test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 54 กำหนดลมปราณอัศจรรย์


             

เสี่ยวลี่ เจ้ากลับมาแล้ว เนียหมิงพูดพร้อมรอยยิ้ม
             

อืม ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว!
             

        เมื่อได้เห็นท่าทางที่ซูบเซียวของท่านพ่อ ตาของเนียลี่ช่วยไม่ได้เลยที่จะรู้สึกแดงก่ำ ความทรงจำทั้งหมดในชีวิตที่แล้วของเขากำลังซัดเข้ามาเป็นระลอก ๆ
             

         “สี่ยวลี่ดูเหมือนว่าจะเติบโตสูงขึ้นนะ หล่อเหลามากขึ้นด้วยหลังจากได้ใช้ชีวิตเล่าเรียนในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์มาหนึ่งปี พลังงานที่แผ่ออกมารอบตัวเขานั้นไม่เหมือนแต่ก่อนเลย !” เนียไค่ที่อยู่ใกล้ ๆ กล่าวขึ้นและหัวเราะไปด้วย เขาเป็นน้องชายโดยสายเลือดของเนียหมิง เขานั้นอายุอ่อนกว่าเนี่ยหมิงสามปีและก็เป็นเหมือนเนียหมิง ที่ไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะพลังดังนั้นเขาจึงเป็นเพียงแค่ชาวนาธรรมดา
             

         ด้วยอายุของเนียหมิงและเนียไค่ ห้วงขอบเขตวิญญาณของพวกเขาได้คงรูปเสียแล้วและพวกเขาไม่สามารถบ่มเพาะพวกมันได้อีกต่อไป การเป็นแค่คนธรรมดาก็ยังคงเป็นสิ่งที่ดีแล้วสำหรับพวกเขา
             

      ในชีวิตที่แล้วของเขา 'ข้าไม่สามารถปกป้องพวกท่านทั้งหมดได้ ในชีวิตนี้นั้น พวกท่านจะถูกปกป้องโดยข้าเอง!'
             

       เนียลี่ได้กลับมาถึงบ้าน และหลังจากได้เห็นแม่ของเขาและท่านอา มีความสนุกสนาน ครอบครัวของเขานี้ได้รวมตัวกันอีกครั้ง หัวใจของเนียลี่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความตื้นตันใจ
             

  “เสี่ยวลี่ เจ้ามีพละกำลังเท่าไหร่แล้วตอนนี้?” ในที่สุดเนี่ยหมิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและได้กล่าวถามขึ้น
             

      ทุก ๆ สายตาจับจ้องไปที่เนียลี่ ดวงตากลมโตของเนียหยู่เปล่งประกายไปด้วยขณะที่นางมองมายังเนียลี่
             

พวกท่านควรจะรับประทานอาหารก่อน!” แม่ของเนียลี่ เซี่ยวหยุนรีบกล่าวขึ้น
             

         ภายในชีวิตที่แล้วของเขา ไม่ว่าเรื่องใดถ้าเป็นเนียหมิงและเซี่ยวหยุน แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของเนียลี่จะไม่สามารถเพิ่มระดับได้และทำให้พวกท่านรู้สึกเศร้าใจซ้ำแล้วซ้ำอีก พวกท่านยังคอยสนับสนุนเนียลี่ไม่ยอมหยุด พวกท่านไม่ถามเรื่องราวต่าง ๆ ของเนียลี่มากนัก อย่างไรก็ตาม เขายังคงรู้สึกได้ถึงความคาดหวังอย่างสูงของพวกท่าน ทุก ๆ ครั้งที่เขาต้องรับความรู้สึกเหล่านี้ มันแหลมคมราวกับใบมีดที่ได้กรีดลงบนใจเขา และเขาจะโทษตัวเองเสมอมาที่เป็นคนไร้ค่าเช่นนี้
             
อย่างไรก็ตาม ภายในชีวิตนี้ เขาจะไม่ปล่อยให้พวกท่านต้องรู้สึกแย่อีกต่อไป
             

     “การทดสอบในปีนี้ พลังวิญญาณของข้าได้หนึ่งร้อยจุดแล้ว และข้านั้นได้เป็น ร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์หนึ่งดาว” เนียลี่พูดระหว่างกินอาหารอย่างสงบ เขาไม่กล้าที่จะบอกพวกท่านถึงพลังที่แท้จริงของตัวเขา ถ้าพวกท่านรู้ พวกท่านคงจะต้องตกใจจนเกือบหัวใจวายตายเป็นแน่
             

       เนียหมิงและครอบครัวไม่คาดคิดว่าเนียลี่นั้นจะสามารถกลายเป็นร่างทรงอสูรได้ พวกเขาต่างคิดเหมือนกันว่าถ้าเนียลี่นั้นได้เป็นนักต่อสู้ระดับบรอนซ์ มันก็เป็นเรื่องมากเพียงพอแล้ว เมื่อพวกเขาได้ยินว่าเนียลี่กลายเป็นร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์หนึ่งดาว พวกเขาต่างหยุดชะงัก ตะเกียบในมือของพวกเขาก็หยุดนิ่งไปด้วย
             

"ร่างทรงอสูร ระดับบรอนซ์หนึ่งดาว?"
             
เนียหมิงและครอบครัวต่างคิดว่าพวกเขาหูฟาดไป
             

  “ร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์หนึ่งดาว? ” เนียไค่ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นั้นอดอ้าปากค้างไม่ได้และถามเนียลี่อีกครั้ง
             

       “ขอรับ!” เนียลี่ผงกศีรษะของเขา เขามองดูครอบครัวที่อบอุ่นของเขาได้นั่งอยู่ใกล้ ๆ กัน เขารู้สึกหดหู่และเศร้าใจ ครั้งหนึ่งเมื่อชีวิตที่แล้วที่มีแต่ความเศร้าโศก ในชีวิตนี้นั้น เขาจะสามารถชดเชยให้แก่พวกเขาเหล่านั้นทั้งหมดได้
             

       “ร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์หนึ่งดาว!” เนียหมิงและครอบครัวต่างพึมพำกัน บ้านของพวกเรานั้นในที่สุดก็ได้มีร่างทรงอสูรกำเนิดขึ้นแล้ว?”
             

      หลังจากเวลาแห่งการหยุดชะงักอย่างเงียบงันได้ผ่านไป สีหน้าของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความินดีอย่างเปี่ยมล้น
             

"ร่างทรงอสูรหนึ่งคน!"
             

   ร่างทรงอสูรใดก็ตามภายในตระกูลบันทึกสวรรค์จะมีสถานะที่ไม่ธรรมดา นอกจากได้รับการยกเว้นการส่งส่วยทุก ๆ เดือน พวกเขายังสามารถเรียกร้องบางสิ่งจากตระกูลได้
             

     "นอกจากได้เป็นร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์แล้วมากไปกว่านั้น ข้ายังได้รับเลือกให้เข้าสู่ชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์โดยสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย"” เนียลี่ได้คิดชั่วครู่และเริ่มพูดต่อเช่นนั้น
             

         “ชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์นั่นงั้นหรือเจ้าไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์พิเศษเพื่อเข้าไปในชั้นเรียนนั้นรึ?” ลูกของเนียฉ่อง เนีหลงนั้นเขาก็เป็นร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์หนึ่งดาวด้วยเช่นกัน แต่เขาไม่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าสู่ชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์!” เนียไค่พูดด้วยความสงสัย ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ยังคงคลุมเครือ
             

     เนียหยู่กระพริบตา ดวงตาโตเยิ้มมองไปที่เนียลี่ด้วยความชื่มชมและพูดว่า "พี่ใหญ่เนียลี่เยี่ยมยอดที่สุดเลย!"
             

  ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนียลี่เป็นดังบุคคลที่นางเทิดทูน
             

       "ฮ่า ฮ่า ฮ่า"  เนียลี่หัวเราะ ลูบไปที่หัวของเนียหยู่ ในชีวิตที่แล้วของเขานั้น เขาทำได้เพียงแต่มองดูไปที่เนียหยู่และคอยให้นางคุ้มครอง
             

      ในชีวิตนี้ 'ให้ข้าได้เป็นผู้หนึ่งที่จะปกป้องเจ้าเถอะเนียลี่คิดอยู่ภายในใจเขา
             

       “มันน่าจะเป็นเพราะว่าพรสวรรค์ของเสี่ยวลี่ที่มีแง่มุมอื่นบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงได้ถูกเลือกให้เข้าชั้นเรียนของผู้มีพรสวรรค์ได้ ต้องไม่ลืมว่าเสี่ยวลี่ไม่น่าจะเป็นร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์ หนึ่ง ดาวได้ในระเวลาอันสั้นแค่นี้บ้านของพวกเราในที่สุดก็มีร่างทรงอสูรเกิดขึ้นแล้ว” เนียหมิงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ๆ ต่างมากมายกล่าวขึ้น
             

      ในตอนนี้ ไม่ว่าเรื่องอะไรถ้าเป็น เนียหมิง เนียไค่ น้าเหมียวหลิงหรือเนียหยู่ พวกเขาล้วนมีความสุข เซี่ยวหยุนก็เริ่มมีน้ำตาไหลออกมากด้วยความสุขเช่นกัน
             

  “อนาคตของเสี่ยวลี่จะต้องสดใสอย่างแน่นอนเนียไค่แตะไปบนบ่าของเนียลี่
             

         “สี่ยวลี่ ไปกันเถอะพวกเราไปหาท่านผู้นำตระกูลกัน!” เนียหมิงพลันลุกขึ้นยืนทันใด หัวใจเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ในเวลานี้นั้น ในที่สุดเขาก็สามารถเชิดหน้าต่อหน้าคนในตระกูลของเขาได้ เกี่ยวกับเมื่อก่อนนั้น เนียหมิงถูกมองด้วยสายตาดูถูกจากคนในตระกูลอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนียฉ่อง ผู้ซึ่งชอบคุยอวดกับเขา ในที่สุดเนียลี่ก็สามารถกู้หน้าเขากลับมาได้
             

         “ลูกของเราเพิ่งกลับมาถึงบ้าน ปล่อยให้เขากินก่อนเป็นอันดับแรก เจ้าจะรีบร้อนไปทำไมกัน?” แม่ของเขา เซี่ยวหยุนทำตาขึงโยนใส่เนียหมิง


       “ถูกต้อง ถูกต้อง!” เนียหมิงหัวเราะอย่างอาย ๆ เขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากเป็นเหตุให้เขาตื่นเต้นมากเกินไป
             

       เมื่อได้เห็นครอบครัวมีความภาคภูมิใจในตัวเขา เนียลี่ก็รู้สึกมีความสุขมากภายในใจของเขาด้วย
             
        “สถานการณ์ภายในตระกูลเป็นอย่างไรกันครับ?” เนียลี่ถามระหว่างกำลังทานข้าวอยู่
             

      "แปลกมาก ๆ" เมื่อหัวข้อสนทนาได้เปลี่ยนไปสู่สถานการณ์ของตระกูล เนียหมิงทำหน้าบูดบึ้ง
             
แปลก?” เนียลี่รู้สึกสงสัยเล็กน้อย
             

        “ใช่แล้วเนียหมิงผงกศีรษะ ความมั่งคั่งของตระกูลบันทึกสวรรค์ใกล้จะพบจุดจบ อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อนที่ผ่านมานี้ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เริ่มจะกดดันพวกเรา เป็นเหตุให้เกิดผลร้ายแรงต่อการค้าของพวกเรา คนที่เกี่ยวข้องกับการค้าของพวกเราบางคนเริ่มหยุดการค้าขายกับพวกเรา ทำให้เหล่าอาวุโสและหัวหน้าตระกูลกังวลใจ หัวหน้าตระกูลเคยแม้กระทั่งส่งจดหมายส่วนตัวไปยังตระกูลศักดิ์สิทธิ์เพื่อถามถึงสาเหตุ แต่เขาก็ถูกเพิกเฉย พวกเขานั้นคงจะต้องการรอให้ตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรามีปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ ก่อนที่เริ่มจะคุยข้อตกลงกับพวกเรา แต่ทันทีทันใด ทางเลือกที่ดีกว่าก็ปรากฏขึ้น"
             

"ทางที่ดีกว่างั้นหรือ?" เนียลี่ถาม
             

      "ใช่แล้วแล้ว ทันใดนั้น สิบกว่าตระกูลได้เริ่มต้นเสนอการค้าขายกับพวกเรา ข้อเสนอนั้นยังดีมาก ๆ อีกด้วย แต่ตอนแรกนั้น ท่านผู้นำตระกูลคิดว่ามันเป็นกลลวง อย่างไรก็ตามภายหลังที่เขาตระหนักได้ว่าพวกเขานั้นไม่ได้มีสิ่งใดแอบแฝง การมาติดต่อค้าขายนั้นมันเริ่มต้นมาจากความคิดของสมาคมปรุงยาทั้งหมด พวกเขาให้แม้กระทั่งโอกาสทางธุรกิจแก่พวกเรามากมาย โดยให้พวกเราทำการปลูกสมุนไพรหลายชนิด ยิ่งไปกว่านั้น การจ่ายเงินก็ยังดีมาก ๆ อีกด้วย ภายใต้ร่มเงาของสมาคมปรุงยาแบบนี้แล้ว ตระกูลศักสิทธิ์ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดที่ปฏิปักษ์แก่เราได้"เนียหมิงกล่าว
             

       เมื่อได้ยินคำพูดของเนียหมิง เนียลี่เข้าใจดีว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ความคิดของเขานั้นผุดผู้หญิงสาวสวยผู้หนึ่งขึ้นมา ทั้งหมดนี้น่าจะถูกจัดโดยหยางซิ่น
             

         ตั้งแต่ที่เนียลี่ได้เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของสมาคมปรุงยา การจัดการของหยางซิ่นเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของสมาคมปรุงยาไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์เลย ทั้งทางด้านเครือข่ายการค้าก็มีความแข็งแรงมากกว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้ว และต้องไม่ลืมว่า ทุก ๆ ตระกูลยังคงจำเป็นต้องซื้อยาทิพย์มาจากสมาคมปรุงยาอีกด้วย ดังนั้นด้วยการอุ้มชูของสมาคมปรุงยา ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่กล้าที่จะแตะต้องซึ่งตระกูลบันทึกสวรรค์ได้อีกต่อไป
             

          ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสูตรแห่งยาทิพย์ที่ได้ให้แก่พวกเขาโดยเนียลี่ แม้กระทั่งำหนักท่านเจ้าเมืองและทั้งสามตระกูลหลัก จำเป็นต้องมาขอซื้อจากสมาคมปรุงยา ดังที่สมาคมปรุงยาได้ขยายกำลังถึงเพียงนี้แล้ว ถ้าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องการจะเป็นปฏิปักษ์กับสมาคมปรุงยาแล้วล่ะก็ เมื่อนั้นมันเป็นเหมือนการรนหาที่ตายชัด ๆ
             

         หลังจากการกลับมาก นอกจากการได้พบญาติ ๆ ของเขาแล้ว เขายังจำเป็นต้องจัดเตรียมให้ตระกูลบันทึกสวรรค์ได้ติดต่อกับสมาคมปรุงยา เขาไม่คิดว่าหยางซิ่นได้จัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว  ต่อไปก็คือเนียลี่สามารถเริ่มคิดวิธีจัดการกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนเลย สมาคมปรุงยานั้นมีความสำคัญอย่างมากกับเรื่องนี้
             

      “ทำไมเจ้าถึงได้บอกสิ่งเหล่านี้แก่เด็กน้อยกันหึ?” เซี่ยวหยุนมองอย่างบึ้งตึงไปที่เนียหมิง ในสายตาของนางเนียลี่นั้นเป็นแค่เพียงเด็กตัวเล็ก ๆ เท่านั้น การรู้สิ่งเหล่านี้ไปก็ไร้ค่า
             

      “ความคิดของพวกผู้หญิง ตอนนี้เสี่ยวลี่นั้นเป็นร่างทรงอสูรระดับบรอนซ์หนึ่งดาวแล้ว ในภายภาคหน้า เขาจะกลายเป็นหัวใจสำคัญของตระกูลบันทึกสวรรค์ เมื่อถึงเวลานั้น สิ่งทั้งหลายที่เขาจะได้เรียนรู้จะมีมากยิ่งกว่านี้เสียอีก!” เนียหมิง แย้งกลับด้วยการแสดงออกอย่างภาคภูมิใจและมีความสุข
             

  ดีแล้ว ไม่เป็นไร ที่เจ้ากล่าวมาถูกต้องแล้วเซี่ยวหยุนกล่าวด้วยความฉุนเฉียว
             

      ท่านพ่อและท่านแม่เป็นเช่นนี้เสมอเมื่อชีวิตที่แล้ว พวกเขามักจะทะเลาะกันบ่อย ๆ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างพวกท่านก็ยังดีอยู่มาก เมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้แล้ว เนียลี่ก็ได้หัวเราะออกมา
             
      "ท่านพ่อ สำหรับช่วงเวลานี้ ข้ายังคงไม่ต้องการไปพบท่านผู้นำตระกูล ข้านั้นต้องการมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝน" ” เนียลี่เงยหน้าของเขาและมองไปที่เนียหมิงและกล่าวขึ้นเช่นนั้น
             
    “แน่นอนเลย ไปพบเขาทีหลังก็ได้!” เนียหมิงหัวเราะ
             
    ลุงเนียไค่ที่อยู่ใกล้ได้ลูบหัวเนียหยู่และพูดว่า "เสี่ยวหยู่ ต้องฝึกฝนให้หนัก และเป็นอย่างพี่เสี่ยวลี่นะ"
             
"จ๊ะสี่ยวหยู่จะฝึกฝนให้หนัก"เนียหยู่ผงกศรีษะรับและพูดออกไปด้วยความจริงจัง
             
      เวลากลางคืนเริ่มคลืบคลานเข้ามา มันเป็นคืนหนึ่งที่ลมได้พัดไปทั่วทั้งป่า เต็มไปด้วยเสียงของเหล่าใบไม้ที่ขัดสีกันไปตามสายลม
             

        เนียลี่ได้ออกมาจากบ้านของเขา และมุ่งหน้าไปยังป่าแห่งเนินเขาทมิฬ แล้วนั่งลงบนก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง เขามองออกไปที่ระยะทางแสนไกลและเห็นเพียงแสงไฟจากบ้านเรือนต่าง ๆ มากมาย
             

          ตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นตระกูลที่มีประวัติศาตร์มายาวนาน ประวัติศาตร์ของตระกูลนั้นสามารถย้อนไปยังยุคของอาณาหิมะเหมันต์ บรรพบุรุษของตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นเป็นถึงขุนนางผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม หลัจากได้เผชิญกับการเปลี่ยนของยุคสมัย และเผชิญกับยุคมืดมาเป็นเวลานาน ตระกูลบันทึกสวรรค์ก็ได้เสื่อมถอยลงเป็นตระกูลขนาดเล็กที่ตอนนี้อยู่ภายในเมืองกลอรี่
             

        เนียลี่ได้นั่งขาไขว้กันอยู่บนก้อนหินใหญ่นั้นเพื่อจะฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ อีกเพียงแค่ก้าวเล็ก ๆ เท่านั้นสำหรับเขาที่จะเข้าสู่ระดับซิลเวอร์ เมื่อเขาได้ทะลุระดับซิลเวอร์แล้ว เขาสามารถจะผสานกับจิตอสูรเงาพรายที่อยู่ในตะเกียงแห่งจิตอสูรได้
             

         ในขณะที่ใช้ยาทิพย์อย่างต่อเนื่อง เขาจะเคลื่อนเทคนิคการบ่มเพาะพลัง[เทพวิถีฟ้า]ไปพร้อมกัน เนียลี่สามารถดูดซับยาทิพย์เข้าสู่กระแสเลือดและค่อยปล่อยให้ผลของยาทิพย์แสดงต่อห้วงวิญญาณของเขา สิ่งนี้ทำให้ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาขยายกว้างออกอย่างไม่สิ้นสุด
             

ห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาขยายตัวอย่างบ้าคลั่งและต่อเนื่อง ในขณะที่มันเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ
             
     
       อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาต้องการทะลุไปสู่ระดับซิลเวอร์มันจะค่อนข้างยากสักเล็กน้อย เนียลี่ประมาณการณ์ว่าเขาต้องใช้เวลาราวสิบวันที่จะทำสิ่งนี้
             

        “ข้าเกือบลืมไปแล้วว่า ยังมีวิธีอื่นอีกที่ข้านั้นยังไม่เคยใช้!” เนียลี่ระลึกบางอย่างได้และปรากฏรอยยิ้มแห่งความสุข เมื่อจะทำการลุไปสู่ระดับซิลเวอร์ ยังมีวิธีหนึ่งเรียกกว่า กำหนดลมปราณอัศจรรย์  วิธีนี้จะสกัดเลือดที่ไหลไปหล่อเลี้ยงแขนขาและส่วนต่าง ๆ อีกหลายส่วนในร่างกายเขา เขาสามารถสกัดจุดเชื่อมลมปราณทั้งสามสิบหกจุดได้และบังคับให้พลังวิญญาณของเขาถูกกักอยู่แต่ในห้วงขอบเขตวิญญาณ วิธีนี้เขาจะสามารถบังคับตัวเองให้ทะลุสู่ระดับซิลเวอร์ได้ ....จบตอน...

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง