test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 56 ลอบสังหาร




           เนียลี่สอนเคล็ดลับส่วนแรกของ เทคนิคการบ่มเพาะพลัง[เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์แก่เนี่ยหยู่ หลังจากที่เนี่ยหยู่จดจำมันได้ เนียหยู่ก็ไปค้นหาพื้นที่ว่างแห่งหนึ่งและเนี่ยหยู่ก็เริ่มทำการฝึกฝน




           เวลาค่ำคืนที่ล่วงเลยไป ความมืดเริ่มมีมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ มีซึ่งบางเงาบางสิ่งได้ก้าวอย่างรวดเร็วข้ามผ่านป่าแห่งนี้




           เนียลี่สัมผัสได้ถึงบางสิ่งจะระยะห่างที่ไกลออกไป เขาสังเกตุว่ามีร่างหลายร่างกำลังเคลื่อนไหวใกล้กับหน้าผาห่างออกไปไม่กี่ลี้ คิ้วเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย และเคลื่อนมือขวาของเขา เงาร่างหนึ่งปรากฏอยู่ในอากาศและล่องไปยังป่าเบื้องหน้า




           เขาได้ปล่อยจิตอสูรเงาพรายออกไปโดยมิได้รวมร่างกับมัน จิตอสูรนั้นไม่สามารถต่อสู้ได้ถ้าไม่ได้รวมร่างกับร่างทรงอสูร อย่างไรก็ตาม ร่างทรงอสูรสามารถมีสัมผัสรู้สึกได้ถึงสิ่งที่จิตรอสูรนั้นเห็นและได้ยิน ซึ่งมันเป็นประโยชน์มากในบางครั้ง




           พลังงานโดยรอบของจิตอสูรทั่วไปนั้นสามารถถูกพบได้โดยง่าย แต่จิตอสูรเงาพรายนี้สามมารถซ่อนพลังรอบ ๆ ตัวและร่องรอยของมันได้ ดังนั้น มันจึงเหมาะยิ่งนักสำหรับใช้ในการสอดแนมและตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ




           ในไม่ช้าจิตอสูรเงาพรายก็พบกับรูปร่างหลายร่างห่างไกลออกไป ผ่านสายตาของจิตอสูรเงาพราย เนียลี่สามารถเห็นคนสามคนที่ได้สวมใส่ชุดคลุมสีดำ ที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในป่า




           เนียลี่ควบคุมจิตอสูรเงาพราย ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้และระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของคนทั้งสาม




           คนเหล่านั้นกำลังพูดคุยระหว่างพวกเขาเอง




           ที่นี่คืออาณาเขตของตระกูลบันทึกสวรรค์




           พวกเราต้องระมัดระวังตัวให้มาก ที่นี่ยังมียอดฝีมือระดับโกลด์อยู่หลายคน ถ้าพวกเราไปพบกับเจ้าพวกนั้น พวกเราต้องตายเป็นแน่




           พวกเจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าหนูนั่นที่ชื่อเนียลี่ตอนนี้ได้อยู่ในบ้านเก่า ๆ หลังหนึ่งภายใต้ภูเขาแห่งนี้




           แน่นอน ข้าได้ไปตรวจสอบเมื่อตอนกลางวันมาแล้ว พ่อของเจ้าหนูนั่นไม่ได้ฝึกยุทธ ดังนั้นพวกเราจะสามารถจัดการพวกมันโดยไม่ถูกสังเกตุได้






           ผ่านการได้ยินจากจิตอสูรเงาพราย เนียลี่ได้ยินการสนทนาของพวกมัน คิ้วของเขาขมวดเข้าเล็กน้อย 'พวกมันเหล่านี้มาจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ?'






           จากการดูพวกมันแล้ว พวกคนทั้งสามเหล่านี้ตั้งใจเพื่อมาจัดการเขา อย่างไรก็ตามพวกเขาทั้งสามน่าจะอยู่แค่ระดับซิลเวอร์






           เสียงหนึ่งของบางคนรู้สึกคุ้นหูของเนียลี่เป็นอย่างมาก เขาจำมันได้ในทันที หนึ่งในสามคนนี้คือ หยุน หัว ฉีชี่จากสมาคมทมิฬ






           หลังจากได้พบกันที่นครกล้วยไม้โบราณ เนี่ยลี่ก็ได้จำน้ำเสียงของคนผู้นี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วในสมองของเขา โชคยังดี พวกมันที่มานั้นล้วนอยู่เพียงแค่ระดับซิลเวอร์ จำนวนของยอดฝีมือที่อยู่ในระดับโกลด์มีอยู่น้อยมากในเมืองกลอรี่นี้ ทุก ๆ คนจะมีป้ายชื่อพิเศษติดอยู่ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องอย่างสำหรับยอดฝีมือระดับโกลด์ของสมาคมทมิฬที่จะแทรกซึมสู่เมืองกลอรี่ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในพวกมันเหล่านี้มีเพียงหยุนหัว ฉีชี่เท่านั้น




           คิ้วของเนียลี่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยและปลดปล่อยการรับรู้แรงกล้าออกจากจิตอสูรเงาพราย อย่างาง ๆ เนียลี่รู้สึกได้ถึงกำลังของเหล่ายอดฝีมือระดับเงินทั้งซิลเวอร์นี้ หนึ่งคนอยู่ที่ระดับซิลเวอร์ห้าดาว และอีกสองคนนั้นอยู่ที่ระดับซิลเวอร์สามดาว




           นี่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่จะรับมือ” เนียลี่พึมพำ คิ้วขมวดอีกครั้ง ถ้าพวกเขาอยู่ที่ระดับซิลเวอร์หนึ่งดาวหรือ ระดับซิลเวอร์ดาว เนียลี่จะสามารถรับมือกับพวกมันได้ และสำหรับระดับซิลเวอร์สามดาวแล้วเนียลี่ก็ยังสามารถหาทางที่จะจัดการพวกมันได้ อย่างไรก็ตาม พวกมันมีระดับซิลเวอร์ห้า ดาวมาด้วยซึ่งนั่นค่อนข้างจะจัดการยากอยู่สักหน่อย




           ถ้าพวกมันทั้งสามได้เข้ามายังบ้านของเนียลี่ นั่นจะเป็นปัญหาอย่างมาก




           สี่ยวหยู่ รีบไปเร็วเข้าและแจ้งพวกผู้ใหญ่ บอกพวกเขาว่ามีคนหลายคนจากสมาคมทมิฬถูกพบเห็นอยู่ในป่า!” เนียลี่คิดอยู่ชั่วครูแล้วค่อยพูดกับเนียหยู่เช่นนั้น




           คนจากสมาคมทมิฬ?” ตาของเนียู่ปรากฏความกลัวอยู่ภายใน ด้วยอายุเท่านี้ เนียู่ก็เคยได้ยินเรื่องราวอันน่ากลัวของสมาทมิฬว่าเป็นเช่นไร่ เช่นนั้นแล้ว ท่านกำลังจะไปไหนพี่ใหญ่เนียลี่ ไปด้วยกันเถอะ!”




           ข้านั้นไม่เป็นไรหรอก ข้าจะไม่เข้าไปปะทะกับพวกมัน ข้าจะรอคอยจับตาดูพวกมันเอาไว้ รีบไปและแจ้งพวกผู้ใหญ่ ภายกลุ่มคนเหล่านี้ มีอยู่หนึ่งคนที่อยู่ระดับซิลเวอร์ห้าดาว ให้ส่งผู้ที่อยู่ระดับโกลด์ต้องมาที่นี่!” เนียลี่กล่าว เพื่อป้องการการถูกโจมตีจากเหล่าสัตว์อสูร บริเวรของตระกูลบันทึกสวรรค์จะต้องมีผู้ที่อยู่ระดับโกลด์คอยตรวจตราทุก ๆ วัน ทั้งหมดที่เนียู่ต้องทำคือเรียกผู้ลาดตระเวนอาวุโสมายังที่แห่งนี้




           สี่ยวหยู่ เร็วเข้า เจ้าไม่สามารถมัวชักช้าอยู่ได้อีกต่อไป!” เนียลี่เร่งด้วยความกังวล




           เมื่อเห็นเนียหยู่กำลังวิ่งออกไกลออกไป เนียลี่รู้สึกโล่งใจขึ้น มีอยู่สองเหตุผลที่ให้เนียหยู่ไปตามพวกผู้ใหญ่ อย่างแรกเพื่อขอความช่วยเหลือ และอีกอย่างเพื่อส่งเนียู่ออกไปจากบริเวณนี้ ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถมีสมาธิไปที่การจัดการกับสถานการณ์ ณ ขณะนี้ได้




           เนียลี่พรางตัวเขาอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ เข้าไปไกลบริเวณที่พวกมันทั้งสามกำลังอยู่ในตอนนี้




           แม้ว่าความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้จะมากยิ่งนัก แต่ศัตรูก็อยู่ในที่โล่งซึ่งเขาสามารถรับรู้ได้แต่ตัวเขานั้นได้ซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการปะทะกันเข้า




           หยุนหัว ดิคอน นำนักสู้ระดับซิลเวอร์สามดาวทั้งสองไปโดยค่อย ๆ มุ่งผ่านเหล่าต้นไม้




           เกิดอะไรขึ้นกัน?” หยุนหัว ฉีชี่ก็รู้สึกได้ทันใดถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาด เหมือนบางสิ่งบางอย่างกำลังอยู่ที่มุมหนึ่งตรงนั้น กำลังสอดแนมพวกเขา แม้ว่าความรู้สึกนี้จะค่อนข้างคลุมเครือ เขาก็ไม่สามารถพบสิ่งใดเกี่ยวกับมัน




           มีอะไรผิดไปรึ ท่านหัวหน้า?” นักสู้ระดับซิลเวอร์ทั้งสองได้ถามด้วยความงุนงง




           สัมผัสของข้าต่อสิ่งนั้นผิดไปหรือ?” หยุนหัว  ฉีชี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเขาก็ได้ดีดนิ้ว พยัคฆ์ทมิฬร่างใหญ่ปรากฏออกมาบนอากาศ ดวงตาเย็นเฉียบของมันสอดส่องไปรอบ ๆ ต้นไม้




           เขาคือร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ห้าดาวซึ่งมีจิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬ!




           'นั่นมันทำให้ยิ่งจัดการยากขึ้นเข้าไปอีก!' เนียลี่ขมวดคิ้วของเขาอยู่ชั่วครู่ ซ่อนตัวภายใต้เงามืด กลั้นลมหายใจของเขาไว้ จิตอสูรเงาพรายก็ด้วยเช่นกันได้ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ ไม่เคลื่อนไหว




           ระยะห่างของเนียลี่จากหยุนหัวฉีชี่อยู่ราว ๆ ห้าสิบถึงหกสิบเมตร เจ้าจิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬนั้นอยู่ที่ระดับซิลเวอร์เท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้สำหรับมันที่จะพบเขาจากระห่างที่ไกลเช่นนี้ และสำหรับจิตอสูรเงาพราย มันซ่อนอยู่ห่างออกไปห้าเมตรจากหยุนหัว ฉีชี่ ร่างกายของมันเข้าสู่รูปแบบการหายหัวอย่างสมบูรณ์แบบ




           ดวงตาของจิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬได้จ้องมองไปด้านบน มันกวาดตาไปทั่วสิ่งต่าง ๆ รอบตัว แต่ก็ไม่สามารถตรวจพบสิ่งใด หยุนหัว ฉีชี่รู้สึกโล่งใจและกล่าวว่า บางที ข้านั้นคงคิดมากไป


          


           หยุนหัว ฉีชี่เรียกจิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬกลับเข้าร่าง การปล่อยจิตรอสูรของตัวเองสามารถทำให้ร่างทรงอสูรผู้อื่นสามารถตรวจพบถึงพลังงานรอบตัวของจิตอสูรนั้นได้ ดังนั้น เขาจึงต้องระวังตัวให้มาก




           พวกเราทั้งสองจะรออยู่ที่แห่งนี้ หลิวชิง จงไปและตรวจสอบว่ามีผู้ใดลาดตระเวนอยู่ภายในตระกูลบันทึกสวรรค์หรือไม่และส่งสัญญาณมาให้แก่พวกเรา!” หยุนหัว ฉี่ชี่สั่งการด้วยเสียงที่ไม่ดังมากนัก


เกี่ยวกับเรื่องนี้ มันค่อนข้างจะอันตรายอยู่บ้าง ดังนั้น เขาถึงไม่เต็มใจเสี่ยงด้วยตัวเขาเอง




           หลิวชิงรู้สึกหดหู่ใจอยู่บ้าง คิดขึ้นมาว่า 'ทำไมข้าต้องไปด้วย?' อย่างไรก็ตาม เขาไม่กล้าปฏิเสธหยุนหัว ฉีชี่ เขาไม่มีทางเลือกทำได้เพียงแต่ก้มศรีษะของเขาและมุ่งลงไปจากยอดเขา




           หยุนหัว ฉีชี่และอีกผู้หนึ่งมีนามว่า ู่เหยี่ยนชะลอฝีเท้าลง




           เมื่อเห็นลิวชิงแยกตัวออกจาก หยุนหัว ฉีชี่ เนียลี่คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย 'นั่นเป็นโอกาสที่ดีมาก'




           ซึ่งกำลังของเขาในตอนนี้นั้น การจัดการกับบุคคลทั้งสามในคราวเดียวยังคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นเพียงนักสู้ระดับซิลเวอร์สามดาวเพียงคนเดียวแล้วล่ะก็ มันจะเป็นเรื่องที่ง่ายอย่างมาก แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของหลิวชิงนั้นสูงกว่าเนียลี่อยู่สองระดับ แต่เขานั้นเป็นแค่ระดับนักสู้ส่วนเนียลี่คือร่างทรงอสูร




           จิตอสูรที่เนียลี่กำลังใช้อยู่นี้ไม่เคยถูกพบเห็นมาก่อน บุคคลธรรมดาจะไม่รู้ความสามารถพิเศษของจิตอสูรแห่งเงาได้เลย




           ภายใต้การควบคุมของเนียลี่ จิตอสูรเงาพรายได้กลายเป็นแสงดำมืด ลอยกลับมาและผสานอย่างเร็วเข้ากับเนียลี่ ทำให้ร่างกายของเขานั้นเปลี่ยนไป




           เนียลี่มองไปยังทิศทางที่ไม่ไกลนัก เห็นลิวชิงและมุมปากที่บิวเบี้ยวของเขา ด้วยความคิดหนึ่งเขาได้ซ่อนร่างของเขาและค่อย ๆ เข้าใกล้ลิวชิง




           เกิดอะไรขึ้นหลังจากลิวชิงรีบออกมาเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร เขารู้สึกถึงพลังแปลก ๆ รอบ ๆ ได้ในทันใด เขายังคงยืนนิ่งอยู่ มองอย่างสงสัยไปยังสิ่งต่าง ๆ รอบตัว




           ภายในค่ำคืนอันมืดมิด นอกจากเสียงเสียดสีกันของเหล่าต้นไม้ผ่านสายลมนี้ ยังมีการเคลื่อนไหวอื่นอยู่อีก




           เป็นไปได้ว่าข้านั้นคิดมากเกินไป” ลิวชิงหัวเราะแก่ตัวเขาเอง และเริ่มเดินหน้าต่อไป เขาได้ชะลอฝีเท้าลง คิดกับตัวเขาเองว่าเขาสามารถทำการบางสิ่งอันเป็นที่พอใจแก่หยุนหัว ฉีชี่แล้ว


คงไม่จำเป็นต้องมาวิตกและเสี่ยงชีวิตเช่นนี้




           เนียลี่กลั้นหายใจของเขา เข้าใกล้เงียบ ๆ ไปที่ลิวชิงด้วยทักษะการหายตัวของจิตอสูรเงาพราย มันเป็นเรื่องยากที่บุคคลทั่วไปจะสามารถตรวจจับพลังงานของเขาได้




           ห้าเมตร, สามเมตร,สองเมตร,...................




          ลิวชิงไม่ได้รู้เลยว่าเนียลี่นั้นในตอนนี้ได้อยู่ด้านหลังเขาเสียแล้ว




           ทันใดนั้น ลิวชิงรู้สึกถึงจิตสังหารที่พุ่งเป้ามาที่ตัวเขา ความรู้สึกตระหนกได้ทิ่มแทงผ่านสู่หัวใจของเขา เขารู้สึกแปลกใจมาก ทันใดเขาก็ได้หันหลังกลับ และเตะเท้าออกไปหนึ่งครั้ง




           อย่างไรก็ตาม ลูกเตะของเขานั้นไม่ได้ปะทะเข้ากับสิ่งใด ไม่มีผู้ใดอยู่ด้านหลังของเขา




           ที่จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ลิวชิงรู้สึกสั่นกลัวภายในใจไม่รู้จบ เขารู้สึกชัดเจตได้ถึงจิตสังหารแต่เมื่อเขาหันหลังกลับ เขากลับไม่พบสิ่งใดอยู่เลย




           เพียงเมื่อลิวชิงรู้สึกโล่งใจเท่านั้น ร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏอยู่ใกล้ตัวเขา'ฟื้ดแสงสะท้อนเย็นเฉียบในเงามืดได้พาดผ่านคอของลิ่วค่วง




           คอของลิวชิงถูกตัด ร่องรอยของเลือดสด ๆ พุ่งออก ปากของเขาเปิดอ้ากว้าง ยังไม่ทันได้พูดสิ่งใด ดวงตาของเขาค่อย ๆ มืดลง 'พล๊อบศรีษะของเขาล่วงหล่นสู่พื่นดิน 




           ลิวชิงไม่เข้าใจได้แม้กระทั่งการตายของเขา อะไรกันแน่ที่ได้จู่โจมเขา ตั้งแต่เริ่มการบ่มเพาะพลังจนกระทั่งบัดนี้ เขาผ่านประสบการณ์มาแล้วหลายพันสิ่ง และการถูกจู่โจมนับร้อย แต่เขาไม่เคยเจอรูปแบบการโจมตีเช่นนี้มาก่อน




           อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีโอกาสค้นหาสิ่งเหล่านั้นได้อีกต่อไป




           หลังจากเนียลี่จู่โจมสำเร็จ เขาเข้าสู่รูปแบบหายตัวอีกครั้ง กลับไปซ่อนตัวเองต่อ




           เขาพลางรอบ ๆ ศพของลิวชิง และเตรียมพร้อมสำหรับการซุ่มโจมตีครั้งถัดไป




           สำหรับ การลอบจู่โจมครั้งแรกของเขานั้น เนียลี่ไม่ค่อยพอใจกับมันมากสักเท่าใดนัก ดังที่ก่อนเขาจะลงมือ จิตสังหารของเขาถูกตรวจจับได้โดยลิวชิง แม้ว่าในที่สุดเขาก็จู่โจมได้สำเร็จ สำหรับเนียลี่มันยังคงเป็นความล้มเหลว




           นักลอบสังหารที่แท้จริงต้องฆ่าศัตรูได้อย่างไร้ร่องรอย




           เพราะว่าเนียลี่เพิ่งเริ่มรวมร่างกับจิตรอสูรเงาพราย การควบคุมทักษะของจิตอสูรเงาพรายยังคงไม่เต็มที่ มีความผิดพลาดเกิดขึ้นถือเป็นเรื่องธรรมดา ในครั้งแรกของเขาก็สามารถทำสิ่งนี้ได้แล้ว ถ้าเป็นผู้อื่นแล้ว พวกเขาจะพึงพอใจเป็นอย่างมากกับผลลัพธ์เช่นนี้แล้ว อย่างไรก็ตามเนียลี่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดสำหรับตัวเขาเอง การค้นหาซึ่งความสมบูรณ์แบบ




           กลิ่นของเลือดลอยฟุ้งไปในอากาศภายในป่าแห่งนี้




           เกิดอะไรขึ้น?” คิ้วของหยุนหัว ฉีชี่ขมวดเข้าหากัน ด้วยความรู้สึกอย่างฉลาดหลักแหลมว่ามีบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เขาเร่งก้าวไปข้างหน้าและลู่เหยี่ยนก็ตามติดมาด้านหลัง




           หลังจากรีบเร่งมาไม่กี่เมตรเบื้องหน้า พวกเขาเห็นศพของลิวชิงอยู่บนพื้นดิน




           มีใครบางคนอยู่ที่นี้!” หยุนหัว ฉีชี่อ้าปากค้างและเข้าสู่สถานะเตรียมตัวสู้ 'ฝ่ายตรงข้ามฆ่านักสู้ระดับซิลเวอร์ที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเราโดยปราศจากซึ่งเสียงใดได้ สามารถเป็นไปได้ว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นอยู่ที่ระดับโกลด์เช่นนั้นรึ?'




           ลู่เหยี่ยนตกใจกลัวเมื่อเขาเห็นภาพเหตุการณ์นี้ 'หลิวชิงเพียงแค่วิ่งออกไปเพียงไม่กี่เมตรจากพวกเรา และเขาถูกฆ่าอย่างเงียบงัน ฝ่ายตรงข้ามทำสิ่งนี้ได้อย่างไรกัน?'




           พวกเขาค่อยถอยกลับ โดยหันหลังชนกัน ตรวจสอบอย่างตื่นตัวไปตามเหล่าต้นไม้รอบ ๆ




           ในค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้ มีเพียงเสียงของนกร้องที่ได้ยินในป่าอันเงียบเชียบนี้ พวกเขาไม่สามารถพบผู้ใดอีกในป่าแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเขามีความรู้สึกหวาดกลัวของการถูกจ้องมองอยู่ เป็นเหตุให้ขนต่าง ๆ ตามร่างกายของพวกเขาลุกขึ้น




           เมื่อเห็นว่า ไม่มีการโต้ตอบใดจากหยุนหัว ฉีชี่ และลู่เหยี่ยน เนียลี่ก็มิได้ทำการเคลื่อนไหวใดใด และรอคอยอยู่อย่างเงียบ ๆ




           ยิ่งไปกว่านั้น การยื้อเวลาเป็นผลดีแก่ตัวเขา ยิ่งนานเท่าไหร่เนียยู่จะสามารถเรียผู้อาวุโสมากจากตระกูลได้ทันยิ่งขึ้น




           เวลาค่อย ๆ ผ่านไป




           หลังจากเขาสังเกตุว่าบางสิ่งไม่ถูกต้องแล้วนั้น หยุนหัว ฉีชี่ขมวดคิ้วของเขาและกล่าวว่า ไปจากที่นี่กันเถอะ!”




           เขาเป็นชายผู้มีความรอบคอบสูง เพราะว่าเขาเผชิญเข้ากับการสูญเสียที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เขาจะถอยกลับไปก่อน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียง




           หยุนหัว ฉีชี่ ก้าวไป พร้อมที่จะถอยกลับ ลู่เหยี่ยนที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเขาก็เตรียมที่จะตามเขาไป




           'เจ้าต้องการหนีไปรึข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไปง่าย ๆ หรอก!'




           แสงเย็นเฉียบพุ่งผ่านดวงตาของเนียลี่ในขณะที่เขาปรากฏตัวอีกครั้ง เขายกเคียวกระดูกขึ้นและตัดผ่านไปยังลู่เหยี่ยน




           หลังจากที่เข้าสู่รูปแบบหายตัว เนียลี่ได้ซุ่มซ่อนอยู่ใกล้ ๆ ลู่เหยี่ยนมาเป็นเวลานานแล้ว ระยะห่างจากลู่เหยี่ยนจากเขามีเพียงห้าถึงหกเมตร เขาได้เร่งความเร็วขึ้นทันที




           เพียงเมื่อเนียลี่ปรากฏตัว ม่านตาของลู่เหยี่ยนและหยุนหัว ฉีชี่ก็จ้องเขม็งมา




           ใคร?”




           มีใครบางคนที่ได้ซุ่มซ่อนอยู่ใกล้ ๆ กับพวกเขาและพวกเขาไม่สามารถสัมผัสถึงเรื่องเหล่านี้ในตลอดเวลาที่ผ่านได้เลย!




           ฆ่า!” ตาของเนียลี่ค่อย ๆ หลี่ลง ปลดปล่อยจิตสังหารเลือดเย็นออกมา และฟันผ่านไปที่ลู่เหยี่ยนด้วยความเร็วดุจสายฟ้า




           ลู่เหยี่ยนกระโดดถอยหนี ร่างของเขาสะท้อนแสงหนึ่งออกมา บนตัวเานั้น มีที่ป้องกันแขนทั้งสองข้าง เขายกแขนขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีของเนียลี่และในเวลาเดียวกันก็เตะไปยังเนียลี่หนึ่งครั้ง




           ด้วยเขาเป็นนักสู้ระดับซิลเวอร์ ลู่เหยี่ยนได้ผ่านสู้รบมาเป็นร้อย และมีประสบการณ์มากมายนับไม่ถ้วน ภายใต้การสู้รบประชิดตัวเช่นนี้ การตอบสนองของเขารวดเร็วทีเดียว




           น่าเสียดายที่ผู้หนึ่งที่ได้จู่โจมเขานั้นไม่ใช่บุคคลธรรมดา แต่เป็นเนียลี่ที่ได้ร่วมร่างกับจิตอสูรเงาพราย!




           เนียลี่เผชิญหน้ากับลู่เหยี่ยนและทันใดก็ยืดแขนของเขาออก เงี่ยงหนึ่งของเคียวพุ่งไปในทันทีเข้าสู่ด้านหลังของศรีษะ ลู่เหยี่ยน ซึ่งเคียวอันละเมียดละไม ฟื้ดเงี่ยงหนึ่งทะลุผ่านด้านหลังของศรีษะ ลู่เหยี่ยน




           ตาของลู่เหยี่ยนค่อย ๆ ปิดลง แม้กระทั่งตอนตาย เขายังไม่สามารถเข้าใจได้ ทำไมชายผู้นี้ที่อยู่เบื้องหน้าเขาถึงมีแขนที่ยืดยาวเช่นนี้เขาสามารถอ้อมไปด้านหลังของศรีษะและจู่โจมเขามาได้จริง ๆ




           ภายในเวลาไม่นาน เนียลี่ก็ได้จัดการอีกคนหนึ่งแล้ว




           ถ้าเทียบด้านพละกำลังเพียงอย่างเดียว ลู่เหยี่ยนแข็งแรงกว่าเนียลี่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามเนียลี่ไม่ได้เผชิญหน้าลู่เหยี่ยน แบบตรง ๆ โดยทีเขาจู่โจมออกไปในทันที และในเวลาเดียวกัน การโจมตีนั้นก็ไม่ถูก ลู่เหยี่ยน คาดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น ไม่มีทางเลยที่ลู่เหยี่ยนจะสามารถตอบสนองกลับได้ ดังนั้น จึงทำให้การลอบสังหารของเนียลี่ครั้งนี้สำเร็จ โดยการจู่โจมเพียงครั้งเดียว จบตอน


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง