test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 57 ใครฆ่าพวกมัน ?




               หลังจากเห็น ลู่เหยี่ยน ถูกฆ่าโดยเนียลี่ หยุนหัว ฉีชี่  ก็ผสานร่างกับจิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬของเขา เขาคำรามออกมาด้วยเสียงอันดังและกวาดเตะเท้าไปทางเนียลี่




              บูม !




              ลูกเตะนั้นโดนเข้าไปที่หน้าท้องของเนียลี่และทำให้เนียลี่กระเด็นไกลไปหลายเมตร แล้วไปกระแทกอย่างหนักเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่งและค่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้น




              หยุนหัว ฉีชี่ ก้มมองลงต่ำไปที่ซากศพของ ลู่เหยี่ยน ซึ่งเจิ่งนองไปด้วยเลือด เขาระเบิดความโกรธออก เขารู้สึกว่ากำลังของอีกฝ่ายไม่ได้แข็งแกร่งเลย อย่างไรก็ตามคู่ตอสู้ของเขานั้นสามารถฆ่าคนของเขาได้ถึงสองคน จะไม่ให้เขาโกรธได้เช่นไร?




              “เลวมาก!” เขาพ่นลมหายใจฮึดฮัด เตะไปที่ซากศพของลู่เหยี่ยน ลู่เหยี่ยนตายอย่างแน่นอนแล้ว ที่ด้านหลังศรีษะที่เป็นจุดสำคํญของชีวิต หลังจากถูกแทงที่ตรงนั้น เป็นเรื่องธรรมดาเลยที่จะไม่มีโอกาสมีชีวิตรอดได้




              เนียลี่ค่อย ๆ เช็ดเลือดออกจากมุมปากของเขาอย่างช้า ๆ แล้วยิ้มอย่างชั่วร้าย หลังจากจัดการไปได้สองคนแล้ว ก็เหลือแต่เพียงหยุนหัว ฉีชี่เท่านั้น




              “มันเรื่องอะไรกันวะนี่? ตายซะ! หยุนหัว ฉีชี่ พูดอย่างโกรธเกรี้ยวหลังจากรวมร่างกับพยัคฆ์ทมิฬแล้ว ร่างสูงหลายเมตรของหยุนหัว ฉีชี่ก็กระโจนเข้ามายังเนียลี่ ซึ่งเนียลี่ได้รวมร่างกับจิตอสูรเงาพรายแล้ว ตอนนี้กรงเล็บของเขาได้ยืดยาวออก




              จิตอสูรเงาพรายเป็นจิตอสูรชนิดลอบสังหาร มีความสามารถในการลอบสังหาร ดังนั้น พลังพื้นฐานของร่างกายจึงค่อนข้างมีน้อย มันจำเป็นที่จะต้องค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ  อย่างไรก็ตาม หยุนหัว ฉีชี่ คือจิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬเป็นรูปแบบของสายพละกำลัง ดังนั้นจึงมีความสามารถต่อสู้ที่สูงและเพิ่มด้วยลวดลายอักขระรอบ ๆ ตัวเขาอีก




              ก่อนที่อุ้งมือใหญ่ของหยุนหัว ฉีชี่จะเข้าปะทะเนียลี่ ร่างของเนียลี่ก็ได้หายไป




              บูม!




              อุ้งมือของหยุนหัว ฉีชี่กระแทกเข้าไปที่ต้นไม้ข้าง ๆ เนียลี่ ทำให้มันแตกออก




              “เกิดอะไรขึ้นกัน ?” ตาของหยุนหัว ฉีชี่จ้องมอง เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะได้ต่อสู้กับทักษะที่ประหลาดเช่นนี้ และสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้มันคืออะไร




              เพราะมันพิเศษยิ่งและหายากจึงไม่มีคนที่รู้จัก ซึ่งรวมไปถึงรวมถึงหยุนหัว ฉีชี่ด้วย




              หยุนหัว ฉีชี่ชะงักด้วยความกลัว แม้ว่าเขาไม่สามารถเห็นคู่ต่อสู้ได้ชัด แต่เขาแน่ใจว่าคู่ต่อสู้ต้องเป็นมนุษย์ที่รวมร่างกับจิตอสูรตนหนึ่งอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นจิตอสูรประเภทใดที่อีกฝ่ายใช้ จิตสังหารโผล่ขึ้นมาในตาเขาที่ค่อย ๆ ควานหาไปทั่วบริเวณแห่งนี้ เพื่อหาตำแหน่งของเนียลี่




              'เงาดำ ๆ เมื่อครู่นั่นต้องเป็นจิตอสูรประเภทลอบสังหารที่หายากตนหนึ่งอย่างแน่นอน!' หยุนหัว ฉีชี่ คิดกับตัวเอง หลังจากเนียลี่ที่ได้ปรากฏตัวและหายตัวอย่างไม่คาดคิด ความกดดันอย่างมากได้ถูกทิ้งไว้แก่เขา




              หยุนหัว ฉีชี่ ค้นหาทั่วป่าเพื่อหาเนียลี่ เนียลี่ตอนนี้ได้ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง กลั้นหายใจของเขาไว้และไม่กล้าขยับเขยื้อน ต้องไม่ลืมว่า ไม่ว่าการบ่มเพาะพลังของเขาหรือพลังของจิตอสูรแห่งเงานั้นเพิ่งจะก้าวสู่ระดับซิลเวอร์ ถ้าเขาขืนสู้ต่อไป เขาจะไม่สามารถจัดการร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ห้าดาวเช่นหยุนหัว ฉีชี่ ได้




              พลังงานที่แผ่รอบตัว หยุนหัว ฉีชี่ กำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะพบสถานที่ซ่อนตัวของเนียลี่ในไม่ช้า




              ฟุ่บบ!




              ภายใต้การควบคุมของเขา จิตอสูรเงาพรายทันใดก็ปรากฏขึ้น กรงเล็บที่แหลมคมด้านหน้าของมันตัดผ่านไปที่คอของหยุนหัว ฉีชี่




              เมื่อรู้สึกได้ถึงลมเย็น ๆ ที่ลอยมาหาเข้า หยุนหัว ฉีชี่ ไม่กล้าที่จะรีบเร่ง เขากระโดดถอยหลังกลับหลบการโจมตีของเนียลี่ และหันกลับมาพุ่งเข้าปะทะเนียลี่




              แบง! แบง! แบง!




              กรงเล็บอันแหลมคมของจิตอสูรเงาพรายผ่านไปอย่างหวุดหวิดที่คอของหยุนหัว ฉีชี่ หลายต่อหลายครั้ง หยุนหัว ฉีชี่ ที่กำลังกลัวได้มีเหงื่อไหลเย็นออกมา สิ่งชั่วร้ายเช่นนี้เป็นที่ตื่นตระหนกต่อเขาเป็นอย่างมาก กรงเล็บด้านหน้าสามารถเปลี่ยนให้ยาวและสั้นได้ และการเคลื่อนไหวของมันก็รวดเร็วอย่างน่าตระหนก การผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เขาจบชีวิตด้วยการถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว




              หยุนหัว ฉีชี่ กระโดดถอยหลังออกไปเป็นสิบเมตร เพียงเมื่อเขาสามารถหลบพ้นการโจมตีของจิตอสูรเงาพรายได้ เขาถอนหายใจออกด้วยความโล่งใจ แต่เพียงเมื่อเขาเตรียมตัวที่จะสวนกลับ จิตอสูรเงาพรายเบื้องหน้าเขาได้เลือนลางและหายตัวไป




              หยุนหัว ฉีชี่ รู้สึกอยากสาปแช่ง เนียลี่ที่รวมร่างกับจิตอสูรเงาพรายนั้นยากที่จัดการเมื่อเขาหายตัวแล้วนั้น จะสามารถหาตัวได้ที่ไหน




              บูม ! บูม ! บูม !




              หยุนหัว ฉีชี่ กระหน่ำการโจมตีของเขาไปยังจุดที่จิตอสูรเงาพรายได้หายตัว ทำให้หินบนพื้นดินลอยกระเด็นไป อย่างไรก็ตาม เนียลี่ไม่ได้ปรากฏตัวออกมา




              “ไอ้เจ้าเลวนี่ไม่ได้ใช้ทักษะซุ่มโจมตี!” มันทำให้หยุนหัว ฉีชี่ รู้สึกตกใจ จิตอสูรประเภทลอบสังหารมากมายสามารถใช้การซุ่มโจมตี อย่างไรก็ตาม ทักษะซุ่มโจมตีข้อบกพร่องอันหนึ่งอยู่คือเมื่อมันถูกการโจมตี มันจะปรากฏตัวออกมาอัตโนมัติ




              เจ้าจิตอสูรนั้นมันใช้ทักษะอะไรกัน มันไม่ใช่ทักษะการซุ่มโจมตี แต่เป็นทักษะโจมตีเร้นกาย ที่หาได้ยาก ซึ่งมันจะเปลี่ยนตัวมันให้เหมือนกับดังอากาศ สามารถทำให้การโจมตีต่าง ๆ ผ่านมันไปได้ อย่างไรก็ตาม ทักษะการโจมตีเร้นกายก็มีจุดอ่อนอันหนึ่งอยู่ เมื่อครั้นมันเข้าสู่รูปแบบหายตัว การเคลื่อนไหวของมันจะช้าลงเทียบได้กับเต่าตัวหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ทักษะการโจมตีเร้นกายนั้นปรากฏให้เห็นได้ยากยิ่ง มันเป็นทักษะหายากของจิตอสูรเงาพราย บุคคลธรรมดาทั่วไม่สามารถจะมองเห็นมัน และไม่สามารถรู้ได้แม้กระทั่งจุดอ่อนของมันได้




             หยุนหัว ฉีชี่ หยุดชะงัก หลังจากผ่านไปนาน เขาไม่สามารถหาตำแหน่งของเนียลี่ได้ เขามีความคิดเกี่ยวกับการถอยหนี อย่างไรก็ตาม การตายของลูกน้องทั้งสองของเขาเป็นเหตุให้เข้าไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้นได้




              'ในวันหนึ่ง ข้าจะมาทำลายตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเจ้าทั้งหมด!' หยุนหัว ฉีชี่ คิดอย่างเคียดแค้น อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงแค่ความคิดหนึ่งเท่านั้น




              แม้ว่าตระกูลบันทึกสวรรค์กำลังเสื่อมถอย มันยังคงเป็นตระกูลขุนนางของเมืองกลอรี่และถูกปกป้องโดยเมืองกลอรี่ ดังนั้น ถ้าสมาคมทมิฬต้องการที่จะทำลายส่วนหนึ่งของเมืองกลอรี่ พวกมันจะต้องทำลายเมืองกลอรี่ทั้งหมด และเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถตัดสินใจได้โดยเขา




              ทันใดนั้น เสียงดังของกร๊อบแกร๊บได้กำลังเข้ามาที่นี่จากที่ไกลแห่งหนึ่งของป่า ร่างหลายร่างกำลังเข้ามาด้วยความรวดเร็ว




              มันคือคนของตระกูลบันทึกสวรรค์!




              ตาของหยุนหัว ฉีชี่ บีบตัว หรี่ลงและกระโดดขึ้นสู่ท้องฟ้า วิ่งหนีอย่างคนบ้า




              ตาของเนียลี่หรี่ลงเช่นกัน เมื่อกำลังเสริมมาถึงแล้ว ไม่สิ่งใดที่เขาจำเป็นต้องกังวลอีก ทันใดเขาก็ปรากฏตัวขึ้น และเคียวแหลมยาวก็พุ่งไปเจาะไปที่หยุนหัว ฉีชี่




              การเคลื่อนไหวของเนียลี่นั้นรวดเร็วยิ่งเมื่อรวมร่างกับจิตอสูรเงาพราย เหมือนเช่นตั๊กแตนออกล่าเหยื่อ




              เมื่อรับรู้ถึงการจู่โจมอย่างทันใด หยุนหัว ฉีชี่ รู้สึกตระหนกยิ่ง ทันใดเขาก็หันไปรอบ ๆ เพื่อทำการหลบอย่างไรก็ตาม เขาได้ก้าวช้าไป




              ฟึ๊ด!




              บาดแผลได้ถูกทิ้งไว้ที่ขาของเขา เลือดสด ๆ พุ่งออกมารอบ ๆ




              “ไอ้เลวเอ๊ย!” หยุนหัว ฉีชี่ ไม่คิดมาก่อนว่าความเร็วของการโจมตีนั้นจะมีมากเพียงนี้ มันเร็วขึ้นมากเมื่อเทียบกับคราวก่อนหน้า




              หยุนหัว ฉีชี่ กระโดดไกลออกไป เขาได้กระโดดขึ้นและลงไม่กี่รอบแล้วหายตัวไปยังป่าที่มืดสนิท




              ด้วยการบ่มเพาะพลังของเขา เนียลี่คาดคะเนได้ว่าเขาไม่สามารถจะไล่ตามได้ และเสียงหนึ่งก็ได้ดังมาจากด้านหลังของเขา เสียงนั้นน่าจะเป็นพวกอาวุโสที่กำลังมา ตัวของเนียลี่เคลื่อนไหวเล็กน้อย จิตอสูรเงาพรายก็ค่อย ๆ ถอยกลับเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขา ร่างกายของเขากลับคืนสู่สภาพเดิม




              ฟุ่บบ!




              ร่าง สาม ร่างกำลังเข้ามาด้านหน้าของเนียลี่ หัวหน้าคนหนึ่งนั้นคือผู้อาวุโส เนีเอิน ส่วนอีกสองคนคือเนียเสี่ยวเฟิ่ง และเนียเสี่ยวยื่อทั้งสองเป็นพี่น้องกัน โดยสองพี่น้อง เนียเสี่ยวเฟิ่ง และ เนียเสี่ยวยื่อ มีอายุมากกว่าเขาไม่กี่ปี เนียเสี่ยวเฟิ่งได้เข้าสู่ระดับร่างทรงอสูรซิลเวอร์สองดาวเรียบร้อยแล้วและเนียเสี่ยวยื่อก็เป็นนักต่อสู้ระดับซิลเวอร์หนึ่งดาว




              ความสัมพันธ์ของเนียลี่กับสองพี่น้องนั่นไม่ดีเอาเสียเลย พวกเขามักจะล้อไปที่พรสวรรค์อันน้อยนิดของเนียลี่อยู่บ่อย ๆ




              “เนียลี่ เจ้าได้ให้เนียหยู่ไปบอกว่ามีคนสามคนมาจากสมาคมทมิฬเช่นนั้นหรือ?” เนีเอินถามด้วยเสียงดุดัน เขาไม่ช้าก็ได้กลิ่น รับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่มาจากป่า




              “คนหนึ่งได้วิ่งไปยังทิศทางนั้น ส่วนอีกสองคนอยู่บนพื้นเนียลี่กล่าวต่อ คนหนึ่งที่วิ่งไปมีความแข็งแกร่งของร่างทรงอสูรซิลเวอร์ห้าดาว เขาได้รวมร่างกับอสูรพยัคฆ์ทมิฬ ผู้อาวุโสท่านต้องระวังตัวให้มาก แต่คนผู้นั้นก็ได้รับบาดเจ็บด้วย ดังนั้นจึงมีร่องรอยของเลือดที่ทิ้งไว้




              เมื่อได้ยินคำพูดของเนียลี่ ผู้อาวุโสเนีเอินมองเนียลี่อย่างแปลกใจ เขารู้สึกได้ราง ๆ ว่าเนียลี่ในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน




              “ข้าจะไปไล่จับมัน พวกท่านทั้งสองจงรออยู่ที่นี่!” ผู้อาวุโสเนีเอินกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน ถ้าอีกฝ่ายเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ห้าดาวจริง ๆ เมื่อนั้นสองพี่น้องคงไม่สามารถสู้กับมันได้




              เนีเอินกระโดดไป ไล่ตามจับไปยังทิศทางที่หยุนหัว ฉีชี่ได้หลบหนี หลังจากนั้นชั่วครู่ ร่างของเขาก็ได้หายเข้าไปสู่ป่าดำทมิฬ




              เมื่อเห็นเนีเอินวิ่งไกลออกไป เสี่ยวเฟิ่งและเสี่ยวยื่อทั้งสองเหลือบมองไปยังเนียลี่ หน้าทั้งสองของพวกเขาปรากฏความรังเกียจขึ้น




              “ทำไมพวกคนจากสมาคมทมิฬถึงได้มายังที่แห่งนี้ ถ้าเจ้าโกหกต่อผู้อาวุโสล่ะก็ เจ้ารู้นะว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร.....” เนียเสี่ยวยื่อกล่าวพร้อมหายใจฟึดฟัด เขากำลังสวมชุดคลุมสีดำ เขาอายุยี่สิบปีเป็นคนที่ร่างสูงกว่าเนียลี่ แววตารังเกียจปรากฏขึ้นเมื่อเขามองมายังเนียลี่




              เมื่อได้ยินที่เสี่ยวยื่อพูด เนียลี่หน้าบึ้งเล็กน้อยและกล่าวว่า หลอกเจ้างั้นหรือ? มีสองศพอยู่บนพื้นดินตรงนั้น เจ้าไม่เห็นหรืออย่างไร?”




              แม้ว่าเขาจะไม่ชอบสองพี่น้องนี้ พวกเขาก็ยังเป็นสมาชิกของตระกูลบันทึกสวรรค์ หลังจากประสพกับความล่มสลายของเมืองกลอรี่ในชีวิตที่แล้วของเขา ด้วยสมาชิกทั้งหมดของตระกูลบันทึกสวรรค์ได้จบชีวิตลงภายใต้กรงเล็ของพวกอสูร ความหยาบคายของพวกเขาก็ไม่ได้มีความหมายมักนัก




              เนียเสี่ยวเฟิ่งนั้นแก่กว่าเนียเสี่ยวยื่อเพียงปีเดียว และอารมณ์ค่อนข้างนิ่งกว่าเมื่อเทียบกับเสี่ยวยื่อเพราะเหล่าคนรุ่นก่อนของครอบครัวพวกเขานั้นไม่ถูกกัน พวกเขาก็เลยไม่ถูกกับเนียลี่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม เนียเสี่ยวเฟิ่งตระหนักได้ว่าเนียลี่ในวันนี้ได้แตกต่างไปจากปกติที่เป็นมา เขากล้าที่จะสวนกลับพวกเขาด้วยความมั่นใจ




              พวกเขาทั้งสามได้ไปยังทิศทางนั้น ซึ่งเสี่ยวเฟิ่งและเสี่ยวยื่อได้เห็นซากศพของหลิวชิงและลู่เหยี่ยน




              พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีศพอยู่สองศพจริง




              “พวกมันตายอย่างไร ?” สี่ยวยื่อแน่นิ่งไปชั่วขณะ เขาทำหน้าบึ้งตึงและถามอีกครั้ง เจ้าเป็นคนจัดการพวกมันเพียงคนเดียวรึ?”




              เนียลี่ไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่เขาได้ก้มลงและตรวจสอบหลิวชิงและลู่เหยี่ยน เขาพบเหรียญของสมาคมทมิฬบนสองศพนั่น




              “มันเป็นคนจากสมาคมทมิฬจริง ๆ เนียเสี่ยวยื่อแค่เสียง เป็นไปได้ว่าไปหัวขโมยงี่เง่าสองตัว มันได้เข้ามายังตระกูลบันทึกสวรรค์และถูกพบโดยเจ้า




              เพราะว่าการบ่มเพาะพลังของเนียลี่ยังไม่ถึงระดับบรอนซ์หนึ่งดาว  ความแข็งแกร่งของพวกหัวขโมยงี่เง่าพวกนี้คงมีไม่มากเท่าใด




              เนียเสี่ยวเฟิ่ง จ้องไปที่เนียเสี่ยวยื่อ ใบหน้าของเขาปรากฏความสงสัยขึ้นมาฉับพลัน เขาก็ก้มตัวลงด้วย และกระฉากเกราะระดับซิลเวอร์ที่ศพของหลิวชิงและลู่เหยี่ยน มือขวาของเขาจับไปที่ซากศพทั้งสองนั้นและกล่าวว่า มันเป็นนักต่อสู้ระดับซิลเวอร์ทั้งสองคน




              “ระดับซิลเวอร์ ? เป็นไปได้อย่างไรกัน? พี่ใหญ่ ท่านมองผิดไปหรือเปล่า?” เนียเสี่ยวยื่อร้องออกมา




              “มันเป็นระดับซิลเวอร์อย่างแน่นอน มีเกราะระดับซิลเวอร์บนร่างกายของพวกมัน และความแข็งแกร่งของร่างกายก็น่าจะมีมากกว่าของเจ้าเนียเสี่ยวเฟิ่งกล่าว โดยปราศจากความสงสัยในน้ำเสียงเขา




              ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเนียเสี่ยวเฟิ่งหรือเนียเสี่ยวยื่อ พวกเขาได้จ้องไปที่เนียลี่




              “เจ้าเป็นคนที่ฆ่าพวกมันงั้นรึ?”




              เนียลี่ยักไหล่และพูดว่า ข้าไม่เคยพูดว่าข้าเป็นคนฆ่าพวกมันเลย พวกมันอาจฆ่าตัวตายเองก็ได้




              เรื่องมันชักจะยังไงชอบกลอยู่ ทั้งเนียเสี่ยวเฟิ่งและเนียเสี่ยวยื่อทำหน้าถมึงทึง อาจจะเป็นไปได้ว่ามียอดฝีมืออยู่รอบ ๆ ที่แห่งนี้หรือเปล่า ? เมื่อยอดฝีมือนั้นได้ช่วยกำจัดคนจากสมาคมทมิฬแล้ว พวกเขาไม่น่าที่จะเป็นศัตรูกับตระกูลบันทึกสวรรค์ได้




              เนียเสี่ยวยื่อกวาดสายตาผ่านเนียลี่ เขารู้สึกว่าเนียลี่นั้นน่าสงสัยยิ่งนัก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่เนียลี่จะถึงระดับซิลเวอร์ได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ไม่ต้องสังเกตุเลย กำลังของเนียลี่ก็ไม่แข็งแกร่งกว่าผู้ที่อยู่ระดับซิลเวอร์ทั่วไปเป็นแน่


 จบตอน


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง