test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

22 ม.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 80 ไม่พบกันนานเลยนะ!



           ที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์


   ชายชราผู้มีหนวดเคราและผมสีขาว ที่อยู่ด้านหน้าของแม่นาง เซี่ยวหนิงเอ๋อผู้เลอโฉม ผู้อาวุโสผู้นี้คือรองอาจารย์ใหญ่ ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เย่เซิ่ง  [叶胜]



    “เซี่ยวหนิงเอ๋อ  เจ้าแน่ใจแล้วหรือ ว่าเจ้าต้องการที่จะเข้าสู่ พรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ?” เย่เซิ่งทำหน้ามุ่ยขมวดคิ้วขณะที่ถามเซี่ยวหนิงเอ๋อ  เจ้ารู้หรือไม่ว่าพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมี ภัยอันตรายมากมายเพียงใด ? มีนักเรียนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่เข้าไปแล้วกลับออกมาได้มิหนำซ้ำบางคนที่กลับออกมาได้ก็ต้องพบเจอกับปัญหาการจัดการพลังวิญญาณของตนเอง



      “ท่านรองอาจารย์ใหญ่ ข้ายังมีคุณสมบัติไม่เพียงพอเพื่อที่จะเข้าไปยังพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ?”เซี่ยวหนิงเอ๋อ เงยหน้าถามผู้อาวุโส เย่เซิ่ง ด้วยดวงตาที่เป็นประกายเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า



       “หาใช่เช่นนั้นไม่ เป็นเรื่องจริงที่ว่ากันด้วยเรื่องคุณสมบัติของเจ้านั้น นับว่าเพียงพอเลยทีเดียว การเข้าไปภายในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เป็นประโยชน์สูงสุดก่อนที่จะเลื่อนขั้นเป็นระดับซิลเวอร์ก็ว่าได้เย่เซิ่ง พยักหน้าลง นับเป็นเวลาที่นานโขที่เขาไม่มีนักเรียนที่โดดเด่นเช่นนี้



      “ข้าได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าข้าจะเข้าไปภายในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เซี่ยวหนิงเอ๋อ ตอบกับเย่เซิ่ง ดวงตานางช่างเต็มไปด้วยความหนักแน่นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนหน้านี้


    “พ่อของเจ้ามีความเห็นเป็นเช่นใดบ้าง?เขาเห็นด้วยกับการกระทำของเจ้างั้นรึ?”


     “ค่ะ ท่านอาวุโสพยักหน้าตอบ แต่ความเป็นจริงนั้นนางไม่ได้บอกแก่ตระกูลนางเลย



   “ตกลง งั้นข้าจะสนองความต้องการนั้นแก่เจ้า เย่เซิ่ง พยักหน้าตกลง เย่เซิ่งพร้อมกับอาจารย์อีกไม่กี่คนนำเซี่ยวหนิงเอ๋อ  มายังอาคารใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์



      “อาจารย์ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่างมองหน้ากันและกัน เป็นเรื่องจริงที่ว่าพวกเขาทั้งหมดชื่นชมความกล้าหาญของเซี่ยวหนิงเอ๋อ  ที่มุ่งมั่นจะเข้าไปภายในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ พรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความลี้ลับมากมายนับไม่ถ้วน มีเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์ในหมู่ผู้ที่มีพรสวรรค์ด้วยกันเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ในบรรดาเหล่าผู้ที่เข้าไปภายในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์หลายคนได้เกิดปัญหาในส่วนพลังวิญญาณของพวกเขา บางส่วนก็ออกมาได้แต่ก็ไม่ได้สิ่งใดติดไม้ติดมือกลับมา มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านั้นและผ่านพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้สำเร็จ และแน่นอนว่าผู้ที่สามารถผ่านพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาจะได้รับพลังมายมายมหาศาล อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็จะกลายเป็นร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์มีเพียงท่านเอียมัวเท่านั้นที่สามารถไปถึงระดับตำนานได้



        ตามตำนานเกี่ยวกับพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่ผ่านการทดสอบจากพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ จะกลายเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ที่ผู้คนจับจ้องไปทั้งเมืองกลอรี่ก็ว่าได้ ด้วยความสามารถดังกล่าวเหล่าผู้ที่มีพรสวรรค์ยังได้รับการคุ้มครองจากตำหนักเจ้าเมืองอีกด้วย พวกเขาสามารถปกป้องเหล่าผู้ที่มีพรสวรรค์ ไม่ให้ผู้ใดมารบกวนการบ่มเพาะพลัง ของพวกเขา นอกเหนือจากนี้ยังได้รับสิทธิ์พิเศษมากมายนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว




      นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า เหตุใดเมืองกลอรี่ถึงยังไม่พังพินาศลงจากการคุกคามของพวกสัตว์อสูรเพราะเมืองกลอรี่มีการปกป้องและให้อภิสิทธิ์แก่เด็กผู้ที่มีพรสวรรค์เหล่านี้  แน่นอนเพราะว่ามันเป็นการป้องกันตัวเมืองเองด้วยเช่นกัน ดังนั้นการปกป้องผู้ที่มีพรสวรรค์กลุ่มนี้ของเมืองกลอรี่นับเป็นการป้องกันที่สมบูรณ์และรอบคอบมากเลยทีเดียว



       ภายใต้การแนะนำของ เย่เซิ่ง และเหล่าคณาจารย์เซี่ยวหนิงเอ๋อ  เดินไปยังอาคารใหญ่ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในหัวของนางเริ่มคิดถึงเนี่ยลี่ 'เนี่ยลี่ป่านนี้เจ้าทำการใดอยู่นะ'




      'ข้าไม่ยอมแพ้ที่จะไล่ตามหลังเจ้าหรอกนะ ข้าจะไปอยู่ต่อสู้เคียงข้างเจ้า สักวันนึงเจ้าจะต้องหันมาสนใจข้า!' เซี่ยวหนิงเอ๋อ รำพึงรำพันกับตนเอง ใบหน้าของนางช่างมีเสน่ห์เย้ายวนเป็นยิ่งนัก นางยังคงจำเนี่ยลี่ได้ทุกอิริยาบถ ไม่รู้ด้วยเหตุใดเนี่ยลี่ไม่สามารถจะเลือนหายไปจากดวงใจของนางได้เลย



     เหตุผลที่ เซี่ยวหนิงเอ๋อ พยายามอย่างหนัก ครึ่งหนึ่งของเหตุผลนั้นคือเพื่อดึงดูดความสนใจจากเนี่ยลี่



    เซี่ยวหนิงเอ๋อ เงยหน้าขึ้นพลางหยุดความคิดลงแล้วก้าวเดินต่อไป



   หลายวันต่อมา สนามประลองทางตอนเหนือของเมืองกลอรี่




     สนามประลองทางตอนเหนือ เป็นเขตพื้นที่การต่อสู้ ที่มีเส้นรอบวงไม่กี่กิโลเมตร มันเพียงพอที่จะรองรับการยืนดูโดยรอบของผู้คนนับหมื่นได้ ในพื้นที่นี้ มันได้ถูกจัดการประลองอยู่บ่อยครั้ง นี่เป็นสาเหตุที่ผู้คนในเมืองกลอรี่มีความสนอกสนใจในศิลปะการต่อสู้เป็นอย่างมาก  หลายคนเดินทางมาที่นี่เพื่อจะวางเดิมพันต่างๆในการประลองนี้เช่นกัน



     ในขณะนี้ที่นั่งของตระกูลต่างๆถูกจัดวางไว้ในทิศเหนือของสนามประลอง สมาชิกของตระกูลบันทึกสวรรค์นั่งอยู่มุมทางทิศเหนือ ระยะห่างระหว่างพวกเขากับตระกูลศักดิ์สิทธิ์อยู่ไม่ไกลมากนัก



     ในอดีตที่ผ่านมาของขุนนางชนชั้นล่างอย่างตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นไม่มีผู้ได้เลยที่จะให้ความสำคัญ แต่บัดนี้ทุกสิ่งอย่างล้วนเปลี่ยนไป ไม่มีตระกูลใดเลยที่จะละเลยการกระทำที่มีต่อตระกูลบันทึกสวรรค์



    ซึ่งสี่งเหล่านี้เองที่เป็นตัวจุดชนวนให้ตระกูลอื่นเกิดความอิจฉาริษยา เกลียดชังไม่น้อยเลย หยางซิ่น และ สามผู้อาวุโสของสมาคมปรุงยาเองก็นั่งข้างตระกูลบันทึกสวรรค์ พวกเขาได้พูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนานกับตระกูลบันทึกสวรรค์ เรื่องนี้เป็นดังเชื้อเพลิงที่สุมไฟความริษยาของตระกูลอื่นๆให้มีมากเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก



      โดยปกติแล้วพวกเขาต่างพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อจะเข้าให้ถึงตัวหยางซิ่นและเหล่าผู้อาวุโสของสมาคมปรุงยา แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามมากเพียงใดก็ยังมิได้รับความแลเหลียวจากสมาคมปรุงยาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาไม่เคยอยู่ในสายตาของสมาคมปรุงยาเลย แต่ตระกูลบันทึกสวรรค์กลับได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพจาก หยางซิ่น




       “น้องชายตัวน้อย หม้อประหลาด ของน้องเกือบทำให้พี่สาวสุดสวยคนนี้ตายเลยนะ เจ้ามีแผนจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้?”หยางซิ่นเอ่ยปากถามเนี่ยลี่พร้อมแสดงท่าทางยั่วยวนอวดเสน่ห์จากเรือนร่างของนาง ความจริงคือสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นนั้น คนที่พยายามจะลอบสังหารนางได้ถูก องครักษ์ ของนางสังหารเรียบร้อยแล้ว นางจึงไม่ได้รับอันตรายใดๆ อย่างไรก็ตามต่อหน้าเนี่ยลี่นางพยายามพูดให้ดูเหมือนเป็นจริงจังไม่ใช่เล่นๆ



    เนี่ยลี่รู้ถึงจุดประสงค์ของการกระทำของหยางซิ่น จึงยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยปากบอก เกี่ยวกับเรื่องนี้น้องชายเป็นหนี้ท่านแล้วพี่หยางซิ่นโปรดกรุณาด้วย

เช่นนั้นก็ดี! รอยยิ้มของหยางซิ่นเผยออกมา ก่อนที่จะบิดขี้เกียจเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเอวที่เรียบเนียนชวนหลงใหล และพูดว่า เหตุใดการประลองนี้ถึงยังไม่เริ่มเสียที ข้าชักจะเริ่มเบื่อแล้วนะ น้องชายตัวน้อยเมื่อไหร่เจ้าจะขึ้นไปเสียที ? ข้าจะได้วางเดิมพันข้างเจ้า! 



     ชายหนุ่มจากตระกูลอื่นๆ เมื่อได้เห็นส่วนโค้งเว้าของหยางซิ่น แทบเป็นไปมิได้เลยที่จะละสายตาไปจาก หยางซิ่น ยิ่งได้เห็นหน้าอกอวบอิ่มเข้ารูปเวลานางยืดตัวยิ่งแล้วไปใหญ่ ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะต้องกลืนน้ำลายกันไปตามๆกัน

  

     ด้วยความงามเฉกเช่นคนชั้นสูงของนาง สถานะของนางนั้นก็ไม่ธรรมดาเลย ผู้ใดกันที่จะกล้าไปเล่นตลกกับนาง ? นางมีอำนาจที่จะตัดสินชะตากรรมของตระกูลได้อย่างง่ายดาย ใครจะกล้าไปกวนใจนางกัน?



  หยางซิ่นมิได้สนใจกับสายตาของผู้อื่นที่มองนางเลยแม้แต่น้อย เพราะในสายตานางนั้นมักจะมองไปที่เนี่ยลี่เพียงผู้เดียว



    ขณะที่เนี่ยลี่กับหยางซิ่นพูดคุยกัน กลุ่มผู้คนตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็เดินผ่านไป หนึ่งในนั้นคือหนึ่งในผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ผู้อาวุโส เสิ่นหมิง



      “ไม่ได้พบกันนานเลยทีเดียว! ผู้อำหนวยการหยาง  ข้าไม่เคยคาดฝันเลยว่าท่านมีความสนใจการต่อสู้ระหว่างตระกูลด้วยเสิ่นหมิงยิ้มกล่าว ภายในดวงตาของเขาเป็นบ่งบอกเป็นนัยของความกลัว  เขาไม่คาดคิดเลยว่าตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นจะมีความสามารถที่โน้มน้าว ผู้อำนวยการหยางและเหล่าผู้อาวุโสท่านอื่นๆมายังที่นี่




      แม้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะเป็น หนึ่งในสาม ตระกูลหลัก หากในการเผชิญหน้ากับสมาคมปรุงยา พวกเขายังมีความเกรงกลัวต่อสมาคมปรุงยาเป็นอย่างมากไม่ต้องกล่าวถึงตระกูลอื่นๆเลยตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้มีการซื้อยาทิพย์จากสมาคมปรุงยาเป็นจำนวนมาก ถ้าจู่ๆ สมาคมปรุงยาลดจำนวนของยาทิพย์ลงแล้วละก็ พวกเขาจะได้รับผลกระทบมากมายเลยทีเดียว



       “เปล่าเลยท่าน อาวุโส ตัวข้านี้มิได้มีความสนใจในการประลองนี้เลยแม้แต่น้อย ข้าแค่มาที่นี่เพื่อดู น้องชายเนี่ยลี่ตัวน้อย ข้าก็อาจจะวางเดิมพันไป ข้าทราบมาว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทำหน้าที่เป็นผู้รับวางเดิมพันในปีนี้หยางซิ่นกล่าวพร้อมยิ้มไปพลางๆ



     น้อยชาย...? เนี่ยลี่ ? เสิ่นหมิง เพ่งจ้องมองกวาดไปทั่วใบหน้าของเนี่ยลี่ เสิ่นหมิงคิดไม่ตกกับความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยลี่กับหยางซิ่น




    “ผู้อำหนวยการหยาง ท่านเข้าใจถูกแล้ว ทางตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของเรารับเป็นเจ้าภาพการวางเดิมพันในปีนี้ ท่านผู้อำนวยการหยางมีความสนใจที่จะวางหนึ่งหรือสองเดิมพันดีละ ?” การแสดงออกของเสิ่นหมิงชะงักไปชั่วครู่ เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าฐานะของสมาคมปรุงยานั่นมั่งมีมากมายเพียงใด? แม้จะเป็นถึงตระกูลศักดิ์สิทธิ์เขาก็ไม่กล้าที่จะเล่นด้วย



      “ข้า เพียงต้องการเล่นแบบสบายๆ เดิมพันของข้าคือน้องชายเนี่ยลี่เพียงคนเดียว ผู้อาวุโสหมิงอย่าได้กังวลต่อเรื่องนี้ไปเลย ฮ่าฮ่า!หยางซิ่นหัวเราะเบาๆ



     เนี่ยลี่มองไปที่เสิ่นหมิง แล้วชำเลืองมองเสิ่นเฟย ที่อยู่ด้านข้าง เขาเห็นว่าเสิ่นเฟยมองมาที่เขาด้วยความมุ่งร้ายเปรียบได้ดังกับอสรพิษตัวนึงไม่เพียงแม้แต่ความเกลียดชังที่ขโมยคู่หมั้นไปเขา  เสิ่นเฟย เกลียดเนี่ยลี่ ปรารถนาที่จะให้เนี่ยลี่นั้นตายๆไปเสีย นี่ถ้าเนี่ยลี่ไม่ได้มี หยางซิ่นหนุนหลังแล้วละก็ เขาคงกระโจนเข้าทำร้ายเนี่ยลี่แล้วเป็นแน่



      “ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่เสิ่น เป็นเวลานานเหลือเกินที่ไม่ได้พบท่าน ช่างน่ายินดีเสียจริงเนี่ยลี่ ไม่สนใจสายตาที่มุ่งร้ายของ เสิ่นเฟย อย่างสิ้นเชิงมิหนำซ้ำยังกล่าวทักทายราวกับไม่ได้ตระหนักถึงความแค้นระหว่างพวกเขา (กวนประสาทเขาอะดิ) จบตอน...


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง