test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 55 เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์


          ด้วยวิธีการนี้เพื่อที่จะทะลุระดับซิลเวอร์ นอกจากต้องสูญเสียพลังวิญญาณจำนวนมากแล้ว จะทำให้เส้นลมปราณได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามด้วยความช่วยเหลือของยาทิพย์ มันสามารถรักษาได้อย่างง่ายดาย




          "เริ่มต้นมันกันเลยเนียลี่ยิ้มอย่างเป็นประกาย ด้วยวิธีกำหนดลมปราณอัศจรรย์นี้ เขาเริ่มที่จะสกัดจุดเชื่อมต่อของเส้นเลือดภายในตัวเขาไปทีละจุด เพื่อกักขังพลังวิญญาณเขาให้มิดชิด




          ไม่มีผู้ใดจะใช้วิธีการเช่นนี้ ถ้าเขาผู้นั้นไม่ได้มีความมั่นใจสูงมาก  (แปลไม่ครบจากบท 54 มา)




          หลังจากพลังวิญญาณของเขาถูกขังอย่างสมบูรณ์ พลังวิญญาณของเขาเริ่มที่จะสะสมและไปรวมตัวกันที่จุดศูนย์กลางของห้วงขอบเขตวิญญาณของเขามากขึ้นเรื่อยๆ เนียลี่ยังใช้ยาทิพย์ทุกประเภทที่จะทำให้มีการเสริมสร้างพลังวิญญาณของเขา และมันทำให้พลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนพลังวิญญาณได้รวมตัวอย่างหนาแน่น มันเป็นเหมือนราวกับอากาศที่ได้ถูกบีบอัดไปยังจุดๆหนึ่ง ทำให้มันสามารถจะมีการระเบิดพลังที่น่าเกรงขามขึ้นได้




          พลังวิญญาณของเขาได้เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่องแล้วก็ถูกบีบอัดกันภายในห้วงขอบเขตจิตวิญญาณของเขาโดยไม่สามารถที่จะหาทางออกได้




          มันถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาและเหมือนกับว่ามันจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย




          เนี่ยลี่รู้สึกว่าห้วงขอบเขตจิตวิญญาณของเขาได้เกิดรับการฉีกขาดตลอดเวลาแต่ก็ได้รับการฟื้นฟูทันทีเช่นกันความเจ็บปวดนี้ช่างรุนแรงทำให้การใบหน้าของเขาซีดขาวเหงื่อก็ไหลลงมาเหมือนสายฝน




          "อ๊าาาาา!" เนี่ยลี่กรีดร้องอย่างเจ็บปวด ตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะอย่างนั้นเนี่ยลี่ก็ยังคงมีสติอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเช่นกัน พลังวิญญาณของเขาตอนนี้นั้นได้รับการบีบอัดอย่างนับครั้งไม่ถ้วน




          "บูมบูมบูม!"




          ภายในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาพลังวิญญานเริ่มอัดแน่นมากขึ้นจนทำให้เกิดการแตกร้าวของห้วงขอบเขตวิญญานของเขาหลายต่อหลายครั้ง เนี่ยลี่รู้สึกได้ถึงห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาที่ได้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง




          สุดท้าย 'บูมมมม'




          แรงบีบอัดของพลังวิญญาณเริ่มระเบิดแล้วกระจายไปทั่วในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาแล้วก่อให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นทันที




          อ้า อ้า อ้า!!




          จากนั้นอาการปวดที่น่ากลัวก็ตามมาปกคลุมร่างกายของเขาเปรียบเหมือนได้มีเข็มนับล้านเล่มได้แล่นมาเจาะเข้าไปยังสมองของเขา




          ส่วนของลมปราณของเขาก็ยังมีการฉีกขาดอย่างต่อเนื่อง เนี่ยลี่ได้ทนความเจ็บปวดที่รุนแรงเพื่อรอคอยเวลานี้ เวลาที่แรงบีบอัดของพลังวิญญาณได้เปิดทะลวงจุดลมปราณต่าง ๆ ที่เขาได้สกัดจุดเอาไว้




          ฟิ้วววเนี่ยลี่รู้สึกโล่งที่ร่างกายของเขาได้รับการผ่อนคลายลง แม้ว่าจุดลมปราณของเขาได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก แต่ในขณะนี้ใบหน้าของเนี่ยลี่ก็เต็มไปด้วยความดีใจ มันเป็นไปตามที่เขาคิด การใช้เทคนิคการกำหนดลมปราณอัศจรรย์นี้ทำให้ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาขยายออก และมันทำให้เขาสามารถไปถึงระดับซิลเวอร์ได้




          หลังจากที่ใช้การบังคับจิตวิญญาณเสร็จสิ้นเขาจะต้องกู้พลังงานคืนก่อนถึงจะไปถึงร่างทรงอสูรระดับซิลเวอรได้!






          เนี่ยลี่เริ่มกินยาทิพย์หลายอย่างเพื่อกู้คืนพลังของเขาแล้วเริ่มที่จะฝึกพลังต่ออย่างเงียบ ๆ หลังจากการเพิ่มพลังไปยังห้วงขอบเขตวิญญาณในปัจจุบันของเขาแล้วนั้นในตอนนี้เขาสามารถที่จะดูดซับพลังงานหยินคืนได้แล้ว ด้วยความจริงที่ว่าเขาเป็นผู้ชาย ตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยพลังงานหยางดังนั้นเขาจะไม่เป็นเหมือนเช่นเสี่ยวหนิงเอ๋อ




[(เกร็ดความรู้)จีนพูดเสมอว่าหยินหยาง เป็นตัวแทนของผู้ชายและผู้หญิงโดยผู้หญิงคนหนึ่งจะเต็มไปด้วยหยินและผู้ชายก็จะเต็มไปด้วยหยาง]




          หลังจากฝึกไปประมาณหนึ่งชั่วยาห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ก็ได้ฟื้นฟูพลังกลับมาเหมือนเดิมเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้ไปถึงระดับซิลเวอร์




          เนี่ยลี่ลืมตาของเขาขึ้นดวงตาของเขาเป็นประกาย ในที่สุดเขาก็สามารถใช้ตะเกียงแห่งจิตอสูรเงาพรายได้




          เขาดึงจิตอสูรเงาพรายออกจากตะเกียง โดยมือขวาของเขาค่อยๆลูบไปยังตะเกียงและใส่พลังวิญญาณของเขาเข้าไปในตะเกียง เกิดเสียง 'ฟู่!" มาจากตะเกียงและเริ่มเปล่งแสงริบหรี่เหมือนแสงของวิญญาณลาง ๆในความมืด




          มีเสียงดังเหมือนปีศาจดังออกมาจากตะเกียงแห่งจิตอสูรเงาพราย แล้วได้ปรากฏแสงซึ่งจิตอสูรเงาพรายสิงสถิตอยู่ อย่างไรก็ตามเนี่ยลี่ไม่ได้วิตกแต่อย่างใด พลังวิญญาณของเขานั้นเปรียบเหมือนดังเชือกที่ได้เข้าไปพันรอบยังแสงนั้น


              พลังวิญญาณของเนียลี่ได้ค้นพบเงาดำหนึ่งเงา เมื่อพลังวิญญาณของเขากระทบรอบ ๆ เงาดำนั้น จิตอสูรเงาพรายเริ่มกรีดร้องอย่างทรมานพยายามที่จะต่อต้านเขาโดยการพยายามพุ่งผ่านพลังวิญญาณของเนียลี่ออกไป




              "กำลังพยายามหนีรึ? มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอกจำนนต่อข้าซะ!" เนียลี่เริ่มเคลื่อนพลังวิญญาณของเขาให้วนรอบจิตอสูรเงาพราย




              ทันใดนั้นจิตอสูรงาพรายก็สั่นสะท้านและยังคงต่อต้านต่อไป อย่างไรก็ตามภายใต้แรงกดดันของพลังวิญญาณของเนียลี่ จิตอสูรเงาพรายค่อยสูญสูญเสียพลังในการต่อต้านลงเรื่อย ๆ




              'วู๊ชชช' จิตอสูรเงาพรายได้กลายเป็นเงาดำ ๆ อันหนึ่งและเข้าไปสู่ห้วงขอบเขตของวิญญาณเนียลี่ ครั้นเมื่อจิตอสูรตนใดเข้าไปในห้วงขอบเขตวิญญาณของร่างทรงจิตอสูรแล้ว พวกมันจะถูกควบคุมโดยร่างทรงอสูรผ่านการให้พลังวิญญาณของร่างทรงอสูรเสริมเข้าไป ถ้าร่างทรงอสูรไม่ได้ปลดปล่อยจิตอสูรด้วยตัวของเขาเอง จิตอสูรจะไม่สามารถมีอิสระได้




              เหมือนกับทำการตีตราไว้แล้วโดยพลังวิญญาณ




              หลังจากรวมร่างกับจิตอสูรเงาพราย ห้วงขอบเขตของวิญญาณเนียลี่ได้ขยายมากขึ้นเป็นสองเท่า ครั้งเมื่อได้รวมร่างกับจิตอสูร ร่างทรงอสูรและจิตอสูรจะส่งผลลัพธ์ซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งความเร็วในการฝึกพลังวิญญาณจะเพิ่มเป็นสองเท่าของความเร็วปกติ




              จิตอสูรเงาพรายเป็นหนึ่งในจิตอสูรที่ลึกลับที่สุด น้อยคนนักที่จะรู้ถึงคุณสมบัติของมัน ดังนั้นจึงมีร่างทรงอสูรจำนวนน้อยมากที่จะสามารถใช้ความสามารถต่อสู้ของเขาเพื่อดึงพลังของมันออกมาได้ แต่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับเนียลี่




              จิตอสูรเงาพรายมีพลังมากอย่างน่าฉงน ในขณะเดียวกันมันก็มีระดับการเติบโตที่สูงอย่างมากอีกด้วย ดังนั้นมันไม่สามาถจะเทียบได้เลยกับจิตอสูรธรรมดาพวกนั้น ยิ่งไปกว่านั้นสมองของเนียลี่เต็มไปด้วยทักษะการต่อสู้สำหรับจิตอสูรเงาพรายนี้ เมื่อนั้นแล้วเขาจึงสามารถดึงพลังของจิตอสูรเงาพรายออกมาได้ทั้งหมด




              เนียลี่เคลื่อนมือของเขาและเรียกจิตอสูรเงาพรายออกมา แล้วเขารีบผสานเข้ากับจิตอสูรตนนั้นอย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ร่างกายของเนียลี่ได้หายไปและกับปรากฏมาอีกครั้งคล้ายกับผี และเคียวกระดูกได้งอกขึ้นมาจากแขนทั้งสองของเขา(รูปลักษณ์หลังรวมร่าง)คล้าย ๆกับตั๊กแตน จิตอสูรเงาพรายสามารถอยู่ใน รูปแบบหายตัว และรูปแบบปรากฏตัว เมื่อเนียลี่ได้เข้าสู่รูปแบบหายตัว น้อยคนนักที่จะสามารถจับถึงพลังงานรอบตัวเขาได้ อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่ในรูปแบบ[เร้นกาย] เนียลี่จะไม่มีความสารถในการโจมตี แต่เมื่อเขาเข้าสู่รูปแบบปรากฏตัว เขาจะสามารถทำซึ่งการโจมตีไปที่จุดสำคํญให้ถึงแก่ชีวิตได้




              จิตอสูรเงาพรายมีทักษะการลอบโจมตีที่ทรงพลังอย่างมากที่สุด เมื่ออยู่ระหว่างการต่อสู้ แม้กระทั่งยอดฝีมือระดับสูง ก็สามารถถูกจัดการได้ ถ้าพวกเขานั้นไม่ระวังตัว




              เคียวกระดูกนั้นมีความยาวประมาณหนึ่งเมตร มีแสงเย็น ๆ สะท้อนอยู่ ดูเหมือนจะคมอย่างมาก




              เนียลี่มองดูการเปลี่ยนรูปที่สองแขนของเขา และมองไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ห่างไปไกลหลายเมตร




              ตัวของเขาพุ่งไปอย่างรวดเร็ว เร่งไปที่ต้นไม้ใหญ่นั้น เคียวอันนั้นได้ส่องแสงเย็น ๆ ออกมาและ " ฟัน " ต้นไม้ใหญ่นั่นได้ถูกตัดเป็นสองท่อนและล้มลงในทันที พื้นผิวของรอยตัดนั้นช่างราบเรียบอย่างมาก




              เนียลี่เก็บเคียวนั้นด้วยความพึงพอใจ ด้วยความคิดหนึ่ง ร่างของเขาค่อย ๆ โปร่งใสและหายไปจากจุดนั้น หลังจากนั้นชั่วครู่ ตัวของเขาก็ได้ปรากฏออกมาอีกครั้ง




              “มันคุ้มค่าอย่างยิ่งที่รู้จักจิตอสูรเงาพรายนี้”!” เนียลี่ยิ้มเบา ๆ ปรากฏให้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของเขา จิตอสูรเงาพรายนี้ เหมาะสำหรับการลอบสังหารอย่างแท้จริงเมื่อทำการสู้กับฝ่ายศัตรู ภายใต้สถานการณ์ปกติบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ระวังตัวสามารถถูกฆ่าได้โดยง่าย ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีระดับการเติบโตที่สูงมาก ซึ่งสามารถค่อย ๆ เพิ่มความแข็งแกร่งได้ขณะที่การบ่มเพาะพลังของเนียลี่ได้เพิ่มสูงขึ้น




              เนียลี่ที่ทำการเลือกจิตอสูรเงาพรายมาเป็นจิตอสูรตนแรกนั้นเป็นการตัดสินใจเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว




              เนียลี่สามารถคุ้นเคยและดึงพลังมาใช้กับจิตอสูรเงาพรายนี้ได้ในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วยาม แต่สำหรับคนปกติแล้วการทำสิ่งนี้ได้ต้องใช้เวลานับเดือนเลยทีเดียว




              “ไม่เลว ไม่เลว” เนียลี่พูดพร้อมรอยยิ้ม เขานั่งไขว้ขาลง เขาชำเลืองไปที่ตะเกียงวิญญาณที่แตกหัก หลังจากที่รวมร่างกับจิตอสูรเงาพรายแล้ว สิ่งนี้ก็ไม่มีประโยชน์อันใด เขาจึงโยนมันไปที่มุมหนึ่งของแหวนห้วงมิติ




              ในตอนนี้ รูปร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งได้วิ่งอย่างเร็วมายังทิศทางของเขา




              ภายใต้แสงสลัวของดวงจันทร์ เนียลี่สามารถมองเห็นรูปร่างของคนผู้นั้นได้ เขาได้มองเห็นเนีหยู่




              “เสี่ยวหยู่ ทำไมเจ้าถึงมาที่แห่งนี้กัน?” เนียลี่ถามและมองไปที่เนียหยู่




              “ข้านอนไม่หลับ ดังนั้นข้าจึงต้องการฝึกฝนเหมือนเช่นพี่ใหญ่เนียลี่!” เนียหยู่กล่าว ใบหน้านางเอาจริงอย่างไร้เดียงสา




              “ก่อนที่จะกลายเป็นระดับซิลเวอร์ มันดีที่สุดที่จะไม่ฝึกฝนในเวลาค่ำคืน มันจะส่งผลเสียมากว่าผลดี” เนียลี่ได้สอนเนียหยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง




              “ถ้าเช่นนั้น ทำไมพี่ใหญ่เนียลี่จึงฝึกตนในเวลากลางคืนเช่นนี้กันล่ะ?”




              “ข้า....” เนียลี่ไม่สามารถพูดว่าตัวเขานั้นได้บรรลุระดับซิลเวอร์แล้ว ผู้ชายนั้นแตกต่างจากผู้หญิง ที่มีพลังงานหยางอยู่มากดังนั้น พวกเราจึงไม่กลัวว่าพลังหยินจะเข้าสู่ตัวพวกเรา




              “ข้าไม่เชื่อท่านหรอกเนียหยู่กล่าว นางทำหน้ามุ่ยอย่างไม่เชื่อ




              เนียลี่สั่นศีรษะเขาอย่างช่วยไม่ได้ เนียหยู่เป็นเด็กตัวเล็กที่ดื้อดึงมาก ไม่ว่าผู้อื่นจะพูดเช่นไร ก็ไม่สามารถเข้าสู่สมองนางได้




              เนียลี่คิดชั่วขณะก่อนพูดว่า เมื่อข้าได้กลับมาแล้ว ข้าจะสอนเนียหยู่ถึงเทคนิคการบ่มเพาะพลัง




              “ใช่เลยขอบคุณ พี่ใหญ่เนียลี่เนียหยู่ถูมือทั้งสองของนางอย่างตื่นเต้น ใบหน้าน้อย ๆ เหมือนขนมปังกลมล้วนเต็มไปด้วยความคาดหวัง




              เนียลี่นำเอาคริสตัลวิญญาณออกมาจากแหวนห้วงมิติของเขา แล้วยื่นมันให้เนียหยู่และกล่าวว่า ขั้นแรก ใส่พลังวิญญาณของเจ้าเข้าไปในคริสตัลวิญญาณขั้นต้นนี้




              “ ตกลง เนียหยู่ไม่คิดมากและใส่พลังวิญญาณเข้าไป หลังจากนั้นชั่วครู่คริสตัลวิญญาณเริ่มปรากฏแสงออกมา




              “พลังวิญญาณสามสิบสองจุด ไม่เลวเสี่ยวยู่ เจ้ามีอายุเพียงเก้า ขวบกได้มีพลังวิญญาณสูงถึงเพียงนี้..” ทันใดนั้นเนียลี่ก็หยุดทันที สายตาของเขาเพ่งมองไปที่ภายในของอัญมณีวิญญาณและถูกทำให้ตกใจ พึมพำบางสิ่งออกมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมการบ่มเพาะพลังของเสี่ยวหยู่ถึงได้รวดเร็วเช่นนี้ เพราะสี่ยวหยู่นั้นมี[เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์]”




              “พี่ใหญ่เนียลี่ อะไรคือ [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์]?” เนีหยู่สงสัยมากด้วยความที่นางไม่เคยได้ยินเรื่องเล่านี้มาก่อน และพี่ใหญ่เนียลี่ก็บอกว่าความเร็วในการบ่มเพาะพลังของนางนั้นเร็วมาก แต่นางไม่ได้ตระหนักถึงมันมาก่อน




              สิ่งที่เนียหยู่ไม่เข้าใจนั้น เป็นเนียลี่ที่กล่าวโดยหมายถึงในชีวิตที่แล้วของนาง มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังก่อนที่ความสามารถของ [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์จะปรากฏ นางก็ได้จบชีวิตลงแล้วในศึกต่อสู้




              เนียลี่วางมือลงบนศรีษะของเนียหยู่และกล่าวว่า จุดเริ่มต้นของตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรานั้นอยู่ในอาณาจักรวายุเหมันต์ พวกเรามีประวัติศาตร์มายาวนาานมาก นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลบันทึกสวรรค์ต่างมี[เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์ด้วยกันทั้งหมด ความเป็นไปได้ที่สิ่งเหล่านี้จะปรากฏภายในร่างกายของพวกเรามีประมาณแค่หนึ่งในร้อยคน ซึ่งนั่นหมายความว่าภายในตระกูลของพวกเราหนึ่งร้อยคนจะมี[เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์]ปรากฏหนึ่งคน มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เทคนิคการบ่มเพาะพลังสำหรับผู้มี [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์ได้หายสาปสูญเป็นระยะเวลานานจากยุคมืด




              “โอ้..” เนียหยู่กระพิบตาของนางเข้าใจได้เพียงแค่เล็กน้อย




              เป็นสิ่งดีที่ภายในตำราแห่งจิตอสูรท่องเวลานั้นมีเทคนิคการบ่มเพาะพลังสำหรับผู้มี [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] เนียลี่รู้สึกชุ่มชื่นในหัวใจ ด้วยความตระหนักว่าเขาสามารถใช้สิ่งนี้ฝึกฝนเนี่ยหยู่ได้ !




              “ถ้าเช่นนั้น พี่ใหญ่เนียลี่ยังจะสอนเสี่ยวหยู่ถึงการบ่มเพาะพลังอยู่หรือไม่?” เนียหยู่ถามขึ้น ด้วยความกังวลเล็กน้อย เพียงเพราะว่าเทคนิคเหล่านั้นได้สาปสูญไปนานแล้ว นั่นหมายความว่านางจะไม่สามารถเรียนรู้มันได้อีกต่อไปอย่างนั้นหรือ




              “แน่นอน อย่างไรก็ตาม เจ้าต้องเก็บเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่ข้าสอนเจ้านี้อย่างเป็นความลับนะ เสี่ยวหยู่ไม่สามารถบอกผู้ใดเกี่ยวกับมันได้ มันจะเป็นความลับเล็ก ๆ ของพวกเราสองคน เจ้าสามารถให้คำมั่นกับพี่ใหญ่เนียลี่ได้หรือไม่?” เนียลี่มองอย่างอ่อนโยนไปยังเนียหยู่และพูดขึ้น ด้วยความรู้ของเขาในตอนนี้เกี่ยวกับตระกูลบันทึกสวรรค์ที่ยังไม่เป็นปึกแผ่น มีเรื่องขัดแย้งกันอยู่อย่างมากมาย ดังนั้นเนียลี่จึงไม่ตั้งใจที่จะบอกกล่าวถึงเทคนิคเหล่านี้แก่ตระกูลของเขา




              “อืม!” เนียหยู่ผงกศรีษะรับด้วยความจริงจัง สี่ยวหยู่จะไม่บอกผู้ใดแน่นอน!”




              เนียลี่สอนเนียหยู่ถึงบทแรกของการบ่มเพาะพลังของ [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์เนียหยู่ได้ท่องมันออกมา ด้วยค่าพลังวิญญาณสามสิบสองจุด ความจำของนางนั้นค่อนข้างดีเทียว ในไม่ช้านางจะจำบทแรกของการบ่มเพาะพลังได้อย่างสมบูรณ์




              เพื่อความปลอดภัย แค่บทแรกของการบ่มเพาะพลังก็เพียงพอแล้ว เขาจะคอยให้เนียหยู่ฝึกสำเร็จซึ่งบทแรกเสียก่อน หลังจากนั้นเข้าจะสอนบทต่อไป อย่างไรก็ตาม เนียหยู่นั้นยังเล็กนั้นและไร้เดียงสา ดังนั้นนางจึงถูกหลอกได้ง่าย




              เนียหยู่ท่องบทแรกของเทคนิคบ่มเพาะพลังในใจนาง ในไม่ช้า พลังวิญญาณของนางภายในส่วนของวิญญาณของนางได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง



              ภายในยุคของอาณาจักรวายุเหมันต์ ร่างทรงอสูรผู้มี [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์ต่างรู้จักกันดีกว่าเป็นหนึ่งในสามของร่างทรงอสูรที่มีพลังแข็งแกร่งมากที่สุด ภายในยุคนั้น อัจฉริยะมีอยู่เป็นจำนวนมาก ร่างทรงอสูรระดับตำนานภายในอาณาจักรมีอยู่เต็มไปทั่ว แต่กระนั้นก็ตามผู้ที่มี [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์ก็ยังคงมีชื่อเสียงอย่างมาก ดังนั้น ผู้ใดก็ตามสามารถรู้ได้เลยว่าพลังของ [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์มีพลังมากเพียงใด  จบตอน




แปลโดย มองสีอะไร ก็เป็นสีดำเพราะตาบอด  และ kimaera

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง