test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 68 สมบัติอันหาที่เปรียบมิได้!



                ยาทิพย์ที่เนี่ยลี่หยิบออกมาอย่างลวก ๆ นั้น มันเทียบได้กับความมั่งของของตระกูลชั้นสูงตระกูลหนึ่งเลยทีเดียว





               เนี่ยลี่ได้มอบสูตรยาทิพย์จำนวนมากให้แก่สมาคมปรุงยา ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ที่พวกเขาได้รับแล้ว สมาคมปรุงยาต้องทำอย่างดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำให้เนี่ยลี่โดยจัดหาทุก ๆ สิ่งที่เขาต้องการมาให้  จำนวนของยาทิพย์ที่พวกเขามอบให้เนี่ยลี่เป็นจำนวนถึงหนึ่งในห้าส่วนของจำนวนยาทิพย์ทั้งหมดของสมาคมปรุงยา ทำให้สามารถพูดได้ว่านอกจากสมาคมปรุงยาแล้ว เนี่ยลี่นั้นเป็นคนที่มียาทิพย์จำนวนมากที่สุดในมือ





               “นอกจากยาบำรุงวิญญาณ ยาผสานวิญญาณ และยาดับวิญญาณ  ข้ายังมียาเสริมพลังกายสีชาดและยาเปลี่ยนรูปทั้งเก้า...

เนี่ยลี่ตั้งใจหยุดการพูดเอาไว้





               เนี่ยลี่มีแม้กระทั้งยาเสริมพลังกายสีชาดและยาเปลี่ยนรูปทั้งเก้า? แววตาของเนี่ยเอินและเนี่ยไห่ได้ลุกโชนขึ้นด้วยความพรั่นพรึง





               “สำหรับยาล้ำค่าเหล่านี้แล้ว ท่านผู้นำตระกูล ท่านคงไม่คาดหวังให้ข้ามอบยาพวกนี้ให้แก่ตระกูล โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน  ถูกต้องไหม?” คำพูดของเนี่ยลี่หมายถึง ว่าถ้าเนี่ยไห่ต้องการยาเหล่านั้น เขาจะต้องมีศักยภาพเพียงพอที่จะให้ข้อเสนอดี ๆ กลับมาเป็นการแลกเปลี่ยน





               “แน่นอน ทรัพย์สินส่วนตัวของสมาชิกภายในตระกูลจะถูกตระกูลปกป้องเนี่ยไห่รีบพูดอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เขานั้นค่อนข้างเศร้าใจเล็กน้อย และครุ่นคิดว่าสิ่งใดกันที่เขาสามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับเนี่ยลี่ได้





               ทันใดนั้นเนี่ยเอินได้ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาและพูดว่า ถูกต้องแล้ว ท่านผู้นำตระกูล ตระกูลของเรามีประวัติศาสตร์มายาวนานโดยผ่านการสืบทอดมาแล้วหลายรุ่น พวกเราน่าจะมีสมบัติบางสิ่งที่ได้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในเมื่อเนี่ยลี่ได้ถูกรับเลือกให้เข้าสู่ชั้นเรียนผู้มีพรสววรค์ เพื่อเป็นการตอบแทนเขา พวกเราควรจะให้เนี่ยลี่เข้าไปยังห้องสมบัติและเลือกสมบัติกลับไปสักชิ้น?”





               ห้องสมบัติของตระกูลบันทึกสวรรค์?หัวใจของเนี่ยลี่เต้นแรงขึ้น เมื่อชีวิตที่แล้วของเขา  ตัวเขานั้นยังไม่เคยเข้าไปยังห้องสมบัติของตระกูลมาก่อน ในฐานะตระกูลที่สืบสายเลือดของท่านผู้นำที่มีเพียงแค่สิบคนในยุคอาณาจักรวายุเหมันต์  พวกเขานั้นเป็นตระกูลที่มีการสืบทอดอย่างยาวนาน  เป็นไปได้ว่าอาจมีสมบัติล้ำค่าอยู่บ้างภายในห้องสมบัติของตระกูลเขา





               สมบัติส่วนใหญ่ที่ได้รับสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ยุคโบราณเป็นดั่งของไร้ค่าสำหรับเนี่ยไห่และคนอื่นๆ ในเมื่อพวกเขานั้นไม่สามารถรู้ว่าจะใช้ของพวกนั้นได้อย่างไร แต่ว่าสำหรับเนี่ยลี่แล้วมีความแตกต่างกัน เขาได้ตรวจสอบสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนมาแล้วในชีวิตที่แล้วของเขา ทำให้สมบัติที่ล้ำค่าไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเนี่ยลี่ไปได้





               “ท่านอาวุโสเนี่ยเอิน ท่านรับยาเสริมพลังกายสีชาดนี้ไป และใช้มันเมื่อท่านกลับไปถึงตระกูล ยานี้นั้นจะส่งผลมหาศาลในการเสริมพลังกายของนักสู้ เนี่ยลี่ได้ส่งยาเสริมพลังกายสีชาดให้แก่เนี่ยเอินและพูดขึ้น





               “ขอบใจมาก เนี่ยลี่!” เนิ่ยเอินในตอนนี้อารมณ์ของเขานั้นค่อนข้างสั่นไหว ราคาของยาเสิรมพลังกายสีชาดได้พุ่งสูงอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุไฟ โดยมีเรื่องเล่ากันว่าราคาของยาเสริมพลังกายสีชาดเพียงเม็ดเดียวก็มีราคาสูงกว่า หนึ่งล้านเหรียญจิตมาร





               ขณะนี้นั้น ดวงตาของเนี่ยไห่เริ่มมีสีแดงเล็กน้อย(ไม่รู้ร้องไห้ หรือ โกรธ) ยาเสริมพลังกายสีชาดไม่ได้เป็นประโยชน์เพียงเฉพาะนักสู้เท่านั้นแต่ยังมีผลลัพธ์มากมายต่อร่างทรงอสูรอีกด้วย





               “เนี่ยลี่ ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นเป็นตระกูลของเจ้า ดังนั้น สมบัติของตระกูลบันทึกสวรรค์ก็เป็นเหมือนสมบัติของเจ้าเช่นกัน ถ้ามีสิ่งใดที่เจ้าต้องการอยู่ภายในห้องนั้น เจ้าสามารถเอามันไปได้ทั้งหมดเท่าทีต้องการ!” เนี่ยไห่รีบพูดประสมโรงเข้ากับเนี่ยเอิน สมบัติที่เหลืออยู่ในห้องสมบัติล้วนเป็นสมบัติที่ไม่สามารถใช้ทำสิ่งใดได้ เขาหวังให้เนี่ยลี่เข้าไปและหยิบสมบัติมากเท่าที่จะมากได้ภายในห้องสมบัตินั้น เพราะยาทิพย์ทั้งหลายที่เนี่ยลี่จะได้มอบให้แก่ตระกูลก็มีค่าเกินกว่าทั้งตระกูลบันทึกสวรรค์รวมกันแล้ว





               “ข้ารู้สึกแปลกใจในความใจกว้างของท่านผู้นำตระกูลยิ่งนัก มันดูเหมือนว่าตัวข้านั้นจะมีความเข้าใจผิดต่อท่านผู้นำตระกูลมาเป็นเวลาแสนนาน ยาเสริมพลังกายสีชาดเม็ดนี้ข้าขอมอบให้ท่านผู้นำโดยถือว่าเป็นเสมือนของขวัญของตัวข้า และภายหลังเมื่อข้าได้ไปยังห้องสมบัติและได้เลือกสมบัติแล้ว ข้าจะมอบยาเสริมพลังกายสีชาดและยาเปลี่ยนรูปทั้งเก้าอย่างละ หนึ่งร้อย เม็ดให้แก่ตระกูลของเรา ” เนี่ยลี่พูดด้วยท่าทีแจ่มใส ในเมื่อตัวเขามียาทิพย์อยู่เป็นจำนวนมากแล้ว การให้ไปเล็กน้อยก็ไม่ถือว่ามากมายอะไร



               เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยลี่ ดวงตาของเนี่ยไห่เบิกกว้างขึ้น และแทบรอไม่ไหวที่จะได้กลับไป



               การประมูลนั้นยังคงดำเนินต่อไป โดยการประมูลของยาทิพย์ได้จบลงไปเรียบร้อยแล้ว



               เหลยโจ๋วและเจียงหมิงชำเลืองสายตาไปยังเนี่ยไห่



               “เนี่ยไห่นั้นต้องแสร้งทำว่ารวยมากเป็นแน่ หลังจากได้ใช้เงินไปจำนวน สองล้านจิตมารเพื่อซื้อของจำนวนมาก ทำให้ในตอนนี้ไม่เหลือเงินในการสู้ราคาของยาทิพย์ เหลยโจ๋วพูดพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ



               เจียงหมิงได้พูดเสริมเช่นกันว่า แม้ว่าชุดเกราะระดับโกลด์จะเป็นของที่มีประโยชน์มาก แต่ก็ใช้ได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น ยังไม่นับว่ามันสามารถใช้ได้ในการต่อสู้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น  และยังไม่คุ้มค้าเท่าการซื้อยาทิพย์  เนี่ยไห่ในตอนนี้คงกำลังเสียใจในสิ่งที่เขาทำไปจนทำให้ท้องไส้ของเขาปั่นป่วนอยู่เป็นแน่!”



               แต่ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือเนี่ยไห่ได้รับยาทิพย์จำนวนมากจากเนี่ยลี่ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะทำให้เขามีความสนใจในยาทิพย์เหล่านั้นที่อยู่ในการประมูลได้อย่างไร



               เพียงแต่ในตอนที่พวกเขากำลังพูดกันอยู่นั้น เนี่ยลี่ได้เริ่มสู้ราคาราวกับคนบ้า เขายังคงซื้อของอย่างต่อเนื่องด้วยราคาที่สูงกว่า ห้าถึงหกแสนเหรียญจิตรมาร ตราบเท่าที่ของเหล่านั้นยังคงมีความน่าสนใจเขาก็จะทำการสู้ราคา ในเมื่อเนี่ยลี่ในตอนนี้มีเงินอยู่เป็นจำนวนมากจนกระทั่งไม่สามารถใช้ได้หมด ทำไมไม่เปลี่ยนเงินเหล่านั้นมาสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายดีกว่าปล่อยให้เงินพวกนั้นกินเนื้อที่ในวงแหวนห้วงมิติลี้ลับไปเปล่า ?



               “อ้าว ไม่ใช่ว่าตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นไม่เหลือเงิน แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่สนใจยาทิพย์เหล่านั้นต่างหาก!”



               ใบหน้าเหลยโจ๋วและเจียงหมิงและร้อนผ่าว เลวมาก เมื่อไหร่กันที่ตระกูลบันทึกสวรรค์มีความร่ำรวยเช่นนี้? ในตอนนี้ พวกเขาทั้งสองต่างรู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก



               หลังจากการประมูลผ่านไปครึ่งชั่วยามเนี่ยลี่ได้ซื้อของมาแล้วมากกว่า สิบสอง ชิ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีของชิ้นไหนเลยที่ทำให้เนี่ยลี่รู้สึกตื่นเต้นได้ สิ่งนี้เป็นเหตุให้เขารู้สึกเบื่ออยู่บ้าง



               ในตอนนี้ หญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลได้เพิ่มเสียงให้ดังมากยิ่งขึ้น การพูดของนางราวกับได้ถือของลึกลับดำมืดเอาไว้ การประมูลของรอบนี้กำลังจะจบลงไม่ในช้า แต่ว่าพวกเรามีสมบัติล้ำค่าอันหาที่เปรียบไม่ได้ที่จะเริ่มประมูลกันในไม่ช้านี้



               เมื่อสิ้นเสียงของผู้ดำเนินการประมูล บุคคคลมากว่า ยี่สิบ คนได้เข้ามาสู่ห้องการประมูลนี้ พวกเขาถูกพาเข้ามาโดยเหล่าสาวสวยที่ได้นำพวกเขาไปยังบันไดซึ่งนำไปสู่ชั้น สาม ของห้องประมูลแห่งนี้



               ทั่งทั้งห้องการประมูลเริ่มเข้าสู่ความปั่นป่วน



               “ข้ารู้จักคนผู้นั้น เขาเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลเฟิงหมิง [凤鸣:เริงระบำ]ที่เป็นตระกูลชั้นสูง!”



               “นั่นเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลอวี้หลง [:ปีกมังกร!]”



               “คนนั้นเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลเสิ่นเซิ่ง [神圣:ศักดิ์สิทธิ์]



               ......



               “ทำไมพวกเขาเหล่านั้นถึงมายังที่แห่งนี้?”



               “ข้าได้ยินมาว่าตระกูลหงอวี้ได้รับสมบัติอันหาที่เปรียบมิได้มาจากหุบเหวซากทมิฬ ทำให้พวกเขาจัดการประมูลนี้ขึ้น และพวกเขาได้เชิญตัวแทนของตระกูลหลักทั้งสามและตระกูลชั้นสูงทั้งหกมาเข้าร่วมการประมูลนี้ด้วย!”



               ของทั้งหลายที่ได้ถูกประมูลไปก่อนหน้านี้ ไม่สามารถดึงความสนใจของอภิมหาอำนาจทั้งสามทั้ง ต้องไม่ลืมว่าพวกเขาสามารถได้ของพวกนี้มาจากการประมูลอื่น ๆ ได้ โดยเหตุผลเดียวที่ทำให้พวกเขามายังที่แห่งนี้เป็นเพราะการกล่าวว่ามีสมบัติล้ำค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้จากตระกูลหงอวี้



               “การค้นพบในหุบเหวซากทมิฬ พระเจ้า พวกเขากล้าเข้าไปยังซากทมิฬจริงรึ?


               ซากทมิฬ? เนี่ยลี่ระลึกความทรงจำของสถานที่แห่งนั้น ในชีวิตที่แล้วนั้น ตัวเขาไม่ได้เข้าไปยังสถานที่แห่งนั้น เขาเพียงแต่ได้ยินเกี่ยวกับมันจากบุคคลอื่น ซากทมิฬเป็นสถานที่ราวกับฝันร้าย มีเพียงยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์ขึ้นไปเท่านั้นที่กล้าเข้าไปยังที่แห่งนั้น ต้องไม่ลืมว่ายังมีสัตรอสูรน่ากลัวจำนวนมากได้เพิ่มจำนวนขึ้นอยู่ที่บริเวณนั้นอีกด้วย



               มันเป็นเรื่องเล่าก่อนที่จะเข้าสู่ยุคมืด ร่างทรงอสูรระดับตำนานได้อาศัยอยู่ในที่แห่งนั้น  จิตอสูรที่เขาได้รวมร่างด้วยนั้นเป็นจิตอสูรแห่งความน่ากลัวและสยองเป็นที่สุด เมื่อเขาได้จบชีวิตลงแล้ว  สถานที่แห่งนั้นก็ได้ถูกครอบงำโดยจิตอสูรแห่งฝันร้าย



               จิตอสูรแห่งผันร้ายเป็นเรื่องลึกลับและเป็นจิตอสูรชนิดหลอกหลอนประเภทหนึ่ง พวกมันมีพลังลี้ลับมากมายที่แม้แต่เนี่ยลี่ก็รู้เรื่องของพวกมันเพียงน้อยนิด และเป็นจิตรอสูรประเภทหนึ่งที่จับได้ยากเป็นอย่างยิ่ง



               ไม่มีผู้ใดรู้แน่ว่าเป็นสิ่งของใดที่ตระกูลหงอวี้ได้นำมาจากซากทมิฬ

 เนี่ยลี่เริ่มมีความรู้สึกคาดหวังในของชิ้นนี้ และสงสัยว่าของสิ่งใดกันที่ตระกูลฮองหยูนำมาประมูล




               ตัวแทนของตระกูลหลักทั้งสามและตระกูลชั้นสูงทั้งหกต่างเริ่มเข้าสู่ที่นั่งทีละคน บรรยากาศภายในการประมูลราวกับถูกแช่แข็ง ทุก ๆคนต่างมองไปยังสิ่งของที่ตระกูลหงอวี้จะนำออกมา จบตอน...



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง