสธอย่างแน่นอน !







     เมื่อถึงยามค่ำ ในสวนหลังบ้านของเนี่ยลี่ พลังงานวิญญาณอันบริสุทธิ์ได้แผ่ออกมาจากหม้อจิตอสูรฝันร้ายเนี่ยลี่เองก็ดูดกลืนพลังงานนั้นอย่างไม่หยุดยั้ง และเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้มาเป็นของเขาเอง







  เนี่ยลี่รู้สึกได้ว่าระดับพลังของเขาได้เพิ่มขึ้นไปอีกระดับแล้วในขณะที่เนี่ยลี่กำลังฝึกฝนอยู่นั่นเอง ก็มีใครบางคนเคาะประตูขึ้น







  “เข้ามาได้ !” เนี่ยลี่ตะโกนกลับไป แต่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม







     หลังจากนั้นสักครู่ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งรีบร้อนเดินเข้ามา คนที่เดินนำเข้ามานั้นคือเนี่ยไห่ ตามมาด้วยเนี่ยเอินและเหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ รวมทั้งบิดา(เนี่ยหมิง) และลุงของเขา(เนี่ยไค่) ด้วย







    เนี่ยลี่มองด้วยความแปลกใจ และพลางถามว่า “เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ ? ทำไมพวกท่านถึงมากันเยอะถึงเพียงนี้?”







    เมื่อพวกเขาเห็นเนี่ยลี่ไม่ลุกขึ้นแสดงความเคารพต่อเนี่ยไห่ แถมยังถามคำถามย้อนกลับไปที่เนี่ยไห่ ผู้เป็นผู้นำตระกูลอีก สิ่งนี้ทำให้เนี่ยหมิงและเนี่ยไค่อดรู้สึกกังวลไม่ได้ พวกเขารีบมองไปที่เนี่ยไห่ และพบว่าเนี่ยไห่ไม่ได้ถือโทษโกรธอันใด พวกเขาก็สบายใจ







   พวกเขายังแอบคิดกับตัวเองว่า “เมื่อกลับไป ข้าคงจักต้องอบรบเนี่ยลี่สักหน่อยแล้วถึงแม้ว่าเนี่ยลี่จะมีสถานะสูงเพียงใด เขาก็ไม่ควรทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้ แต่ควรจะสุขุมให้มากกว่านี้







   นั่นคือเด็กคนนั้น ที่ครั้งหนึ่งเคยนับถือเนี่ยไห่ด้วยความเคารพจริง ๆ น่ะหรือ ?







     เนี่ยลี่ในวันนี้ไม่เหมือนในอดีต ในตอนนี้ แม้แต่ร่างทรงอสูรระดับตำนาน เขาก็อาจจะไม่ได้รู้สึกเคารพเลยด้วยซ้ำเพราะในชาตินี้ เขาจะต้องกลายมาเป็นผู้นำของเหล่ามนุษย์ และเขาจะไปต่อสู้กับจักรพรรดิปราชญ์ และช่วยเมืองกลอรี่ให้พ้นจากภัยพิบัติให้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงก้าวแรกของเขาเท่านั้น





    ประสบการณ์ของเนี่ยลี่มากกว่าทุกคนในเมืองกลอรี่รวมกันเสียอีก !จบตอน






แปลโดย - มินนี่ งิงิ (แปลตรงไปปะนี้ -.-) 

คลิกเพื่อไปหน้าโฆษณาสนับสนุนเพจ

บทต่อไป




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง