test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 64 ข้าจะใช้เอง





เหลยจั๋ว มองไปรอบๆ เขาขี้เกียจที่จะเป็นวุ่นวายกับเนี่ยลี่ อีกต่อไป ไม่อยากจะเถียงกับเด็กที่มีสถานะที่ต่ำต้อย กว่าเขา

       เนี่ยลี่ มองไปที่ เนี่ยไห่ และเนี่ยเอิน และ กล่าวว่า “ของพวกนี้มีราคาเพียงเล็กน้อย ข้าจะจ่ายเงินซื้อพวกมันเอง
                   
        เนี่ยไห่ และ เนี่ยเอิน ยิ้มอย่างเศร้าๆ พวกเขามองที่ของอย่างอื่น พวกเขาดูเหมือนไม่มีศักดิ์ศรีเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยลี่ พวกเขาบอกเนี่ยลี่ว่า ไม่ต้องมากพิธีสำหรับพวกเขา ในตระกูล เด็กปกติทั่วๆไปกลัวที่จะพูดกับพวกเขา แต่เนี่ยลี่นั้นแตกต่างออกไป เขาสามารถจ้องหน้าพวกเขาและพูดคุยได้อย่างปกติ เมื่อชาติพบก่อนตอนเขายังมีชีวิต เมื่อเนี่ยลี่มองเนี่ยไห่และเนี่ยเอินเขามักจะกังวลอยู่เสมอเมื่อเจอพวกเขา อย่างไรก็ตามในชาติพบนี้ เนี่ยลี่เป็นผู้ที่มีสติปัญญาสมบูรณ์แบบแตกต่างไปจากเดิม พวกเขาไม่อาจทำให้เนี่ยลี่กลัวและกดดันในเรื่องใดๆได้เลย หรือต่อให้เป็นท่านปู่ของเอียจื่ออวิ๋น หรือท่านเอียมัว ที่อยู่ในระดับตำนาน ก็ตาม เมื่อเนี่ยลี่พูดเสร็จก็เข้าสู่ช่วงเริ่มต้นการประมูล
                  
        “ท่านแขกผู้มีเกียรติที่รัก สนามประมูลหงอวี้ของเรา ได้เตรียมสมบัติพิเศษมากมาย ซึ่งได้มาจากการค้นพบที่ซากปรักหักพังในเมืองโบราณ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะถูกใจมัน” ต่อจากนั้นก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งออกมาพูดซึ่งเสียงที่พูดฟังไพเราะราวกับเสียงของนางฟ้าซึ่งอยู่บนสวรรค์
                   
         “ สิ่งของที่จะถูกนำมาประมูลชิ้นแรก ได้ถูกค้นพบจากซากปรักหักพังของเมืองชิงเห๋อ [清河:น้ำใส] มันคือหยกที่แตกหัก เมื่อทำการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้วพบว่าพวกมันมีกลิ่นอายแผ่ออกมาจากตัวหยกมากมาย เริ่มต้นประมูลที่สนนราคา สามร้อยเหรียญจิตรมาร เท่านั้น”
                   
เมื่อสุภาพสตรีกล่าวเสร็จ พวกมันก็ถูกยกขึ้นมาวางบนถาด

                   “สามร้อยห้าสิบเหรียญจิตมาร

                   “สี่ร้อยเหรียญจิตมาร

                   “ห้าร้อยเหรียญจิตมาร
                  
         หลังจากราคาเพิ่มขึ้นถึงสองพันเหรียญจิตมาร ราคาของหยกที่แตกหักก็มาหยุดที่ตรงนี้ แม้ว่ามันจะมีพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากตัวของมันมาก แต่มูลค่าของมันมีราคาค่อนข้างมาก รายได้ต่อปีของชนชั้นสูง ซึ่งมีรายรับเพียงไม่กี่ล้านเหรียญจิตมารต่อปี เมื่อหักจากค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐานซึ่งค่าใช้จ่ายปริมาณมหาศาลประจำตระกูลแล้ว สองถึงสามพันเหรียญจิตมารสำหรับพวกเขาเป็นเงินที่มากสำหรับพวกเขา
                   
         เนี่ยไห่และเนี่ยเอินมองมาที่เนี่ยลี่ เนี่ยลี่ ชำเลืองมองดู จากสีของหยกแล้ว มันคือ หยกก่อเกิดความมืด ซึ่งเป็นของที่คุณภาพของมันนับว่าไม่เลว ถ้าจะนำมันมาใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอุปกรณ์ต่างๆ ราคาที่แท้จริงมันน่าจะอยู่ที่ สองถึงสามล้านเหรียญจิตมาร
                   
     เมื่อมองไปรอบๆห้องพิเศษไม่มีผู้ใดกล่าวสิ่งใด เนี่ยลี่จึงยกป้ายเสนอราคาขึ้น

        ตระกูลบันทึกสวรรค์ [天痕:เทียนเหิน] สองพันห้าร้อยเหรียญจิตมาร สองพันห้าร้อยเหรียญจิตมาร ครั้งที่ หนึ่ง
                  
สองพันห้าร้อยเหรียญจิตมาร ครั้งที่ สอง
                  
สองพันห้าร้อยเหรียญจิตมาร ครั้งที่ สาม
                  
       เหลยจั๋ว มองไปที่เนี่ยลี่อยู่ ด้วยหน้าตาที่บูดเบี้ยวพร้อมทั้งบ่นเบาๆ “เขาจะมีเงินสองพันห้าร้อยเหรียญจิตมารสำหรับจ่ายค่าหยกที่แตกหักชิ้นนี้จริงหรือพวกเขาจะใช้มันทำอะไร?      
      เนี่ยไห่ และเนี่ยเอินก็ยังไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตามเนี่ยลี่ บอกพวกเขาว่าข้าจะจ่ายเอง พวกเขาเลยไม่ได้กล่าวว่าอะไร          
         ในการประมูลสมบัติชิ้นต่อไป มันคือแหวนห้วงมิติ ทุกท่านโปรดมองมาที่ ของที่จะประมูลชิ้นนี้ เขายกแหวนขึ้นอย่างช้าๆ “ นี่คือแหวนห้วงมิติใช้สำหรับเก็บของ รูปร่างของมัน แพรวพราวสวยงามใสไร้ที่ติอย่างสมบูรณ์ และช่องเก็บของของมันก็มีพื้นที่ว่างมากกว่า สองร้อย ตารางเมตรมีรัศมีเป็นรูปวงกลม มันสามารถที่จะเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของแหวนห้วงมิติที่ถูกสร้างขึ้น มันถูกนำมาจากนักรบระดับขั้นโกลด์ท่านหนึ่ง ที่ไปค้นพบจากซากปรักหักพังโบราณเมืองหนิงโหยว [宁幽:เงียบสงบ] ซึ่งมันอันตรายมากและมีซากปรักหักพังรายล้อมมากมาย มันคือสมบัติจากซากปรักหักพังเมืองโบราณที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างมาก มีสมบัติมากมาย ถูกเก็บรักษาไว้ที่ปราสาทของท่านเจ้าเมือง….”
              
แหวนวงนี้ เริ่มต้นประมูลที่สนนราคา ห้าหมื่นเหรียญจิตมาร
                   
        เมื่อสุภาพสตรีกล่าวเสร็จก็มีเสียงพูดอื้ออึงไปทั้งสถานที่ประมูล “ในที่สุดของดีก็ออกมาจนได้” “แต่ราคาของชิ้นนี้มันแพงยิ่งนัก พวกเขาสนทนากันซักถามความคุ้มค่า สำหรับราคาที่ตั้งไว้ห้าหมื่นเหรียญจิตมาร
                   
        “มันคือแหวนเก็บของ ที่มีขนาดเนื้อที่เก็บของความจุมากมายมหาศาล ในการขายราคา ห้าหมื่นเหรียญจิตมาร นั้นไม่แพงเกินความจริงไปเลย” รายรับต่อเดือนของตระกูลบันทึกสวรรค์นั้น แค่เกือบจะ หนึ่งแสนเหรียญจิตมาร นอกจากนี้มันยังถูกใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของตระกูล มันเป็นเรื่องที่เกินความสามารถที่เนี่ยไห่และเนี่ยเอินจะซื้อมันได้
                  
บางตระกูลที่ร่ำรวยในชั้นล่างก็เริ่มเสนอราคา
                  
ห้าหมื่นหนึ่งพันเหรียญจิตมาร!
                  
ห้าหมื่นสามพันเหรียญจิตมาร! ………. 

ห้าหมื่นห้าพันเหรียญจิตมาร!
                  
       การเสนอราคากำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เหลยจั๋วยิ้มและพูดขึ้นว่า “ ท่านผู้อาวุโสเนี่ยไห่ ไม่สนใจหรือ? “งั้นข้าจะเริ่มเรียกแล้วนะ “ เจ็ดหมื่นเหรียญจิตมาร ! เมื่อเหลยจั๋วพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบลงในทันที หลังจากเวลาผ่านไปซักพัก ไม่มีผู้ใดเสนอราคามากไปกว่านี้


                   
       “ตระกูลหยินหู่ [พยัคฆ์เงิน] ให้ เพิ่มอีกเจ็ดพันเหรียญจิตมารมีผู้ใดที่จะให้ราคาสูงกว่านี้อีกไหมคะ สุภาพสตรีถามด้วยเสียงที่ไพเราะ
                  
        ถึงแม้ว่าเนี่ยลี่จะมีแหวนเก็บของเป็นของตัวเอง แต่พื้นที่ของมันค่อนข้างเล็ก มันมีพื้นที่เพียงแค่ใส่ การ์ดคริสตัลอสูรก็เต็มหมดแล้ว ไม่มีที่ว่างเพียงพอที่จะใช้ใส่ของอย่างอื่น แต่แหวนวงนี้มีพื้นที่ว่างมาก เนี่ยลี่จึงตัดสินใจในทันทีว่าจะไม่ยอมปล่อยมันให้ใคร
                  
      แหวนซึ่งมีพื้นที่ สองร้อย ตารางเมตร มีรัศมีเป็นรูปวงกลม ถ้า เขาพลาด เขาต้องพยายามอย่างมากที่จะหามันมาให้ได้ในอนาคต และมันคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะพบมัน
                   
        “หนึ่งแสนเหรียญจิตมาร” เนี่ยลี่พูดขึ้นพร้อมทั้งยกแขนชูป้ายราคาขึ้น เมื่อได้ยินเนี่ยลี่พูด เนี่ยไห่ และเนี่ยเอิน รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก หัวใจแทบจะหลุดออกมาจากร่างกาย

       มันราคาตั้งแสนเหรียญจิตมาร! พระเจ้าช่วย หนึ่งแสนเหรียญจิตมารนั้นมากกว่ารายได้ที่ตระกูลบันทึกสวรรค์ได้รับมาในแต่ละเดือนเสียอีก เนี่ยลี่ต้องการมันจริงๆ จะต้องใช้รายได้ทั้งเดือนเพื่อซื้อแหวนห้วงมิติวงนั้นหรือ?

                   
  “ตระกูลบันทึกสวรรค์เสนอราคา มาหนึ่งแสนเหรียญจิตมาร มีผู้ใดที่จะให้ราคาสูงกว่านี้อีกไหมคะ?”
                  
         สุภาพสตรีกล่าวท่ามกลางเสียงที่ดัง “หนึ่งแสนเหรียญจิตมาร” เหลยจั๋ว ถอนหายใจอย่างแรง เขาตะลึงเล็กน้อย ด้วยราคาที่ตั้งมานี้เขาไม่สามารถที่จะแบกรับไหว มันเป็นจำนวนเงินตั้งหนึ่งแสนเหรียญจิตมาร! เขาอ้าปากค้าง แม้ต้องการจะยกป้ายราคาขึ้นสู้แต่ก็กังวลว่านั่นอาจจะเป็นกับดักของตระกูลบันทึกสวรรค์ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่สู้ราคาของมันอีก
                   
        “ หนึ่งแสนเหรียญจิตมารครั้งที่หนึ่งผ่านไปค่ะ หนึ่งแสนเหรียญจิตมารครั้งที่สองนะคะ หนึ่งแสนเหรียญจิตมารครั้งที่สาม ขายค่ะ!” สาวงามก็เคาะค้อนลงบนโต๊ะประมูลอย่างแรง หนึ่งแสนเหรียญจิตมารนั่นจะกลายเป็นราคาครั้งหนึ่งที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ


                  
        เนี่ยลี่ ชำเลืองมองไปที่เนี่ยเอินและกล่าวขึ้นว่า “ ท่านผู้อาวุโส ท่านสามารถที่จะช่วยนำสมบัติทั้งสองชิ้นมาให้ข้าได้หรือไม่ข้าอาจจะต้องใช้แหวนเก็บของนั่นหลังจากนี้ นี่คือเงินท่านผู้อาวุโสช่วยเก็บไว้” เนี่ยลี่นำการ์ดคริสตัลอสูรออกมาสิบเอ็ดใบ
                  
          เนี่ยเอินดูมีความสุขมาก แม้ว่าเขาจะกลายเป็นคนที่ต้องเป็นผู้ที่ต้องไปประสานงานทำธุระให้เนี่ยลี่ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเขาจะดำรงตำแหน่งเป็นผู้อาวุโสของตระกูลบันทึกสวรรค์! อย่างไรก็ตามหลังจากดึงการ์ดผลึกคริสตันอสูรออกมา
                  
         เนี่ยเอินถอนหายใจ และรำพึงรำพันกับตัวเองว่า “ลืมมันและอดทนไว้” การ์ดคริสตัลอสูรจำนวนสิบเอ็ดใบ มูลค่าหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเหรียญจิตมาร มากกว่าราคาของสมบัติทั้งสองชิ้น โดยสนามประมูลจะต้องทอนเงินมาเจ็ดพันห้าร้อยเหรียญจิตมาร หลังจากเขาวิ่งทำธุระเรียบร้อยแล้วรับเงินไปเจ็ดพันห้าร้อยเหรียญจิตมาร โดยที่เขาไม่ต้องเสียสิ่งใดเลย
                   
        ตั้งแต่ตระกูลบันทึกสวรรค์มีผู้อยู่อาศัยมากมาย ในแต่ละเดือนมีรายรับเพียงน้อยนิดประมาณหนึ่งแสนเหรียญจิตมารต่อเดือน แต่แค่วิ่งทำธุระให้เนี่ยลี่ครู่เดียวได้เงินมาถึงเจ็ดพันห้าร้อยเหรียญจิตมาร เนี่ยไห่เห็นอย่างนั้นก็ต้องการที่จะช่วยทำมันเหมือนกัน
                   
        “ยากจนยิ่งนัก........เนี่ยไห่ถอนหายใจ อย่างเดียวที่เขารู้คือต้องเคร่งเครียดกับเรื่องวิกฤตการเงินของตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นอย่างมากจริงๆ หลังจากที่หักค่าเล่าเรียนฝึกวิชาของเด็กๆรุ่นใหม่ ตระกูลบันทึกสวรรค์ยังติดหนี้เขาอีกต่างหาก เนี่ยลี่นั้นร่ำรวยมาก และเป็นคนในตระกูลบันทึกสวรรค์ เขาจะต้องสร้างผลงานให้แก่ตระกูลแน่ อย่างไรก็ตามเนี่ยไห่ก็ไม่กล้าที่จะถามเนี่ยลี่ว่าสิ่งใดกันที่ทำให้สมาคมนักปรุงยามาติดต่อค้าขายกับตระกูลบันทึกสวรรค์กัน ……
                
        “ของที่นำมาประมูลชิ้นต่อไปเป็นยาอายุวัฒนะ ที่ถูกเก็บลงในขวดหยก มันถูกสร้างบางส่วนจากหยกไฟ มันสามารถรักษาอาการต่างๆได้เป็นอย่างดี มีสมุนไพร จากพืชหลากหลายชนิด! ได้รับมันมาจากการกู้ซากเรือที่จม เป็นของ เมืองในตำนาน แม่น้ำน้ำแข็ง..........

ตระกูลบันทึกสวรรค์ เสนอราคา หกพันเหรียญจิตมาร มีผู้ใดเสนอราคาอื่นอีกหรือไม่คะ
                
      “หกพันเหรียญจิตมารครั้งที่หนึ่งผ่านไป หกพันเหรียญจิตมารครั้งที่สอง หกพันเหรียญจิตมารครั้งที่สาม ขายค่ะ! ”                       
       ในการประมูลครั้งต่อไปเป็นชุดเกราะสวมใส่ระดับโกลด์ มองดูลวดลายที่บนชุดมาจากยุคโบราณจากอาณาจักรยุค วายุเหมันต์ เกราะชุดนี้สร้างขึ้นจากหนังของอสูรพยัคฆ์อัคคีที่ชั่วร้าย ซึ่งมันสูญพันธุ์จากอาณาจักรวายุเหมันต์ไปแล้ว ของชนิดนี้อยู่ในระดับโกลด์ ผู้ที่สามารถใช้มันได้มีเพียงจิตอสูรอสูรระดับโกลด์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เริ่มราคาประมูลที่ หกพันเหรียญจิตมาร

                 
        เมื่อมองไปที่ชุดเกราะระดับโกลด์นั้น เนี่ยลี่ตาลุกวาว เขายกป้ายราคาและกล่าวว่า “หนึ่งล้าน.....


                  
       ทุกๆคนพากันตะลึง ทุกอย่างในห้องประมูลเงียบสงัดไปชั่วขณะหนึ่ง เขาคือผู้ไม่ยอมมอบโอกาสให้ใครสามารถสู้ราคาได้เลย!


                   
      “เสี่ยวลี่ นี่เจ้าซื้อมันมาให้ข้าหรือขอบคุณเจ้ามาก” เนี่ยไห่ ออกอาการประหม่าลูบมือของเขา นี่คือชุดเกราะระดับโกลด์ เมื่อเขาสวมใส่มันจะต้องแข็งแกร่งขี้นอย่างน้อย สามในสิบส่วน หรือมากกว่านั้น เนี่ยลี่หันมามองเนี่ยไห่และบอกว่า “ใครบอกว่าซื้อให้ท่าน?”


                  
      “แต่ข้าเป็นร่างทรงอสูรระดับโกลด์เพียงคนเดียวในตระกูลบันทึกสวรรค์นะ!” เนี่ยไห่ ชะงักชั่วคราวก่อนที่จะพูด นอกจากเขาแล้วใครอื่นใดอีกเหรอที่สามารถสวมใส่ชุดระดับโกลด์อีก

                   
        “ ข้า จะเอามันไปใช้เองเนี่ยลี่ กล่าว เนี่ยไห่อ้าของเขาปากค้าง หลังจากได้ยินคำพูดเนี่ยลี่ เนี่ยไห่ จากอารมณ์สนุกสนานก็ชะงักลง เนี่ยไห่เสียใจทำหน้าเหมือนคนอกหักโดนผู้หญิงทิ้ง  จบตอน






เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง