test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 35 ล่อลวงปัญหามา





            ความแม่นยำในการยิงธนูของเนียหลีนั้นสูงมาก เจ้าวานรยักษ์ฟ้าที่ถูกยิงโดยเขาร้องออกมาอย่างทรมาน วานรยักษ์ฟ้าไม่สามารถต้านทานต่อพิษของหญ้าหมอกม่วงได้ หลังจากพวกเขายกอาวุธขึ้นในมือ เฉินหลินเจี่ยนและนักสู้ระดับซิลเวอร์ฟาดฟันไปที่เจ้าวานรยักษ์ฟ้าตนนั้น
            

ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ!
            

      เลือดสาดกระเซ็นไปรอบพื้นที่ สาดใส่เฉินหลินเจี่ยนและคนของเขาจนเลอะไปด้วยเลือดสีแดง

            

         เนียหลีรู้ว่านี่เป็นวิธีเฉพาะที่ส่งวานรยักษ์ฟ้ามาเพื่อตรวจสอบกำลังของคณะโดยเจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณ ความเฉลียวฉลาดของวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณนั้นน่าตกใจเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น พละกำลังในการต่อสู้ของมันยังน่าหวาดหวั่นด้วย

            

      เมื่อชีวิตที่แล้วของเขา เมื่อเอียจืออวินและผู้ติดตามมาถึงนครกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ พวกเขาไม่ได้เข้าปะทะกับพวกสัตว์อสูรผสานวิญญาณ แต่การปรากฏตัวของมันในตอนนี้ทำให้เนียหลีสับสน เนียหลีหมดหวังแต่เขาก็ขับเคลื่อนพลังวิญญาณที่ได้รับมาจากฉู่หยวน ถ้าเขาสามารถไปถึงระดับบรอนซ์ขั้นสองดาวได้ในตอนนี้ก็จะปลอดภัยขึ้นบ้าง
            

           “พวกเราจะล่อมันตรงไปยังป้อมหิน!เนี่ยหลีพูดเสียงดัง การป้องกันของป้อมนั้นแน่นหนาและแข็งแรงกว่า นั่นจะสามารถใช้เพื่อจัดการกับเจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณนี้ได้
            

รรรว!!
            


        เจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณฟ้ากระโดดขึ้น พุ่งเข้าปะทะไปยังทิศทางของพวกเขามุ่งไป มันยกแขนหนา ๆ ของมันขึ้นและพุ่งไปที่คน ๆ หนึ่งของเฉินหลินเจี้ยน
            

บูม!
            


       เจ้าวานรยักษ์ฟ้าตบคน ๆ นั้นที่ท้องของเขา คน ๆ นั้นร้องโหยหวน กระเด็นไปและกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เลือดสาดกระเซ็นเมื่อเขาร่วงลงสู่พื้น
            

        คนผู้นั้นอยู่ที่ระดับซิลเวอร์สองดาว เจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณตนนี้มีกำลังมากอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ตบทีเดียวมันสามารถสังหารยอดฝีมือระดับซิลเวอร์สองดาวได้ ไม่เคยมีผู้ใดที่เคยเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน หลังจากได้เห็นสิ่งนี้ หน้าของพวกเขาซีดเผือก หลังจากมันสังหารได้ไปหนึ่งคน วานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณตนนี้ไม่ได้รีบร้อนที่จะเข้าโจมตีอีก พวกมันกำลังรออยู่ข้างนอก เหมือนกับเสือที่กำลังเล่นอยู่กับเหยื่อของมัน กำลังมองหาโอกาสที่จะจู่โจมเหยื่อโดยไม่ให้รู้ตัว
            


           “แย่แล้ว เจ้าลิงตัวนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป ! ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นหัวหน้าของเหล่าวานรยักษ์ฟ้าพวกนี้ เสียงคำรามของมันจะดึงดูดให้พวกวานรยักษ์ฟ้าใกล้ ๆ มาสมทบเพิ่มอีก! 


      เนียหลีพูดพลางขมวดคิ้กลุ่มของพวกเราตกเป็นเป้าหมายทั้งหมด พวกเราจำเป็นที่จะต้องแยกกลุ่ม!
           
            


      เฉินหลินเจี้ยนขมวดคิ้วของเขาเล็กน้อย ลดเสียงของเขาต่ำลงและพูดว่า ตกลง พวกเราจะแยกไปเป็นหกกลุ่มแล้วไปพบกันที่ป้อมหิน
            

กลุ่มได้แยกตัวกันอย่างรวดเร็ว
            

          ฮูเหยียนหลานรั่วและเอียจืออวินได้ติดตามเนียหลีพร้อมกับผู้ติดตามสองคนและเพื่อนอีกคนที่สนิทของนาง
            


           * ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! * กลุ่ม หกกลุ่มวิ่งแยกออกไปในทิศทางที่ต่างกัน หกทิศทาง
           
            


             เจ้าสัตว์อสูรวานรยักษ์ฟ้านั้นวางแผนที่จะกำจัดคณะอย่างช้า ๆ ไปทีละคน อย่างไรก็ตามมันไม่คิดว่าพวกนั้นจะแยกตัวออกเป็นหกกลุ่มและวิ่งไปในทิศทางที่แตกต่างกัน มันหยุดชะงักชั่วขณะและได้เริ่มไล่ตามกลุ่มของเนียหลีไป
            


             เนียหลียิ้มอย่างเจ็บปวด ทำไมโชคของเขาถึงได้แย่เช่นนี้ หลังจากแยกเป็นหก กลุ่มเหตุใดเจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณถึงได้ไล่ตามกลุ่มของพวกเขา
            

            “พวกเจ้าไปก่อนเลย รีบเร็วเข้า !เนี่ยหลีตะโกน นำเอาขวดยาจำนวนหนึ่งที่ทำมาจากหญ้าหมอกม่วงออกมาจากแหวนห้วงมิติ
            เอียจืออวินค่อย ๆ หยุดวิ่ง เมื่อมองเห็นด้านหลังของเนียหลีเขากำลังจะเผชิญหน้ากับวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณ สิ่งนี้นั้นทำให้จิตใจของนางรู้สึกสั่นไหว
            

           ภายในดวงตาของฮูเหยียนหลานรั่วเริ่มมีน้ำตาซึมจนเป็นสีแดง ในสถานการณ์ที่เลวร้ายถึงเพียงนี้ เนียหลีไม่คิดถึงการเอาตัวรอดของเขาแต่เพียงผู้เดียว แต่เขายังจะตัดสินที่จะอยู่คอยคุ้มกันด้านหลังให้แก่นาง นางรู้สึกซาบซึ้งใจในการกระทำของเนียหลีเป็นอย่างมาก
            

          “เร็วเข้า! อย่าชักช้า! ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้า ข้ามีวิธีจัดการกับมันได้” 



เนี่ยหลีพูด แยกกลุ่มกันและวิ่งไป ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่มีทางที่จะมีชีวิตรอดไปได้
            

         เอียจืออวินและฮูเหยียนหลานรั่ว กัดฟันกล้ำกลืนไปพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นจากดวงตาของพวกนาง พวกนางหยุดชั่วขณะมองดูที่หลังของเนียหลี แต่สุดท้ายก็ตัดใจแล้ววิ่งเข้าไปในป่า
            

รรวว!
            

          เจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณฟ้าเหวี่ยงแขนของมันและได้กระแทกแขนของมันไปยังเนียหลี
            

         ก่อนที่แขนของมันจะถึงตัวของเขานั้นเนียหลีก็ได้ย่อตัวลงและได้กลิ้งตัวหลบไปบนพื้นดิน
            

บูม !!
            


           แขนอันใหญ่ของมันกระแทกไปยังจุดที่เนียหลีเคยอยู่เมื่อชั่วครู่นี้ รอยแยกปรากฏบนพื้นดินและทำให้หินข้าง ๆ แตกกระเด็นเป็นเสี่ยง ๆ ไปยังทิศทางต่าง ๆ*ตูมตูม* เศษหินสองก้อนที่แตกกระเด็นมาโดนที่แขนของเนียหลี ทำให้มีเลือดไหลกระฉูดออกมาจากแขนของเขา
            

          มันรัวกำปั้นที่อกและกระทืบเท้า และหลังจากนั้นอีกครั้งมันเหวี่ยงแขนมาที่เนียหลีและกระแทกลง
            


        เนียหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาจำได้แล้วว่าจุดไหนคือจุดที่อ่อนแอที่สุดของพวกวานรยักษ์ฟ้า เมื่อนั้นพลังวิญญาณได้ถูกปล่อยออกมาจากตัวของเขาและเขาสามารถรับรู้ได้ทันทีถึงจิตวิญญาณที่อยู่ลึกข้างในความคิดของเจ้าวานรยักษ์ฟ้านี้ พลังวิญญาณของเจ้าวานรยักษ์ฟ้านี้คล้ายกับเยื่อบาง ๆ ที่ห้อหุ่มหัวมันไว้
            

       “ระเบิดเนียหลีตะโกนอย่างรุนแรง พลังวิญญาณของเขาทั้งหมดรวมตัวกันเป็นจุดเดียวและกระแทกเข้าใส่จิตวิญญาณของเจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณตนนี้
            

บูม !
            

       พลังวิญญาณของมันนั้นสั่นไหวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และการเคลื่อนไหวของมันก็ถูกหยุดไปด้วย
            


         เนียหลีรู้ชัดว่าเขาไม่ใช่คู่มือสำหรับเจ้าอสูรร้ายประเภทนี้ และอีกอย่างเขาพึ่งก้าวมาสู่ระดับบรอนซ์ขั้นสองดาว แม้กระทั่งกระบี่ก็ไม่สามารถที่จะทะลุผ่านผิวหนังของอสูรร้ายระดับนี้ได้ ดังนั้น เขาสามารถใช้ได้เพียงพลังวิญญาณเพื่อโจมตีมัน และอาศัยโอกาสที่เจ้าสัตว์อสูรนี้มึนงงอยู่ เนียหลีกระโดดหนีและมุ่งหน้าอย่างเร็วเข้าไปในป่า
            

        เจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณนั้นไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เมื่อมันยอมให้พลังวิญญาณของเนียหลีกระแทกเข้ากับวิญญาณที่อยู่ในความคิดของมัน ส่งผลให้จิตใจของมันมึนงง มันพยายามสั่นหัวอย่างไม่ยอมหยุดและในท้ายที่สุดดวงตาที่สับสนของมันเริ่มชัดเจนขึ้น มันหลุดออกจากภาวะสับสนได้
            


       เมื่อมันสามารถมองได้ชัดเจน เนียหลีก็ได้หนีไปแล้ว
            


          เจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณคำรามอย่างดุร้ายและมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเนียหลี มันเหมือนกับสายฟ้าที่พุ่งผ่าน ต้นไม้ทั้งหมดที่ขวางทางมันทั้งหมดถูกผลักและได้กระเด็นลอยไป
            

          มันวิ่งอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเนียหลีได้เห็นระยะห่างระหว่างเขากับเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ใกล้เข้ามา จิตใจของเขาเริ่มเป็นกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาพยายามอย่างดีที่สุดที่จะซ่อนภายในบริเวณป่าหนาทึบแห่งนี้แล้ว เพียงแต่เมื่อเนียหลีกำลังจะวิ่งออกจากป่า กลุ่มของบุคคลกลุ่มหนึ่งได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขากลุ่มนี้สวมชุดคลุมดำยาว ใบหน้าของพวกมันถูกคลุมอย่างมิดชิด มีเพียงส่วนหนึ่งของคางเท่านั้นที่โผล่ออกมา สัตว์อสูรทมิฬปรากฏทีชุดด้านหลังชุดคลุมนั้นทำให้รู้สึกเหมือนเป็นลางร้ายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก
            

           ตาของพวกมันมองมาที่เนียหลี และแปลกใจเล็กน้อย เด็กน้อยแบบนี้มาทำอะไร ณ ที่แห่งนี้กัน ยิ่งไปกว่านั้น เด็กนี่ทำอย่างไรถึงสามารถมารอดถึงที่แห่งนี้ได้ ? พวกเขาตามมาที่นี่เพราะได้ยินเสียงคำรามของวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณและกำลังค้นหาร่องรอยของคณะเซิ่นหลินเจี่ยน อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่คิดว่าจะมาวิ่งมาเจอเนียหลีที่นี่
            

            เมื่อมองชุดที่พวกนั้นใส่ ความหวาดหวั่นปรากฏฉับพลันที่ดวงตาของเนียหลี เขาสามารถจำกลุ่มคนที่สวมชุดคลุมดำยาวนี้ได้ พวกมันกลุ่มนี้เป็นเรื่องเลวทรามที่สุดของเมืองกลอรี่ เป็นกลุ่มที่ชั่วร้ายที่สุดสมาคมทมิฬ
            

           “เจ้าเด็กน้อยคนนี้อาจเป็นลูกหลานของตระกูลชนชั้นสูง จับตัวมัน !ผู้นำกลุ่มหยุนหัว ฉีชี่ ตะโกนสั่ง คนสองคนในชุดคลุมดำไปอยู่รอบ ๆ ตัวเนียหลี เมื่อมองเห็นเป็นเช่นนี้แล้ว เนียหลีแสดงท่าทียิ้มประหลาดออกมา

             
และเสียงดังรอบ ๆ ได้ยินขึ้น !
            


        พื้นดินที่พวกเขายืนอยู่สั่นไหวอย่างแรง เจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณพุ่งออกมาจากป่าทึบ คำรามและพุ่งเข้ามาที่เนียหลี
            

           เนียหลีวิ่งหลบในทันที พวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ซึ่งกลุ่มชายชุดคลุมดำยืนอยู่
            

        เมื่อมองเห็นวานรยักษ์ฟ้าระดับผสานวิญญาณพุ่งเข้าใส่ พวกสมาคมทมิฬจัดรูปแบบตั้งรับในทันที และเตรียมพร้อมยืนหยัดการเข้ามาปะทะของเจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณตนนี้
            

          เจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณคำราม มันสังเกตุที่กลุ่มคนเหล่านี้และคิดว่าพวกนั้นเป็นกลุ่มที่มากับเนียหลี เจ้าสัตว์อสูรผสานวิญญาณวานรยักษ์ฟ้ากระโดดขึ้น และจู่โจมมาที่เนียหลี เมื่อเห็นว่ามันใกล้จะถึงตัวเขา เนียหลีรีบกระโดดไปด้านข้าง แต่อุ้งมือของมันได้ข่วนเข้าที่หลังของเขา เขารู้สึกเหมือนว่าหลังของเขากำลังลุกเป็นไฟจากอากาศที่เคลื่อนตัวรวดเร็วผ่านหลังของเขา
            

           โชคดีที่การตอบสนองของเนียหลีไวพอ ดังนั้นเขาจึงไม่ถูกโจมตีตรง ๆ แต่อย่างไรก็ตามเนียหลีได้รับบาดเจ็บสาหัส
            


            เจ้าสัตว์อสูรปีศาจผสานวิญญาณวานรยักษ์ฟ้าหมุนตัวไปยังกลุ่มคนชุดคลุมดำหลังจากที่มันพลาดการโจมตีเนียหลี
ฆ่ามันหยุนหัวฉีชี่ ตะโกนเสียงดัง กลุ่มคนชุดคลุมดำเงื้อกระบี่ของเขาไปยังเจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณ
            

ตูมม ตูมม ตูมม! การต่อสู้อย่างหนักหน่วงเริ่มต้นขึ้น
            


         เมื่อได้มองเห็นการต่อสู้ระหว่างเจ้าสัตว์อสูรผสานวิญญาณวานรยักษ์ฟ้ากับพวกสมาคมทมิฬเริ่มต้นขึ้น เนียหลีรู้สึกโล่งอกและรอยยิ้มปรากฏอยู่ที่ริมฝีปากของเขา ข้าขอมอบเจ้าสัตว์อสูรผสานวิญญาณวานรยักษ์ฟ้าให้เป็นของขวัญแก่พวกเจ้า! ข้าจะขอล่วงหน้าไปก่อนโดยที่พยายามไม่สนใจบาดแผลที่
เกิดขึ้นบนร่างกายของเขาเนียหลีกระโดดเข้าไปสู่ด้านในของป่า
            


         กำลังของเจ้าสัตว์อสูรผสานวิญญาณวานรยักษ์ฟ้านั้นแข็งแกร่งมาก กลุ่มคนที่มาจากสมาคมทมิฬนั้นไม่สามารถจัดการมันได้ในระยะเวลาอันสั้นและทำได้เพียงแต่มองที่เนียหลีที่ได้วิ่งหนีไป
            

          ใบหน้าของหยุนหัวฉีชี่เป็นสีแดง เขาได้ถูกหลอกโดยเด็กน้อยคนหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่สุดจะทนได้
            

          ระหว่างวิ่งไปนั้น ทันใดนั้นเนียหลีได้เห็นรูปร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่พุ่มไม้ คนผู้นั้นก็คือเอียจื่ออวิ๋น?
            

เหจุใดเจ้าถึงยังคงอยู่ที่นี่ ?” เนี่ยหลีถามด้วยหน้าตาไม่พอใจ เอียจืออวินไม่ได้ฟังคำของเขาและออกมา
            

ข้าเป็นห่วงมากว่าเจ้าจะตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นข้าจึงคอยเตรียมพร้อมอยู่ข้าง ๆ เพื่อสนับสนุนเจ้า
            


         นางมองไปที่บาดแผลบนร่างกายของเนียหลีและใบหน้าของนางแสดงออกถึงความรู้สึกเป็นกังวลเนียหลีรู้ดี ณ ขณะนี้ เอียจืออวินไม่ได้มีความรู้สึกต่อเขาเป็นพิเศษแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับสถานการ์อันตราย นางกลับมาและไม่ได้จากไปไหน สิ่งนี้ทำให้เนียหลีระลึกได้ถึงความหลังว่าสิ่งใดที่ได้เคยเกิดขึ้นเมื่อชีวิตที่แล้วของเขา หลังจากที่เมืองกลอรี่ถูกทำลาย เขาติดตามกองกำลังใหญ่มุ่งหน้าออกไป มีตอนหนึ่งนั้นเขาอ่อนแอมากและใกล้ที่จะตาย เป็นเอียจืออวินที่กลับมาและได้ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้
            

          ลักษณะที่นางปฏิบัติต่อเนียหลีแม้ว่าเป็นตระกูลชั้นสูงในตอนนั้นประทับใจเนียหลีมาก
            

            หลังจากนั้น พวกเขาทั้งสองเริ่มติดต่อกันมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะมีความแตกต่างระหว่างความแข็งแรงของพวกเขาอยู่มาก ทั้งคู่ต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน
            

          เนี่ยหลีเพียงแค่ย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในหัวใจของเขา แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
            


      “พวกเราต้องออกจากที่นี่ทันที ไม่เช่นนั้นกลุ่มเหล่านั้นจะจับพวกเราได้
           
            

             “กลุ่มคนเหล่านั้น ?” เอียจืออวินนิ่งไปชั่วขณะ
            

            “มันคือสมาคมทมิฬ พวกมันกำลังจัดการกับเจ้าสัตว์อสูรวานรยักษ์ฟ้าเนียหลีพูดในขณะที่จับมือของเอียจืออวินและวิ่ง
            


             พวกเขาทั้งสองกำลังวิ่งเข้าสู่ป่า โดยมือนางถูกดึงโดยเนียหลี แก้มของเอียจืออวินเป็นสีแดงระเรื่อ นางพยายามที่จะสลัดมือแต่ไม่สามารถที่จะสลัดให้หลุดได้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงแค่ยอมให้เนียหลีทำในสิ่งที่เขาต้องการ 


           เอียจืออวินเงยหน้าขึ้นและมองไปที่หน้าของเนียหลี นางไม่รู้ว่าเนียหลีนั้นจับมือโดยคิดอะไรกับนางอยู่หรือไม่ ตั้งแต่เด็ก นี่เป็นครั้งแรกที่มือของนางถูกจับและจูงโดยผู้ชาย ความร้อนที่ฝ่ามือของเนียหลีทำให้นางรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย
            


           ทั้งสองยังคงวิ่งต่อไปและมุ่งไปสู่สถานที่ซึ่งเป็นจุดนัดพบ ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดลง เสียงคำรามของสัตว์อสูรยังคงได้ยินเป็นบางครั้งจากส่วนที่ลึกเข้าไปภายในป่า ทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศที่น่ากลัว ณ ตอนนี้ ภายในป่าที่ไกลออกไป 


         
         น้ำตาของฮูเหยียนหลานรั่วไหลร่วงลง นางหันหลังกลับและตามหาเนียหลีอยู่เป็นชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามนางไม่สามารถหาร่องรอยของเขาได้เลย เมื่อฟ้าเริ่มมืดลง นางสามารถทำได้เพียงตามกลุ่มคนที่จะมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดพบ
            

            ก่อนหน้านี้เมื่อนางประกาศว่านางต้องการจะไล่ตามจับเนียหลี มันเป็นเรื่องปกติเพราะนางไม่เชื่อว่าเนียหลีจะไม่ชอบนางและไม่ต้องการรู้สึกเหมือนเป็นผู้แพ้ นางคิดแม้กระทั่งว่านางจะโยนเนียหลีทิ้งหลังจากที่เขาตกหลุมรักนางแล้ว เพื่อทิ้งให้เขาร้องไห้และอ้อนวอนต่อนาง 


           จนกระทั่ง เนียหลีได้สละชีวิตของตัวเขาเองเพื่อคอยระวังหลังให้แก่นาง หลังจากนั้นนางตระหนักได้ว่านางไม่มีความตั้งใจเกี่ยวกับความคิดเหล่านั้นของนางอีกต่อไป ตอนนี้นางต้องการเพียงให้เนียหลีปลอดภัยกลับมา
            

             อย่างไรก็ตาม เนียหลีนั้นได้สละชีวิตของเขาเองนั้นเพื่อปกป้องไม่ใช่เฉพาะนางคนเดียว แต่รวมถึง เอียจืออวินด้วย แต่ฮูเหยียน หลานรั่ว ก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นแม้แต่น้อย


จบตอน.....


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง