test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 58 นักเรียนของชั้นเรียนผู้มีพรสวรรค์ ?




      สองพี่น้องนั้นปฏิเสธที่จะเชื่อว่ากำลังของเนียลี่ได้เพิ่มขึ้นไปถึงระดับที่น่าตกใจเช่นนั้นได้จริง 




              
      “ท่านอาวุโส เนียเอิน จะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่นะ?” เนียเสี่ยวยื่อถามด้วยหน้าตากังวล ท่านอาวุโส เนียเอิน ได้ไล่ตามอีกคนจากสมาคมทมิฬไปเป็นเวลานานแล้วแต่ก็ยังมิได้กลับมา




               

        “ใจเย็นไว้ก่อน ท่านผู้อาวุโสไม่น่าจะมีปัญหาอันใด” 


เนียเสี่ยวเฟิ่งส่ายศรีษะของเขาแล้วกล่าวว่า ที่นี่เป็นดินแดนของตระกูลบันทึกสวรรค์ และพวกคนเหล่านั้นจากสมาคมทมิฬมีระดับสูงสุดเพียงแค่ระดับซิลเวอร์ห้าดาว แต่ว่าท่านอาวุโสเนีเอินเป็นนักสู้ระดับโกลด์สามดาว นั่นน่าจะไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด




               
แบง ! แบง ! แบง ! (โช้ง เฉง โช้ง เฉง)




               

 เสียงของการต่อสู้มาจากส่วนลึกเข้าไปในป่า อย่างไรก็ตามเสียงนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว




               
ผ่านไปหลายเวลา ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดใดจากฝ่ายศัตรู




               
ร่างหนึ่งมองเห็นได้ว่ากำลังเดินเข้ามา




               
ร่างนั้นคือท่านอาวุโสเนียเอิน ท่านอาวุโสเนียเอินกลับมาแล้ว!”




               
       เนียเอินหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของพวกเขา หน้าของเขาปรากฏความเคร่งเครียด




               
ท่านอาวุโสเนียเอิน เป็นเช่นใดบ้างท่านสามารถจับมันได้หรือไม่?” เนียเสี่ยวเฟิ่งถาม




               
ท่านอาวุโสเนียเอินส่ายศีรษะของเขาแล้วพูดว่า 



อีกฝ่ายเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ห้าดาว หลังจากที่มันได้ผสานร่างกับจิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬ พลังของมันมีมากล้น ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีวิธีการบางอย่างที่สามารถหลบหนีข้าไปได้ ข้านั้นไม่สามารถจับมันได้ มันได้หนีไปเสียแล้ว!”




               
       เมื่อได้ยินคำของเนียเอิน เนียเสี่ยวเฟิ่งและเนียเสี่ยวยื่อทั้งสองต่างมองหน้ากัน ร่างทรงอสูรผู้นั้นมันสามารถหลบหนีจากมือของท่านอาวุโสเนียเอินได้ มันผู้นั้นไม่ธรรมดาแน่นอน!'




               

     เมื่อได้เห็นศพสองร่างบนพื้นดิน เนียเอินขมวดคิ้ว เรื่องเหล่านี้ค่อนข้างจะแปลกไปไม่น้อย ทำไมคนจากสมาคมทมิฬถึงได้มาปรากฏตัวบริเวณนี้ ? 

         และอีกเรื่อง ใครเป็นผู้จัดการพวกมันกัน ? เป็นไปได้หรือว่ามีความขัดแย้งภายในระหว่างสมาคมทมิฬและพวกเขาได้ฆ่ากันเองภายในดินแดนของพวกมัน ? แต่นั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือมียอดฝีมืออื่นๆได้ซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ บริเวณนี้ ได้ช่วยเหลือตระกูลบันทึกสวรรค์ โดยการจัดการคนทั้งสองของสมาคมทมิฬ ?




               

      ยอดฝีมือผู้นั้นได้ฆ่านักสู้ระดับซิลเวอร์ไปสองคนในเวลาเดียวกัน และทำให้ร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ห้าดาวได้รับบาดเจ็บ ยอดฝีมือผู้นั้นอย่างน้อยที่สุดก็น่าจะอยู่ระดับโกลด์



             ใครกันที่ได้ช่วยเหลือตระกูลบันทึกสวรรค์เอาไว้เช่นนี้ ? ทำไมคนผู้นั้นถึงไม่ปรากฏตัวกันเล่า หลังจากที่ได้ช่วยเหลือตระกูลบันทึกสวรรค์แล้ว ?




               
       แม้ว่าเขายังคงสงสัยเนียลี่อยู่บ้าง ท่านอาวุโส เนียเอิน ก็ไม่เคยคิดว่าจะเป็นเนียลี่ที่เป็นผู้กำจัดคนทั้งสองจากสมาคมทมิฬและทำให้ หยุนหัว ฉีชี่ ได้รับบาดเจ็บ ตอนที่เนียลี่ได้เดินทางออกจากตระกูลเพื่อไปยังสถาบันกล้วยไม้ศักด์สิทธิ์ เขายังไม่ถึงระดับบรอนซ์หนึ่งดาวด้วยซ้ำ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะสามารถถึงระดับซิลเวอร์ได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้




               
        เนีเอิน ย่อตัวลงและตรวจสอบซากศพทั้งสอง หลิวชิง และ ลู่เหยี่ยน ไม่ปรากฏร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่พวกเขาถูกฆ่าโดยของมีคมที่ทิ่มบนจุดตายของพวกเขา แผลก็ยังปรากฏรอยของมีคมที่แปลกประหลาดมาก




               “การฆ่าได้ในคราเดียว!” เนีเอินเก็บความรู้สึกตกใจมาก ๆ เอาไว้ แม้ว่าจะเป็นตัวเขา เขาก็ไม่สามารถฆ่าพวกมันทั้งสอง ที่เป็นนักสู้ระดับซิลเวอร์สามดาวได้อย่างง่ายเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น อาวุธที่ยอดฝีมือลึกลับได้ใช้เป็นอะไรที่แปลกประปลาด เขาไม่เคยพบรอยแผลเช่นนี้มาก่อน




               “เนียลี่ตามข้ามา จงรายงานทุกสิ่งที่เจ้าได้พบเกี่ยวกับบุคคลทั้งสามจากสมาคมทมิฬและทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นแก่ท่านผู้นำตระกูล!” เนีเอินคิดชั่วครู่และได้พูดไปเช่นนั้น หลังจากนั้นเขาได้จ้องมองไปยังเนียเสี่ยวเฟิ่งและเนียเสี่ยวยื่อ พวกเจ้าทั้งสองจงแบกซากศพขึ้นกลับไป และให้ท่านผู้นำตระกูลตรวจสอบพวกมัน




               “ขอรับ ท่านอาวุโสเนีเอิน” เนียลี่ก้มหัวของเขา




               “ขอรับ(ทั้งสองพูดพร้อมกันแต่ช้ากว่ากันนิดหน่อย แอดเล่นเอง)เนียเสี่ยวเฟิ่งและเนียเสี่ยวยื่อทั้งสองได้แบกศพคนละร่างและตามเนีเอินไป




               พวกเขาได้เดินผ่านมาเพียงแค่ไม่กี่ก้าวและเห็นร่างของเนีหยู่รีบเร่งเข้ามา ความเร็วของนางนั้นช้ามากถ้าเทียบกับท่านอาวุโสเนีเอินและพวกที่เหลือ ดังนั้นนางจึงเพิ่งได้มาถึง




               “พี่ใหญ่เนียลี่ ท่านเป็นอย่างไรบ้างท่านปลอดภัยไหม? ” ใบหน้าอันอ่อนนุ่มของเนียหยู่ได้เปื้อนไปด้วยน้ำตา ดวงตานางเต็มไปด้วยความกังวล




               “ปลอดภัยอยู่แล้ว พี่ใหญ่เนียลี่ปลอดภัยดีเนียลี่ยิ้มพร้อมกับลูบหัวของเนียหยู




               ณ ห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลบันทึกสวรรค์




               ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยสมาชิกของกองกำลังตระกูลบันทึกสวรรค์ พวกเขาได้ถือคบเพลิง พวกเขารู้ว่าคนจากสมาคมทมิฬได้เข้าสู่ดินแดนของพวกเขา พวกเขากำลังตื่นตัวและเตรียมพร้อมเข้าสู่การต่อสู้




               หลังจากได้เห็นเนีเอินและผู้ติดตามเข้ามา ฝูงชนทั้งหลายก็ได้หลีกทางให้แก่พวกเขา




               เนียไห่ ผู้นำของตระกูลบันทึกสวรรค์ กำลังนั่งอยู่ที่บนบัลลังค์ เขาได้สวมชุดคลุมสีเทา หนวดสีขาวแสนยาวอันหนึ่งได้งอกงามบนใบหน้าที่แสนดุดันของเขา โดยเขานั้นมีรังสีที่แผ่พลังงานดังเช่นผู้ที่สูงศักดิ์ทั้งหลายได้แผ่ออกมา




               “เนีเอินเป็นอย่างไรบ้าง?” เนียไห่ ถามขึ้น




               “เรียนท่านผู้นำตระกูล ได้มีสามโจรย่องเบามาจากสมาคมทมิฬ พวกมันน่าจะพยายามมาขโมยบางสิ่งบางอย่างจากตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรา สองคนของพวกมันถูกฆ่า หนึ่งคนนั้นหนีไปได้!” เนีเอินตอบกลับโดยป้องมือทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน




               เนียลี่ได้มองไปที่ศพสองร่างที่อยู่บนพื้น รู้สึกโล่งใจเล็กน้อยและกล่าวว่า เป็นเรื่องดีแล้วที่พวกมันมากันเพียงแค่สามคน แม้ว่าข้าไม่แน่ใจนักว่ามันมาด้วยเหตุใด แต่ต้องไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ ตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเราไม่มีสิ่งใดให้สมาคมทมิฬมาฉกฉวยไปได้ เป็นไปได้ว่าพวกมันมาที่แห่งนี้เพื่อเก็บข้อมูลของตระกูลบันทึกสวรรค์ ณ ขณะนี้ จงเพิ่มกำลังลาดตระเวนเป็นสองเท่านับจากวันนี้




               “ขอรับ !” เหล่ายามของตระกูลบันทึกสวรรค์ที่อยู่ด้านข้างตอบกลับ




               “เจ้าเป็นผู้ที่จัดการคนทั้งสองนั้นรึ ?” ด้วยการแลดู เนียไห่สามารถบอกได้ว่าพวกศพทั้งสองนั้นอย่างน้อยที่สุดก็มีความแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับซิลเวอร์




               “ไม่ ไม่ใชข้าเนีเอินกล่าวพร้อมส่ายศีรษะของเขา




               “ถ้าเช่นนั้นเป็นเสี่ยวเฟิ่งหรือเสี่ยวยื่อใช่หรือไม่?” เนียไห่ได้กล่าวชื่มชม เสี่ยวเฟิ่ง เสี่ยวยื่อ การบ่มเพาะพลังของพวกเจ้าทั้งสองได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งนัก




               “ท่านผู้นำตระกูล พวกเราทั้งสองไม่ได้ทำสิ่งนี้เนียเสี่ยวเฟิ่งและเนี่ยเสี่ยวยื่อต่างรู้สึกหน้าร้อนผ่าว




               เนียไห่หน้านิ่วเล็กนอ้ยเมื่อได้ยินคำตอบของพวกเขาทั้งสอง และถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า เช่นนั้นแล้วใครเป็นผู้ที่ทำสิ่งนี้กันเล่า?”




               มีเพียงแค่สามคนนี้เท่านั้นที่ได้ส่งไปเพื่อตามจับคนเหล่านั้นจากสมาคมทมิฬ ถ้าไม่ใช่ซึ่งพวกเขาแล้วเมื่อนั้นจะเป็นใครไปได้?




               “เมื่อเวลาที่ข้าไปถึง พวกมันก็ได้ตายลงไปเรียบร้อยแล้วท่าน มีเพียงเนียลี่ที่อยู่ตรงนั้นเมื่อเรื่องทั้งหมดกำลังเกิดขึ้นเนีเอินกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นเรื่องจริงยิ่ง




               ณ ขณะนี้ทุก ๆ สายตาจับจ้องไปที่เนียลี่ ต่างรู้สึกขบขัน เป็นไปอย่างไรที่เนียลี่จะสามารถจัดการกับเหล่านักสู้ที่อยู่ระดับซิลเวอร์ถึงสองคนด้วยพลังของเขา?




               “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ข้าเพียงเห็นแต่เงาดำ ๆ อันหนึ่งพุ่งผ่านและพวกมันทั้งสองต่างก็ล่วงลงสู่พื้นเพียงแค่นั้น” เนียลี่ยักไหล่ แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขายังคงไม่ต้องการเปิดเผยพลังที่แท้จริงของเขา




               “เงาดำปรากฏขึ้น?” ทุก ๆ คนต่างตกใจเล็กน้อย




               ท่านอาวุโสเนีเอินได้เงียบไปชั่วขณะก่อนที่จะนั่งลง และชี้ไปยังศพของนักสู้ระดับซิลเวอร์ทั้งสองและกล่าวว่า ท่านผู้นำตระกูล โปรดดูไปที่แผลอันนี้ มันถูกทำโดยอาวุธบางสิ่งและอาวุธนี้นั้นก็ประหลาดอย่างมาก ข้าคิดไม่ออกเลยว่าผู้ใดในเมืองกลอรี่ที่ใช้อาวุธชนิดนี้กัน




               ทุก ๆ คน ต่างจ้องไปที่รอยแผลของศพทั้งสอง




               “พวกมันทั้งสองได้ถูกจัดการโดยการโดนบางสิ่งเข้าที่จุดตาย ถูกฆ่าโดยการโจมตีเพียงครั้งเดียวอาวุโสเนีเอินหายใจยาวเข้าไป และได้กล่าวเช่นนั้น




               ทุก ๆคนต่างมองหน้ากันไปมา ภายในตระกูลของพวกเขาแล้ว ไม่มีผู้ใดใช้ซึ่งอาวุธชนิดนี้ ดังนั้นใครเป็นผู้ฆ่าพวกมันทั้งสองกัน ? เป็นไปได้ว่าภูเขาทมิฬนั่นได้ซ่อนยอดฝีมือเอาไว้กันหรือพวกเขาต่างก็สงสัยว่ายอดฝีมือผู้นั้นเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด การมีบุคคลที่ได้ซ่อนตัวอยู่ภายในภูเขาทมิฬก็ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจ




               “เมื่อมีผู้ได้ช่วยพวกเราจัดการคนของสมาคมทมิฬ เขาเหล่านั้นน่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเมืองกลอรี่ ดังนั้นไม่น่าจะเป็นซึ่งปัญหาเนียไห่กล่าวเช่นนั้น เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลอีกต่อไป สิ่งสำคัญคือ ทำไมคนของสมาคมทมิฬถึงได้มายังที่แห่งนี้ เพื่อความปลอดภัย ตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเราต้องเข้าสู่สภาวะสงครามและการป้องกันภายในตระกูลต้องเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย




               ในตอนนี้ อาวุโส เนียเหว่ย ที่อยู่ใกล้ ๆ เนียไห่ได้มองมาที่เนียลี่และถามว่า เนียลี่เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”




               เมื่อได้ยินคำถามของอาวุโส เนียเหว่ย เนียลี่ช่วยไม่ได้เลยที่จะขนที่ศรีษะลุกซู่ ภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ ผู้ที่เข้ากันได้ยากที่สุดกับเขาก็คือเนียเหว่ย เนียเหว่ยเป็นอาวุโสผู้ควบคุมกฏของตระกูลบันทึกสวรรค์ ความผิดที่ได้ทำโดยสมาชิกของตระกูลจะถูกลงโทษโดยอาวุโสเนียเหว่ย ดังนั้นตำแหน่งของเนียเหว่ยภายใยตระกูลจึงเป็นรองเพียงแค่ เนียไห่เท่านั้น




               ภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ ผู้หนึ่งที่เนียลี่เกลียดมากที่สุด นอกจากเนียเสี่ยวเฟิ่งและเนียเสี่ยวยื่อ ก็คงจะเป็น เนียเหว่ยผู้นี้ ในชีวิตที่แล้วของเขาได้ถูกลงโทษหลายต่อหลายครั้งโดย เนียเหว่ย เนียเหว่ยนั้นยังคงมีสถานะอย่างอื่นอีกก็คือเขานั้นเป็นปู่ของ เนียเสี่ยวเฟ่ง และเนียเสี่ยวยื่อ




               เนียลี่ได้คิดเรื่องเหล่านี้แล้วอยู่หลายครั้ง เป็นเพราะบ้านของเขานั้นไม่ถูกกับบ้านของพวกนั้น นั้นจึงเป็นสาเหตุที่เนยเหว่ยได้ลงโทษเนียลี่ด้วยอารมณ์ส่วนตัว




               “ท่านอาวุโส ข้านั้นได้กลับมาเพียงวันเดียว!” เนียลี่ป้องมือดังถือถ้วยและกล่าวไป




               เนียเหว่ยแค่นเสียงอย่างตำหนิเสียจริง เนียลี่ เจ้าจะยอมรับความผิดของเจ้าหรือไม่?”




               เนียลี่สับสนเล็กน้อย ถามกลับด้วยความสงสัย เนียลี่ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ท่านพูด ท่านอาวุโสเี้ยเหว่ยโปรดอธิบายด้วย!”




               “เนี่ยลี่ เจ้าไม่ทำการศึกษาเล่าเรียนอย่างเหมาะสมเช่นที่เจ้าควรทำที่โรงเรียนและไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นปัญหา ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไปรบกวนกับผู้สืบสายเลือดของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหตุให้พวกเขามากดดันตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรา เจ้าแน่ใจว่าเรื่องเช่นนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกันรึ?” เนียเหว่ย ถามด้วยความเข้มงวด




               เมื่อได้ยินคำของอาวุโสเนียเหว่ย ทุก ๆ คนต่างมองไปที่เนียลี่ ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานี้ พวกเขาได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก การถูกกดดันโดยตระกูลศักดิ์สิทธิ์และหลายธุรกิจหลายอย่างที่ได้สูญเสียอย่างหนัก ทั้งหมดเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเนียลี่เช่นนั้นรึ ?




               เนียไห่ เมื่อได้ยินคำของเนียเหว่ย เขาหน้าถมึงทึง มองไปที่เนียลี่และถามอย่างดุดันว่า เนี่ยลี่ มันเป็นเรื่องจริงเช่นนั้นรึ ?” 




               เนียลี่ไม่มีทางเลือก เขาก้มศีรษะของเขาและกล่าวว่า ถูกแล้ว ข้าทำเรื่องเหล่านั้น




               “เจ้าไม่ได้ทำตามกฏของตระกูลภายในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไปรบกวนจนพวกเขาทำให้ธุรกิจของตระกูลต้องเสียหาย เจ้าต้องถูกลงโทษโดยการ ถูกเฆี่ยนหนึ่งร้อยไม้ เจ้าเห็นด้วยหรือไม่? ” สายตาของอาวุโสเนียเหว่ยจับจ้องมาที่เนียลี่อย่างเลือดเย็น




               เมื่อได้ยินคำของเนียเหว่ย เนียเสี่ยวเฟิ่งและเนียเสี่ยวยื่อต่างมองหน้ากันและยิ้ม กำลังมีความสุขกับเคราะห์ร้ายที่เนียลี่ต้องเผชิญ ตอนนี้ เนียลี่ถึงคราวซวยและกำลังตกอยู่ในกำมือของปู่พวกเขา




               มีสาขาย่อยอยู่ทั้งหมดแปดสาขาภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ โดยแต่ละสาขาต่างมีความขัดแย้งซึ่งกันและกันอยู่ แต่ว่าเมื่อศัตรูมาเยือน ทุก ๆ คนจะรวมตัวกันต่อสู้ แต่โดยทั่วไปนั้น พวกเขานั้นจะต่อสู้กันไม่หยุดเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตนและตำแหน่งภายในตระกูล




               ผู้อาวุโสบางท่านจากสาขาที่เนียลี่สังกัดต้องการที่จะช่วยเนียลี่ แต่พวกเขาก็นิ่งเงียบ ต้องไม่ลืมว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ เนียลี่ได้กระทำผิดอย่างแท้จริง สิ่งที่เนียเหว่ยได้ทำนั้นถูกต้องแล้ว เมื่อนั้นพวกเขาก็ไม่มีสิ่งได้ต้องโต้แย้ง




               เนิเอิน ทำหน้าบึ้งตึง เขามาจากสาขาเดียวกันกับเนียลี่เขาคิดอยู่ชั่วครู่ ป้องมือของเขาและพูดว่า




               “ท่านผู้นำตระกูล เนียลี่ยังเป็นเพียงแค่เด็ก ยิ่งไปกว่านั้น การบ่มเพาะพลังของเขานั้นอ่อนแอนัก การลงโทษเขาด้วยการเฆี่ยนตีหนึ่งร้อยครั้งนั้นมันเป็นการทำเกินกว่าเหตุไปมาก เขาคงจะไม่สามารถลุกจากเตียงได้เป็นเวลาถึงสองเดือนเลยทีเดียว




               อาวุโสเนียเหว่ยเถียงกลับ ท่านอาวุโส เนีเอิน การใจดีต่อเหล่าคนรุ่นใหม่เช่นนี้เป็นเรื่องที่ผิด ความผิดที่เนียลี่ได้ทำขึ้นไม่สามารถให้อภัยได้ ถ้าสมาคมนักปรุงยาไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเราออกจากสถานการณ์ลำบากนี้แล้วล่ะก็ ข้าไม่สามารถคิดได้เลยว่าสถานการณ์แบบไหนที่ตระกูลของพวกเราจะต้องล่วงหล่นไปเจอ ข้านั้นกลัวว่าพวกเรานั้นจะสูญเสียซึ่งที่ยืนในฐานะตระกูลขุนนาง! มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมหันต์ การลงโทษเขาด้วยการเฆี่ยนตีเช่นนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว!” ตาของเนียเหว่ยทั้งสองเบิกกว้าง จ้องอย่างเย็นชาไปที่เนียลี่ เนี่ยลี่มีสิ่งใดที่เจ้าจะกล่าวเพื่อตัวเจ้าเองหรือไม่?”




               เนียลี่ไม่ได้ปรากฏอารมณ์ใดบนใบหน้าของเขา ในชีวิตที่แล้วของเขา เนียลี่กลัวเขามากที่สุด เพียงแค่การเห็นเขาก็ทำให้เขากลัวจนกระทั่งผมของเขาตั้งขึ้นแล้ว และพูดอะไรไม่ออก อย่างไรก็ตามในชีวิตนี้ เขาไม่ได้อยู่ในสายตาของเนียลี่แม้แต่น้อย


พอต่อจากนั้น หัวหน้าตระกูลเนียไห่ก็บอกว่ารู้ข่าวว่าเนียลี่ได้รับเลือกให้เข้าชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์ ทุก ๆคนก็ตกตะลึง ไม่คิดว่าเนียลี่จะเพิ่มพลังเป็นระดับบรอนซ์หนึ่งดาวได้เร็วเช่นนี้ และทำไมกันแค่ระดับการบ่มพลังแค่นี้ไม่น่าถูกเลือกเข้าชั้นเรียนนี้ได้เลย  จบตอน





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง