test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 59 การเยี่ยมเยือนของผู้อำนวยการหยาง




        หลายปีที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่ของตระกูลบันทึกสวรรค์ที่ได้เข้าสู่ชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์มีจำนวนเพียงแค่ สิบสองคน ถึงแม้ว่าพวกเขานั้นจะไม่เข้าสู่ชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์ ก็ไม่ได้หมายความหมายพวกเขาไม่มีคุณค่าสำหรับการคอยเลี้ยงดู  อย่างไรก็ตามพวกคนที่เข้าสู่ชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์ได้ เป็นพวกที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่ง เป็นการประสบซึ่งความสำเร็จอย่างน่าตกใจสุด ๆ


       


        เนียลี่ เจ้าจะพูดอะไรแก้ต่างให้ตัวเจ้าเองหรือไม่ ? ทำไมเจ้าถึงได้ทำการลบหลู่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ?” เนียไห่ได้มองและทางเนียลี่และถามขึ้น ในมุมมองของเขานั้น ในหมู่คนรุ่นใหม่นี้ เนียลี่นั้นไม่ใช่คนที่จะไปมีเรื่องกับชาวบ้านโดยปราศจากซึ่งเหตุผล ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เนียลี่ยังได้รับเลือกให้เข้าสู่ชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์ที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เขานั้นมีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะได้สนับสนุนอย่างเป็นพิเศษ




       

 ท่านหัวหน้าตระกูล มันเป็นเรื่องจริงที่ข้าได้มีปัญหากับคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์และนำปัญหามาสู่ตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรา อย่างไรก็ตาม ข้านั้นไม่ได้แก้ไขมันแล้วหรอกหรือ?” เนียลี่กล่าว เขานั้นทั้งไม่ประจบสอพลอและทำตัวเย่อหยิ่ง เขายังคงแสดงความเคารพต่อเนียไห่ หลังจากได้กำเนิดใหม่ เขาไม่ได้เผชิญหน้ากับคนระดับสูงอย่างเนียไห่เช่นคนขี้ขลาดอีกต่อไป สภาวะจิตใจของเนียลี่นั้นได้ก้าวสูงกว่าคนเหล่านี้ไปเรียบร้อยแล้ว




        

              เนียไห่มองไปยังเนียลี่ ด้วยความตกใจเล็กน้อย เขามีความรู้สึกว่าวันนี้เนียลี่นั้นไม่เป็นเช่นที่เคยเป็นมา โดยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขา เนียลี่ไม่ได้ตื่นตกใจ เขาเผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลด้วยความมั่นใจและสง่างาม




        

อะไรนะ มันช่างตลกยิ่งนัก พวกเรานั้นถูกช่วยเหลือไว้โดยสมาคมนักปรุงยา และดังนั้นก็ได้ขจัดเสียซึ่งแรงกดดันจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ สมาคมนักปรุงยาจำเป็นต้องการความช่วยเหลือของพวกเราซึ่งสมุนไพรหลายชนิดเพื่อแลกเปลี่ยนกับพวกเราชาวตระกูลบันทึกสวรรค์ มันไปเกี่ยวกับเจ้าเรื่องอะไรกัน? ความสามารของเจ้าที่ได้อ้างว่าได้แก้ปัญหาให้แก่ตระกูลบันทึกสวรรค์มันช่างใหญ่โตเสียนี่กระไรเนียเสี่ยวยื่อ พูดสวนกลับไป




        

                 เมื่อได้ยินคำกล่าวของเนียเสี่ยวยื่อ เนี่ยลี่ค่อย ๆ มองไปยังเนียเสี่ยวยื่อและเนียเหว่ย พร้อมกับกล่าววา นั่นช่างเป็นเรื่องที่น่าขันนัก ตำแหน่งของสมาคมนักปรุงยาภายในเมืองกลอรี่นั้นไม่ธรรมดาไม่สามารถเทียบกับตระกูลหลักทั้งสามได้ ทำไมพวกเขาถึงได้ช่วยพวกที่อ่อนแอ เช่นตระกูลเล็ก ๆ อย่างตระกูลบันทึกสวรรค์? ที่มันเป็นเช่นนี้เพราะว่าตระกูลบันทึกสวรรค์รู้วิธีการปลูกสมุนไพรเช่นนั้นหรือ ? ยังมีอีกหลายตระกูลมากมายข้างนอกนั่นที่รู้ถึงวิธีการปลูกสมุนไพรเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมพวกเขาถึงได้ให้ส่วนแบ่งถึง สามส่วน ของผลผลิตแก่ตระกูลบันทึกสวรรค์กัน?




        

           เนียไห่และผู้อื่นต่างก็ตกใจเล็กน้อย สิ่งนี้ก็เป็นคำถามที่แฝงอยู่ในใจของพวกเขาเช่นกัน สมาคมนักปรุงยาไม่ได้เพียงแต่ช่วยเหลือตระกูลบันทึกสวรรค์ แต่พยายามให้พวกเขาอยู่ในด้านที่รับผลประโยชน์สูงด้วย อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างก็สงสัยว่าทำไมสมาคมที่เก่าแก่และทรงอำนาจเช่นสมาคมนักปรุงยา จึงได้พยายามที่จะให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบเช่นนี้ ? มันไมค่อยสมเหตุสมผลเท่าใดนัก




        

           เมื่อได้เห็น ท่าทีสงบไม่เปลี่ยนไปของเนียลี่ ไม่ว่าทั้งเนียไห่ เนียเหว่ย เนียเอิน หรือ เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลบันทึกสวรรค์ พวกเขาต่างก็สงสัย เรื่องทั้งหมดสามารถเชื่อมโยงไปถึงเนียลี่ได้เช่นนั้นหรือ?




        

            พ่อของเนียลี่ เนียหมิงที่อยู่ใกล้ ๆ ได้เห็นว่าเนียลี่ได้โต้เถียงกับท่านอาวุโส ผู้ควบคุมกฎ  และเขานั้นได้วิตกเป็นอย่างมากในตอนนี้ เขาไม่มีแม้กระทั่งการเพาะบ่มพลัง และเป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งของสาขาของตระกูล ซึ่งตัวเขานั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง เมื่อเขาได้เห็นภาพเบื้องหน้าเขา เขารีบคุกเข่าลงโดยเร็วและพูดว่า ท่านผู้นำตระกูล เนียลี่ยังเด็กนัก เขานั้นไม่รู้เรื่องอันใด ข้าเต็มใจที่จะรับการลงโทษของเขาเอง กรุณาเมตตาต่อเขาด้วย




        

ท่านพ่อ ลุกขึ้น !” เนียลี่พูดขึ้น เมื่อเขามองไปยัง เนียหมิง ที่คุกเข่าอยู่นั้น เขามีสีหน้าบึ้งตึง เขารีบตรงไปยังพ่อของเขาและช่วยพยุงเขาขึ้นมา พ่อของเขาเป็นคนซื่อคนหนึ่ง ท่านพ่อ ท่านไม่จำเป็นต้องคุกเข่าแก่ผู้ใดทั้งนั้น !


       


        

เสี่ยวลี่ เจ้าได้ทำผิดร้ายแรง และยังไม่ยอมรับมันอีก!” เนียหมิงตะโกนต่อว่าเขา ในความคิดของเขา ถ้าเนียลี่ยอมรับในความผิดของเขา ยังมีโอกาสที่จะร้องขอความเมตตา อย่างไรตามเนียลี่ได้ต่อปากต่อคำกับท่านผู้นำตระกูลเช่นนี้แล้วยิ่งกลับทำให้เรื่องมันยุ่งขึ้นไปอีก




        

              เมื่อได้เห็น เนียหมิง คุกเข่าลง ทำให้เนียลี่รู้สึกขมขื่นยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตนี้หรือชีวิตที่แล้วของเขา พ่อของเขาทำเพื่อเขาได้ทุกสิ่ง ในชีวิตที่แล้วนั้น เขาทำให้ท่านพ่อต้องเจ็บปวดมามากแล้ว ในชีวิตนี้ เขาจะไม่ทำให้ท่านพ่อต้องเจ็บปวดอีกแม้เพียงเล็กน้อย เนียลี่กำหมัดของเขาแน่น และจับจ้องด้วยความโกรธไปที่เนี่ยเหว่ย เนียเสี่ยวยื่อ เนียเสี่ยวเฟิงและพวกของพวกเขา




        

                เนียไห่มองไปยังเนียลี่ เขารู้สึกอยู่บ้างว่าการที่สมาคมปรุงยาได้เข้ามาอุ้มชูตระกูลบันทึกสวรรค์ต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับเนียลี่ เขาก้มลงหัวลงต่ำไปยัง เนียหมิง และพูดว่า เนียหมิง จงลุกขึ้นโดยเร็ว ก่อนที่เรื่องนี้จะกระจ่างแจ้ง จะไม่มีผู้ใดลงโทษเนียลี่ได้ แม้ว่า เนียลี่ได้ทำการลบหลู่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จริง ตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเราก็ไม่ได้รับความสูญเสียอันใด ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดจะลงโทษเนียลี่ตามใจชอบได้!”




        

               เมื่อได้ยินคำพูดของเนียไห่ เนียหมิงแสดงความประหลาดใจออกมา เขายืนขึ้นด้วยความสงสัย ท่านผู้นำตระกูลไม่ได้ดำเนินการอันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้?’




        
      เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ เขายังคงเต็มไปด้วยความคลุมเครือ


       


        
ท่านผู้นำ ถ้าพวกเราไม่จัดการกับเนียลี่ พวกเราจะไม่สามารถปกครองตระกูลได้ แม้ว่าเรื้องนี้ไม่ได้นำความสูญเสียอย่างถาวรมาสู่ตระกูลของพวกเรา เนียลี่ที่ได้ลบหลู่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นก็ยังคงเป็นเรื่องจริง ใครจะรู้ได้ว่าพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์อาจจะหาทางสร้างปัญหาให้แก่พวกเราได้ในภายหน้า?” ท่านอาวุโสเนียเหว่ย พูดด้วยสีหน้าถมึงทึง




       
 ท่านอาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ ท่านนั้นเป็นสมาชิกของตระกูลบันทึกสวรรค์หรือของตระกูลศักดิ์สิทธิ์กันแน่?” เนียลี่แค่นเสียงในจมูกขณะถามกลับ




        

โอหังยิ่งนัก! อะไรทำให้เจ้ามีคุณสมบัติที่จะพูดกับข้าเยี่ยงนี้? ทั้งไม่เคารพกฎและไม่อยู่ในระเบียบ! ข้ากำลังบังคับใช้กฏตระกูลของพวกเรา!” เนียเหว่ยหายใจรุนแรงด้วยความโกรธ


       


        
ท่านอาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ ข้าไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเรียบง่ายเช่นนั้น เสี่ยวลี่ นั้นไม่ได้เป็นคนสร้างปัญหา เป็นไปได้ไหมว่าพวกตระกูลศักดิ์เป็นผู้เริ่มก่อปัญหา? มันไม่จำเป็นเสมอไปที่ความผิดทั้งหมดจะอยู่กับเสี่ยวลี่ เมื่อเรื่องนี้ได้ผ่านไปแล้ว ก็ขอให้ปล่อยมันไปแล้วกัน  ท่านอาวุโสเนียเอินกล่าว พยายามช่วยเหลือเนียลี่อย่างชัดแจ้ง ถ้าเนียเหว่ยได้ลงโทษเนียลี่ เมื่อนั้นความภูมิใจของเนีเอินท่ามกลางเหล่าสมาชิกสาขาก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย




       

 ท่านอาวุโสกำลังบังคับซึ่งกฎเหล่านี้จริงหรือ? เมื่อครั้งก่อน เมื่อเนี่ยเสี่ยวยื่อได้ทุบตีสมาชิกคนหนึ่งของตระกูล เทียนหลิน ทั้งหมดที่ท่านทำคือได้ส่งของขวัญบางอย่างไปให้ ทำไมข้าไม่เห็นท่านอาวุโสเนียเหว่ยได้ลงโทษเนียเสี่ยวยื่อเลยกันเล่า? ” เนียลี่พูดแย้งออกไปเขา




        

เรื่องทั้งสองนั้นไม่สามารถนำมาเทียบกันได้ ความขัดแย้งของเนียเสี่ยวยื่อกับคนรุ่นใหม่ของตระกูล เทียนหลิง นั้นเป็นเพราะผลประโยชน์ของตระกูล ยิ่งไปกว่านั้น กำลังของตระกูลเทียนหลิง ก็ไม่สามารถเทียบได้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์!” หน้าของเนียเหว่ยได้บึ้งตึง เนียลี่ได้แหย่ซึ่งหนวดเสือและกล้าเผชิญหน้ากับเขา แต่สิ่งทำให้เขาเศร้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ เนียไห่ได้ยืนอยู่ข้างเนียลี่อย่างแท้จริง เขาไม่สามารถทำการเผชิญหน้ากับหัวหน้าตระกูลได้




        

ท่านอาวุโสไม่ได้ทำการสืบสวนใด ๆ เลย ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้านั้นไม่ได้ขัดแย้งกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งผลประโยชน์ของตระกูล?เพียงแค่เพราะท่านไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ท่านจึงได้จะลงโทษข้าเพื่อให้มีเหตุผลที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะยอมปล่อยพวกเราไป? ถ้าตระกูลบันทึกสวรรค์ไม่สามารถปกป้องได้แม้กระทั่งคนของตัวเอง ถ้าเช่นนั้นคงไม่มีเหตุอันใดที่ควรอยู่ในตระกูลนี้อีกต่อไป!”เนียลี่กล่าวพร้อมมองอย่างเย็นชาไปที่เนียเหว่ย




        ทั่วทั้งห้องโถง ต่างรู้สึกตกใจ




        ทุก ๆ คนไม่เคยคาดคิดว่าเนียลี่จะได้พูดซึ่งคำเหล่านั้นออกมาได้ ไม่เพียงแต่เถียงกับท่านอาวุโส เนียลี่ยังหมายถึงว่าเขานั้นต้องการออกจากตระกูลบันทึกสวรรค์!




        
          แต่ก่อนนั้น ภาพของเนียลี่สำหรับทุกคนต่างเห็นว่าเขาเป็นคนที่ขี้หวาดกลัว แต่ตอนนี้ เขาได้พูดเช่นนั้นจริง ๆ  โดยทำต่อหน้าหัวหน้าตระกูลและเหล่าอาวุโสทั้งหมด




        
เนียหมิงได้กลัวจนตัวสั่น เขาดุด้วยความจริงจัง  เสี่ยวลี่ เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่? รีบไปขอโทษผู้นำตระกูลเร็วเข้า!”




        
หึ เจ้าปีกกล้าเสียจนกระทั่งต้องการออกจากตระกูลจริง ๆ เช่นนั้นรึ? อย่าลืมซะล่ะ มันเป็นเหมือนดั่งที่พักอาศัยและที่หล่อเลี้ยงที่ทำให้เจ้าได้เป็นมาเช่นทุกวันนี้!” อาวุโสเนียเหว่ยกล่าวอย่างเย็นชาเจ้าคนเลวที่ไม่รู้จักบุญคุณ!”




        
ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นเป็นตระกูลของพวกเรา ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งผิดอันใดเกี่ยวกับตระกูลบันทึกสวรรค์ที่ได้จัดหาซึ่งที่พักอาศัยให้แก่ข้า อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่ตระกูลบันทึกสวรรค์ที่ได้เลี้ยงดูข้า แต่เป็นท่านพ่อท่านแม่ต่างหากที่ได้ทำงานหนักอยู่ทุกวันและปลูกสมุนไพรเพื่อเลี้ยงดูข้า และพวกเขาก็ได้จ่าย(ส่วย)ให้แล้วแก่ตระกูลบันทึกสวรรค์ด้วยหยาดเหงื่อของพวกเขา ดังนั้นพวกเราไม่ได้ติดค้างผู้ใด ข้า เนียลี่ไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใครทั้งสิ้น!” เนียลี่ยืดตัวเขาออกและกล่าวปฏิเสธเช่นนั้น




       

 นี่เป็นการคิดเอาเองที่อุกอาจมาก ๆ !” เนียเหว่ยแสดงออกซึ่งความโกรธ(จนหน้าเขียว) เนียเหว่ยยังคงต้องการด่าว่าเนียลี่ต่อ อย่างไรก็ตาม เขาถูกหยุดไว้โดยเนียไห่




        

                 เนียหมิงดึงเนียลี่มาอย่างกังวลใจ เขาไม่รู้เลยว่ามีสิ่งใดผิดปกติเกี่ยวกับเนียลี่ เนียลี่นั้นเป็นคนที่มักจะหวาดกลัวเสมอมาในเมื่อก่อน แต่วันนี้ เขากำลังโต้เถียงกับท่านอาวุโสและผู้นำตระกูล




       

              เนียไห่ชำเลืองมองเล็กน้อยไปที่เนียลี่ วันนี้เนียลี่ได้ถกเถียงอย่างมีเหตุผลทำให้ตัวเขาต้องมองเนียลี่ด้วยมุมมองใหม่  เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับท่านอาวุโสทั้งหลาย เขาไม่ได้แสดงอาการของความหวาดกลัวซึ่งเขามักทำในอดีตแต่อย่างใด เนียไห่ได้ยิ้มและกล่าวว่า 



สิ่งที่เนียลี่พูดมานั้นถูกต้องแล้ว ตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นของครอบครัวทุก ๆ คน ทุก ๆ คนได้ช่วยกันสร้างตระกูลนี้ขึ้นมา ดังนั้น การปกป้องสมาชิกจึงเป็นความรับผิดชอบของตระกูล ก่อนที่เรื่องนี้จะกระจ่างชัด จะไม่มีใครโดนลงโทษได้!”




        
          เนียเหว่ย นั้นไม่เข้าใจเลย มีสิ่งใดผิดไปเกี่ยวกับท่านผู้นำตระกูลในวันนี้ เนียลี่ได้กล่าวถ้อยคำที่ไร้มารยาทยิ่งนักและเนียไห่ก็ยังคงยืนอยู่ข้างเขาอีก ทำการปกป้องเนียลี่ มันหมายถึงอะไรกัน?




        

                    เมื่อได้ยินคำของเนียไห่ ทุก ๆ คนรวมถึงตัว เนียหมิง ต่างก็พลอยงุนงง พวกเขาคิดในตอนแรกว่าการที่เนียลี่โต้เถียงกับท่านอาวุโสเช่นนี้ ถ้าเขาไม่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล เขาก็คงหนีไม่พ้นจากการถูกลงโทษเป็นแน่ อย่างไรก็ตาม เนียไห่ไม่ได้คิดอะไรที่เนี่ยลี่ได้พูดออกมาทั้งหมดนั่นเลย เขายังคงคอยช่วยเหลือเนียลี่




        

               เนียเหว่ยทำหน้าบึ้งตึง คิดอยู่ภายในในว่า  เนียไห่ เจ้าจิ้งจอกเฒ่า มันไม่ถูกต้อง ! เนียไห่นั้นได้โอนอ่อนต่อเนียลี่มากเกินไปซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!’




        

                 ท่านอาวุโสเนียเอินและคณะต่างมองไปที่เนียลี่ และกำลังคิดซึ่งบางสิ่ง




        
       หลังจากที่เขาได้ยินคำพูดของ เนียไห่ อารมณ์ของเนียลี่เบิกบานขึ้น ต้องไม่ลืมว่า เขายังคงมีความผูกพันกับตระกูลบันทึกสวรรค์ เหตุที่เขากล่าวเช่นนั้นออกมาเป็นเพราะเขาไม่พอใจกับคนบางกลุ่มของตระกูลบันทึกสวรรค์ แต่เมื่อ หัวหน้าตระกูล เนียไห่ได้มีความใจกว้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อนั้นทุก ๆ สิ่งก็เรียบร้อยดี




       

 สี่ยวลี่ เจ้าเพิ่งกลับมาจากโรงเรียนและต้องประสบเรื่องราวมากมาย ก่อนอื่นเลย เจ้าจงกลับไปบ้านและพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ท่านปู่ผู้นี้จะเป็นคนทดสอบเจ้าและดูว่าการบ่มเพาะพลังของเจ้าได้ก้าวหน้าไปเพียงไรแล้ว เนียไห่ลุกขึ้นและยืดตัวออกพร้อมกับกล่าวเช่นนั้น




        

                  ในตอนนี้ ทุก ๆ คนต่างตกใจ ไม่เพียงแต่ท่านผู้นำตระกูล เนียไห่ จะไม่ลงโทษต่อความผิดของเนียลี่ เขายังทำแม้กระทั่งดึงตัวเขาเองให้สนิทกับเนียลี่มากขึ้น




        
        เมื่อได้ยินคำกล่าวของเนียไห่ เนียหมิงไม่สามารถกลั้นความรู้สึกสะเทือนอารมณ์เช่นนี้ไว้ได้ ท่านผู้นำตระกูล เนียไห่ ต้องการทดสอบการเติบโตในการบ่มเพาะพลังของเนียลี่ด้วยตัวของเขาเองจริง ๆ   นี่มันถือเป็นเกียรติอย่างสูง! ต้องไม่ลืมว่า เนียลี่ไม่ได้เป็นผู้สืบสายเลือดของ เนียไห่ ดังนั้น เนียไห่ไม่ได้กำลังปฏิบัติกับเนียลี่อย่างดีมากเกินไปหน่อยกันหรือ?




        
         ทุก ๆ คนต่างมองหน้ากัน แต่ยังไม่สามารถหาคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นได้




        
         หลังจากได้ยินคำพูดของ เนียไห่ เนียลี่ก็เข้าใจ เนียไห่น่าจะตระหนักถึงบางสิ่งได้ ต้องไม่ลืมว่า เนียไห่นั้นเป็นร่างทรงอสูรระดับโกลด์ ดังนั้นเขาอาจจะสัมผัสถึงพลังงานของจิตอสูรที่อยู่ภายในตัวเขาได้ และหลังจากเนียลี่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องสมาคมปรุงยา เขาก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะเชื่อมโยงถึงพวกมัน




        
           ตองเป็นเช่นนั้นเป็นแน่ เนียลี่ไม่ตั้งใจที่จะซ่อนสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไป  แต่ว่ามันไม่ใช่เพื่อตัวของเขาเองเอง เขาต้องสู่เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวเขา รวมถึงท่านลุงและท่านน้า




        
         เมื่อพวกเขาถูกทำให้ตกใจได้ไม่นาน สมาชิกคนหนึ่งของตระกูลได้วิ่งเข้ามาและพูดกับเนียไห่ว่า ท่านผู้นำตระกูล ผู้อำนวยการหยางแห่งสมาคมปรุงยาได้มายังที่แห่งนี้




        
ผู้อำนวยการหยาง ?” ไม่ว่าทั้งเนียเอิน เนียเหว่ย หรือ เนียไห่ พวกเขาทั้งหมดต่างแสดงอาการประหลาดใจออกมา




        

                   พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าผู้อำนวยการหยางของสมาคมปรุงยาจะมาเป็นการส่วนตัวและทำการเยี่ยมเยียนตระกูลบันทึกสวรรค์ในยามค่ำคืนเช่นนี้ พวกเขามีการติดต่อเป็นจำนวนมากกับสมาคมปรุงยา เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะรู้เกี่ยวกับสถานะของผู้อำนวยการหยางภายในสมาคมปรุงยา นางเป็นคนที่มีอำนาจอย่างมากในสมาคมปรุงยานอกจากท่านประธานกู้เหยียนและเหล่าผู้อาวุโส




                

                ผู้อำนวยการหยางคนนี้ เพียงแค่คำพูดธรรมดาไม่มีกี่คำของนางก็สามารถทำลายล้างตระกูลขุนนางหนึ่งลงได้ และในเวลาเดียวกัน มันก็สามารถนำตระกูลขุนนางไปสู่ความมั่งคั่งได้เช่นกัน ในเวลานี้ ขณะที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์กำลังกดดันตระกูลบันทึกสวรรค์อยู่ เป็นเหตุให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก แต่ผู้อำนวยการหยางเป็นผู้หนึ่งที่ได้มาช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น






        สมาคมปรุงยานั้นเป็นสมาคมที่ดำรงอยู่และเทียบได้กับตระกูลหลักทั้งสาม อิทธิพลของสมาคมปรุงยาในเมืองกลอรี่นั้นมีมากยิ่งกว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์และตระกูลแห่งพระเจ้าเสียอีก มันเป็นรองก็เพียงแค่ตระกูลหิมะเหมันต์ ที่มีร่างทรงอสูรระดับตำนานและจ้าวเมืองของเมืองกลอรี่ ดังนั้นการพบกับผู้อำนวยการหยางเช่นนี้ทำให้เนียไห่ต้องแสดงเคารพต่อนางเป็นอย่างยิ่ง   จบตอน...


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง